ลีลาท่าทางการอภิปรายในสภาของ “จิรายุ ห่วงทรัพย์” ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เป็นที่ติดตาตรึงใจหลายต่อหลายคน เพราะมีลูกดุเด็ดเผ็ดมันเนื้อหาเข้มข้น แถมยังมีหยอดมุกให้คนฟังการอภิปรายไม่เบื่อ

 

          ถือเป็นนักการเมืองที่มีสีสัน มีแฟนคลับติดตามมากที่สุดคนหนึ่งในสภาตอนนี้


          แต่ชีวิต “จิรายุ” นอกสภาก็มีสีสันไม่แพ้กัน


          หลงใหลในเครื่องยนต์ติดล้อตั้งแต่เด็ก ทำให้ "จิรายุ” ในช่วงแรกเลือกทำงานเป็นนักข่าวสายยานยนต์ ที่ได้ใกล้ชิดรถยนต์


          ในระหว่างอาชีพทำงานข่าวทางรถยนต์ “จี๊ปเชอโรกี” หาอาสาสมัครทดลองขับรถไปเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า เจ้าตัวไม่รอช้ากระโดดร่วมทริปทันที แต่ด้วยปัญหาบางอย่างทำให้ไม่สามารถไปถึงมัณฑะเลย์ได้


          จุดนี้เป็นที่มาของแรงบัลดาลใจจะขับรถให้ได้ 1 ล้านไมล์ จนเกิดรายการ “1 ล้านไมล์ไปกับ จิรายุ ห่วงทรัพย์” และจัดทริปเดินทางไกลอยู่ตลอด


          ประทับใจที่สุดคือเส้นทางประเทศไทย-ไซบีเรีย เส้นทางเกือบ 9 พันกิโลเมตร เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร เข้าประเทศลาว จีน มองโกเลีย ก่อนเข้าประเทศรัสเซียสู่จุดหมายปลายทางไซบีเรีย


          ทุกวันนี้ผันตัวมาเป็นนักการเมือง แต่ถ้ามีโอกาสก็ยังคงหาเวลาออกทริปขับรถระยะไกลอยู่ ช่วงปิดสมัยประชุมสภาเดือนมีนาคมนี้ “จิรายุ” ก็วางแผนจะเดินทางไป เมืองจางเจียเจี้ย แต่ติดปัญหาไวรัสโคโรนาเลยต้องพับโครงการ


          เสน่ห์ที่ทำให้ "จิรายุ” หลงรักการขับรถยนต์..... “มันมีความอิสระครับเวลาขับรถไปไหนมันเหมือนโลกทั้งโลกวิ่งเข้าหาเรา”


          เมื่อแต่งงานแล้ว ภรรยาก็ชอบในการขับรถเดินทาง มีลูกก็พาขึ้นรถเดินทางไกลไปด้วยตั้งแต่อายุได้ 7 เดือน เรียกได้ว่า...คนรักรถกันทั้งครอบครัว


          จึงไม่แปลกที่ของสะสมของ “จิรายุ ห่วงทรัพย์” จะเป็นของที่เกี่ยวกับรถยนต์ “มีหมวกที่ได้รับตอนเป็นนักข่าวกว่า 1,000 ใบ มีพวงกุญแจที่ได้จากงานต่างๆ มีรูปถ่ายรถยนต์รุ่นที่เดินทางไปทำข่าวเปิดตัวจำนวนมาก และเวลาไปไหนก็จะหาข่าวเก่าๆ เกี่ยวกับรถยนต์มาเก็บไว้ เช่นป้ายทะเบียนเก่า ของเหล่านี้มันมีเรื่องราวของตัวมันเองทำให้เวลาเราเห็นมันขึ้นมาจะนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์นั้นๆ สิ่งที่จะทำวันนี้คือห้องสะสมนำสิ่งที่มีอยู่เหล่านั้นมาจัดวาง แล้วเอาโต๊ะทำงานไปไว้ในนั้น เวลาทำงานจะได้มีความสุขตลอด”




          ตัดมาในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ “จิรายุ” เป็นคนติดบ้าน อยู่บ้านภรรยามักจะทำอาหารประเภทสะเต๊กปลาต่างๆ ให้รับกิน ถ้าออกนอกบ้านก็จะกินเนื้อย่างโพนยางคำซึ่งก็อยู่ใกล้บ้านย่านคลองสามวา เจ้าตัวบอกว่าแถวคลองสามวาอากาศดีเลยไม่จำเป็นต้องไปไหนไกล


          ส่วนการเลี้ยงลูก จิรายุ มีรหัส 3 อย่างที่ต้องให้ลูกจำคือ
          รหัสที่ 1 เวลาเจอหน้ากัน ใครชิงไหว้ได้ก่อนชนะ เพื่อสอนให้ลูกมีสัมมาคารวะ
          รหัสที่ 2 เป็นเบอร์โทรของตัวเอง ไปไหนมาไหนเกิดเหตุฉุกเฉินลูกจะได้ไม่ลำบาก
          รหัสที่ 3 คือ สุภาษิต อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา เพื่อปลูกฟังวิธีใช้ชีวิตให้ลูก


          .......ได้ทำในสิ่งที่รัก มีครอบครัวที่อบอุ่น ชีวิตนี้แฮปปี้สุดๆ ครับ