วันที่ 16 ก.พ. 2564  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมวุฒิสภา(ส.ว.) เพื่อพิจารณาลงคะแนนให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน (ตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เราจะเป็น ม.วิทย์และเทคโนโลยี"รศ.ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์"อธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์

บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ 2 ท่าน คือ นายกุลกุมุท สิงหรา ณ อยุธยา อดีตเอกอัครราชทูตประจำกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และรศ.ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.รัตนโกสินทร์)

ผลการลงคะแนนปรากฎว่า รศ.ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์  ได้ 181 เสียงต่อ18 เสียง ไม่ออกเสียง 13 เสียง ส่วน นายกุลกุมุทได้ 32 เสียง ต่อ 150 เสียง ไม่ออกเสียง 30 เสียง

จึงถือว่ารศ.ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา (ไม่น้อยกว่า 125 คะแนน) จึงเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน

เปิดประวัติ รศ.ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ อดีตอธิการบดีมทร.รัตนโกสินทร์2วาระ

รองศาสตราจารย์ ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ จบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาช่างยนต์ จากโรงเรียนช่างกลปทุมวัน เมื่อปี พ.ศ. 2516 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จากวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ ปี พ.ศ. 2518 และระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ (วิศวกรรมเครื่องกล) จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ต่อจากนั้นจึงได้สอบชิงทุนรัฐบาลระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ได้ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน

หลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอกแล้ว ได้กลับมารับราชการที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531-พ.ศ. 2539 เป็นรองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา ในปี พ.ศ. 2539-พ.ศ. 2541 ต่อจากนั้นในปี พ.ศ. 2540 ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ผู้จัดการโครงการเงินกู้ธนาคารโลก สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และเป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอีกตำแหน่งหนึ่ง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2547 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยอธิการบดี

ในปี พ.ศ. 2548 ได้มีการจักตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลขึ้น 9 แห่งทั่วประเทศไทย รศ.ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ จึงได้รับการแต่งตั้งให้รักษาการรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และในปีเดียวกันจึงได้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์เป็นคนแรก และได้รับเลือกเป็นอธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์ เป็นวาระที่ 2 ในปี 2552

“4 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ มทร.รัตนโกสินทร์เตรียมความพร้อมทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านอาคารสถานที่ บุคลากร ถึงวันนี้เรามีความพร้อมที่จะก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะได้เตรียมการโครงสร้างต่างๆ ไว้เรียบร้อยหมดแล้ว” เป็นคำมั่นของ รศ.ดร.อิสสรีย์ เมื่อครั้งกลับมารับตำแหน่งวาระ 2

การกลับมาของ รศ.ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ ทำให้ มทร.รัตนโกสินทร์ เดินหน้าปรับเปลี่ยนจากโครงสร้างมหาวิทยาลัยสายสังคมศาสตร์มาเป็นวิทยาศาสตร์ภายใน 4 ปี และก้าวสู่มหาวิทยาลัยวิทย์และเทคโนโลยีสำเร็จ พร้อมการขยายแผนรับนักศึกษาจาก 12,000คน เพิ่มเป็น 15,000คน 

"บัณฑิตมทร.รัตนโกสินทร์ ต้องเก่งวิชาการ เหนือสิ่งอื่นใดบัณฑิตต้องมีคุณธรรม จริยธรรม เพราะคนเก่งมีมากมาย แต่คนเก่งและคนดีเป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษาต้องสร้างออกไปรับใช้สังคมให้มากที่สุด สังคมไทยถึงจะน่าอยู่ สงบสุขและเจริญยั่งยืนอย่างมั่นคง” รศ.ดร.อิสสรีย์ กล่าว

กมลทิพย์ ใบเงิน เรียบเรียง