วันที่ 31 ธ.ค. 2561 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เปิดเผยว่า พรรคได้มีการประชุมใหญ่สามัญครั้งทึ่ 2 โดยมีผู้บริหารและกรรมการบริหารเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแถลงนโยบาย 10 ด้าน ต่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคไทยศรีวิไลย์ ซึ่งได้กล่าวย้ำกับสมาชิกในเรื่องข้อกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และแนวทางปฏิบัติในการหาเสียงให้มีการปฏิบัติอย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

 

          นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า สำหรับนโยบาย 10 ด้าน ของพรรคไทยศรีวิไลย์ คือ 1.นโยบายด้านปราบปรามทุจริต จะเร่งรัดการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองและข้าราชการ ที่ถูกร้องเรียนว่าร่ำรวยผิดปกติให้เร่งรัดรวดเร็วเด็ดขาด ส่วนเรื่องการสอบบรรจุแต่งตั้งข้าราชการจะเปิดทุกคนมีสิทธิ์สอบบรรจุเข้ารับราชการด้วยคะแนนความสามารถของตัวเอง 2.นโยบายแนวทางการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร โดยจะกำหนดราคาสินค้าขาย กำหนดราคาสินค้าขายภายในประเทศ การจัดการบริหารหนี้ให้แก่เกษตรกรทั้งหมด 

 


          3.นโยบายเรื่องพลังงาน จะทำให้น้ำมันถูกกว่าประเทศมาเลเซีย โดยการออกพันธบัตรให้กับพี่น้องประชาชนซื้อหุ้นคืนไม่เก็บภาษีสรรพสามิต กองทุนน้ำมัน ภาษีอื่นๆ 4.นโยบายด้านการสาธารณสุข เราจะกำหนดงบประมาณรายหัวเพิ่มเติมให้กับพี่น้องประชาชนด้านการรักษาพยาบาล ส่งเสริมให้มีการใช้สมุนไพร 5.นโยบายคืนความเป็นธรรมให้ธุรกิจชุมชนหรือ SME หรือเรียกว่าโชว์ห่วย เราจะออกกฎหมายห้ามทุนใหญ่ทำการแข่งขันกับธุรกิจชุมชน อาทิ เซเว่นอีเลฟเว่น มินิมาร์ท หรือมินิสโตร์ เปิดได้ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ 
   

          นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า 6.นโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ จะไม่มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้กับเอกชน 7.นโยบาย ด้านการรักษาความมั่นคงภายในประเทศและการทหาร หากทางพรรคฯ ได้เป็นรัฐบาลเราจะกำจัดและปราบปรามขบวนการทำลายสถาบัน ทั้งในประเทศและนอกประเทศ ประหารนักโทษที่หนีคดีทุจริตที่มีความเสียหายแก่ประเทศ และประหารผู้ที่ก่อคดีอุจฉกรรจ์ ที่เป็นภัยต่อสังคมโดยรวมด้วย ทำนุบำรุงขวัญทหารดูแลทหารอาวุธยุทโธปกรณ์ให้พร้อมรบตลอดเวลา 8.นโยบาย ด้านปรับปรุงระบบยุติธรรมให้เท่าเทียบและแก้กฏหมายที่ล้าสมัยเอาเปรียบประชาชน แต่ละประเภท  

 

 

          นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า 9.นโยบายด้านการศึกษา กำจัดระบบแป๊ะเจี๊ยะ รับเงินใต้โต๊ะ ลดเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัยระดับบริหาร อาทิ คณบดี รองคณบดี รองอธิการบดี อธิการบดี ในมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (มหาวิทยาลัยนอกระบบ) ตั้งธนาคารครูแห่งประเทศไทย โดยรัฐบาลเข้ามาเป็นหุ้นส่วน ส่วนหนึ่งประมาณ 25% อีก 75% ให้ประชาชนชาวไทยร่วมมาเป็นเจ้าของ และ 10.นโยบายลดหนี้รัฐสร้างสวัสดิการประชาชน 
 

          ด้านนายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า พรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นพรรคที่ใช้เงินน้อยที่สุดในการหาเสียง โดยตนใช้มือถือแค่เครื่องเดียว เหมาจ่ายเดือนละ 900 บาท พรรคการเมืองอื่นใช้เงินเป็นพันล้าน ส่วนตนใช้เงินวันละ 30 บาทในการหาเสียง ใช้มือถือในการเฟซบุ๊กไลฟ์ สถิติสูงสุด 3 ล้าน 5 แสนคน ที่ดูตน นั่นหมายความว่า โลกออนไลน์เข้าถึงทุกพื้นที่ เนื่องจากประชากรไทยมีมือถือแทบทุกคน


          “ผมไม่เคยกลัวที่รัฐบาลบอกว่าไม่ให้หาเสียงด้วยการทุ่มเงิน เราไม่จำเป็นต้องใช้เงิน ผมมั่นใจว่าชาวบ้าน 30 คน ต้องรู้จัก มาร์ค พิทบูล 5 คน ส่วนการลงพื้นที่ภาคใต้ของพรรคนั้น พี่น้องภาคใต้บอกกับผมว่า อยากลองของใหม่ ที่ผ่านมาเขาไม่ได้ชอบพรรคการเมืองเดิม แต่เขาไม่มีตัวเลือก เขาเลยเลือกพรรคเดิม ผมเชื่อว่าพื้นที่ภาคใต้เรามีศักยภาพพอที่จะได้ ส.ส.” นายณัชพล กล่าว.