royal coronation
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562
คนในข่าว

"โค้ชเอก" คนมันต้องโต?

วันที่ 14 กันยายน 2562 - 08:51 น.
โค้ชเอก,13 หมูป่า,นางนอน,ถ้ำหลวง,บริษัทถ้ำหลวง,รายงานพิเศษ,เจาะประเด็นร้อน,คนในข่าว
Shares :
เปิดอ่าน 191 ครั้ง

คมลัมน์ "คนในข่าว" จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 14-15 ก.ย. 62

 

*****************************

 

ไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไรกับชะตากรรม 13 หมูป่า ที่เหมือนจะลงท้ายอย่างสวยงาม ตรงที่เรื่องราวของพวกเขาได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์พันหมื่นล้าน จะได้ทำเป็นซีรีส์

 

แต่ตลอดมาพวกเขาทั้งหมดเจอแต่เสียงถล่ม รุมกระหน่ำ เหมือนกับหนังคนละม้วน เพราะโลกนอกแผ่นฟิล์ม มีแต่ดราม่าท่วงทำนอง “ติดถ้ำแล้วได้ดี”

 

ที่จริงดราม่านี้พอจะเงียบหายไปบ้างแล้ว แต่พอตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง “The Cave” นางนอน ถูกปล่อยทางโลกออนไลน์และสื่อทั่วไป และมีกำหนดเข้าฉายวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ กระแสก็หวนมาอีกรอบ ราวกับน้ำไหลบ่าเข้าถ้ำจนทั้ง 13 ชีวิตต้องกลับเข้าไปติดใหม่ ไม่เคยได้ออกจากถ้ำจริงๆ สักที

 

โดยเฉพาะประเด็นการรับเงินจากการสร้างหนังกันอู้ฟู่ งานนี้ทำเอา “โค้ชเอก” หรือ เอกพล จันทะวงษ์” ต้องลุกขึ้นมาสวนกลับทางเฟซบุ๊ก

 

คนไทยอ่านโพสต์ของโค้ชผู้มีบุคลิกดูพูดน้อยแล้ว อดคิดไม่ได้ว่า คนเราถ้าถึงขนาดต้องหลุดพูดออกมาเป็นภาษาถิ่น นั่นก็แปลว่าเรื่องมันคงไม่ไหวจริงๆ แล้ว

 

 

 

 

บ่ะฮู้ดีไปมาว่าเตอะครับ ถ้าได้เงินได้ทองแต๊ป่านี้สบายไปแล้ว ตึงวันนี้ข้าวปอจะบ่ะมีกินละ ยังมาว่าได้เงินได้ทองอยู่เนาะ ชีวิตหนอชีวิต”

 

แต่เส้นทางของเขาหลังออกจากถ้ำ จะว่าไปมันก็มีความเปลี่ยนแปลง เติบโต ขยับขยาย จนทำเอากองเชียร์พลอยยินดีไปด้วยเหมือนกัน

 

 

 

ชีวิตโค้ชเอก

 

อย่างที่รู้กัน ในปฏิบัติการตามหานักฟุตบอลเยาวชนและโค้ช ทั้ง 13 ชีวิต ที่ถ้ำหลวงช่วงปี 2561 ได้เกิดฮีโร่ขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือโค้ชเอกผู้ซึ่งสอนและดูแลเด็กๆ ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ภายในถ้ำได้ถึง 10 วัน

 

ตอนนั้นโค้ชเอก วัย 25 ปี แม้ไม่มากแต่ก็โตพอจน โค้ชนพ” นพรัตน์ กันทะวงศ์ หัวหน้าโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี ถึงกับยืนยันว่าโค้ชเอกจะต้องสามารถดูแลเด็กๆ ได้ เขาพูดแบบนี้ตั้งแต่วันแรกๆ ของการหายตัวของทั้ง 13 ชีวิต

 

โค้ชเอกเข้ามาอยู่กับทีมหมูป่า ช่วงปี 2556-2557 ได้รับการชักชวนจากโค้ชนพให้มาช่วยดูแลเด็กในทีมหลังจากเพิ่งตั้งทีมหมูป่าขึ้นมา โดยหลังจากเห็นเขามาออกกำลังกาย มาเล่นฟุตบอลที่สนามกีฬากลาง อ.แม่สาย อยู่เป็นประจำ โดยดูแลทีมหมูป่ารุ่นเล็กสุดคือรุ่นอายุ 11-13 ปี

 

หากชีวิตด้านหนึ่งของโค้ชเอก หลายคนคงยังไม่ลืมว่า โค้ชเอกเป็นชาวพม่า เชื้อสายไทยใหญ่ เขาเดินทางเข้าออกประเทศไทยด้วยพาสปอร์ต กำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่จำความไม่ได้

 

 

 

 

ต่อมาได้ไปบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่ลำพูน 8 ปี และเรียนทางธรรมไปด้วยจนจบนักธรรมเอก และเคยอยู่ที่วัดพระธาตุดอยเวา อ.แม่สาย จ.เชียงราย

 

กระทั่งสึกออกมาแล้วมีโอกาสทำหน้าที่เป็นโค้ชทีมหมูป่า เวลานั้นเขาก็ผ่านการอบรมในหลักสูตร ที ไลเซนส์ แล้ว

 

ช่วงเวลาที่โค้ชเอกอยู่กับน้องหมูป่าทีมนี้ นอกจากจะฝึกสอนเรื่องฟุตบอลทั่วไปแล้ว โค้ชเอกยังได้มีการจัดกิจกรรมสำหรับทีมหมูป่าเสมอ เพื่อให้มีความอดทนและแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา

 

โดยกิจกรรมที่โค้ชเอกและเด็กๆ ทำร่วมกันบ่อยครั้ง คือ การปั่นจักรยาน ทั้งระยะสั้น ระยะไกล หรือทางที่ชันลำบากต่างๆ เพื่อฝึกให้น้องๆ ในทีมแข็งแรงและอดทน

 

จนกระทั่งพวกเขาทั้งหมดได้พิสูจน์ความแกร่งแบบไม่ได้ตั้งใจในการเข้าไปติดในถ้ำหลวงครั้งนั้น

 

 

 

ประธานบริษัทถ้ำหลวง

 

หลังออกจากถ้ำมาได้ปลอดภัยทั้ง 13 ชีวิต คนไทยส่วนใหญ่ยังคงตื่นเต้น ตื้นตัน และติดตามเรื่องราวของ 13 หมูป่าชนิดไม่ออกห่าง แต่ในช่วงนั้น กระแสดราม่าในทางลบต่อโค้ชและเด็กๆ ก็เริ่มกระจายมากขึ้น

 

และยิ่งหนักข้อเข้าไปอีกเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คนไทยได้ยินข่าว การตั้ง บริษัท 13 ถ้ำหลวง จำกัด ขึ้นมาเพื่อดูแลผลประโยชน์ให้แก่สมาชิกทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี่ 12 คน และโค้ช

 

ส่วนประธานบริษัทนี้ ก็ไม่ใช่ใครอื่น คือ เอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก ส่วนผู้ปกครอง 4 คนรับหน้าที่เป็นคณะกรรมการ ขณะเดียวกัน น้องๆ นักฟุตบอลอีก 12 คน เป็นผู้ถือหุ้น

 

 

 

 

ที่พิเศษเข้าไปอีกคือ งานนี้ได้มีชื่ออดีตนางสาวไทย บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และนักร้องเพลงลูกทุ่งสายเซ็กซี่ แคนดี้ รากแก่น เป็นผู้จัดการของบริษัทอีกด้วย

 

ไม่ใช่แค่นั้น รัฐบาลยังมอบหมายให้ตัวแทน 3 คน ให้เป็นกรรมการของบริษัทนี้ 

 

เหตุที่ต้องตั้งบริษัทเพราะเมื่อหมูป่าทั้ง 13 คนมีชื่อเสียงและต้องออกงานบ่อยขึ้น พวกเขาเสียเวลาและโอกาสในการเรียน การฝึกซ้อมเตะบอล แถมหลายครั้งยังไม่มีค่าเหนื่อย บริษัทเลยต้องเกิดขึ้นเพื่อการนี้

 

หารู้ไม่ว่าสิ่งนี่ได้ทำให้กระแสสังคมไทยยิ่งออกเสียงไม่เอาด้วยมากกว่าเดิม

 

 

 

 

แต่แน่นอน ช่วงนั้นบริษัทนี้ก็ได้ทำหน้าที่ในการร่วมประชุมกับ คณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์ ในเรื่องที่ี่บริษัท SK GLOBAL ENTERTAINMENT ของสหรัฐอเมริกา จะได้รับลิขสิทธิ์จัดการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลเรื่องราวของเด็กๆ เกี่ยวกับถ้ำหลวงตลอดชีวิตแต่เพียงผู้เดียว โดยเด็กทุกคนและโค้ชเอกจะได้ค่าตอบแทนตามสัญญาอย่างน้อยคนละ 3 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ยังเตรียมจัดทำเป็นซีรีส์ ออกทาง Netflix ที่มีผู้ชมจากทั่วโลกหลายล้านคนอีกด้วย

 

 

สวัสดีหมาป่า

 

ยังไม่ทันสิ้นเดือนมีนาคม ปรากฏว่าปลายๆ เดือน โค้ชเอกทำเอาหลายคนถึงกับงงไปตามๆ กัน เพราะเขาได้โพสต์เฟซบุ๊ก ขอลาออกจากทีมหมูป่าอะคาเดมี่

 

โดยแจงว่าช่วงหลังเขาไม่ค่อยมีเวลาดูแลช่วยเหลือทีมได้เต็มที่ ทำให้ไม่มีผลงานอะไร ทั้งยังระบุว่า ตนนั้นมีแต่จะทำให้ชื่อทีมเสียหาย และบางทีอาจทำอะไรไปโดยพลการ อาจเกิดความเสียหายกับทีม เขาเลยตัดสินใจรับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างด้วยการลาออกจากทีมหมูป่า 

 

 

 

 

“ขอทุกท่านโปรดเข้าใจผมด้วยครับ มาถึงตอนนี้ มันถึงเวลาแล้วครับที่ผมจะต้องเดินตามทางเดินความฝันของผมแล้วครับ ทางที่ผมเป็นคนเลือกเอง หวังว่าถ้าได้มีโอกาสคงได้ร่วมงานกันอีกครั้งนะครับ ขอขอบคุณทุกๆ ท่านครับ สวัสดีครับ บ้านหมาป่าเดียวดาย”

 

วันนั้นเองเขายังได้อัพเดทภาพปกเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นชื่อทีมฟุตบอลใหม่ที่มีรูปหมาป่าและชื่อทีมว่า Eakapol Academy คนไทยเลยถึงบางอ้อว่า เจ้าตัวได้ตั้งทีมขึ้นมาใหม่ โดยออกตัวว่ายังเป็นทีมที่สร้างขึ้นและยังเป็นเพียงทีมเล็กที่กำลังจะสานฝันให้ยิ่งใหญ่ต่อไป

 

ชาวเน็ตที่ติดตามเขาเข้ามาชื่นชมให้กำลังใจ แต่ชาวเน็ตที่ไม่เอาด้วยก็ยังคงวิพากษ์วิจารณ์ตามสมควร เกิดเป็นดราม่าว่ามีความขัดแย้งกันในสโมสรหมูป่าเนื่องจากคิวงานในฐานะประธานบริษัทถ้ำหลวงของโค้ชเอกแน่นกว่างานสโมสร

 

 

 

 

ก่อนหน้านั้น ตัวแทนสโมสรหมูป่าทีนทอล์คอะคาเดมี่ ก็เคยออกมาโพสต์เฟซบุ๊กว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท 13 ถ้ำหลวง อีกทั้งไม่เคยคิดรับผลประโยชน์จากเด็กๆ ทั้งสิ้น โดยมุ่งแต่เรื่องกีฬาการแข่งขันฟุตบอลให้แก่เด็กๆ ในทีมเท่านั้น

 

แต่ทั้งโค้ชเอกและผู้จัดการทีมหมูป่า หรือ กิตติพงษ์ อินต๊ะใจ รองประธานและผู้จัดการสโมสร ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ไปแล้ว

 

 

 

ได้เวลานางนอน

 

เดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ อย่างที่บอกว่า ภาพยนตร์ นางนอน หรือ The Cave จะลงจอ แต่รายนี้ไม่เกี่ยวกับค่าย SK GLOBAL ENTERTAINMENT ที่ผลิตหนังป้อนเน็ตฟลิกซ์

 

แต่ The Cave นั้น เป็นภาพยนตร์ของบริษัท  เดอ วอร์เรนท์ พิคเจอร์ ที่ “ทอม วอลเลอร์” ผู้กำกับลูกครึ่งไทย-ไอริช เจ้าของผลงาน เพชฌฆาตศพไม่เงียบ และ The Last Executioner  ได้ชิงเปิดตัวหนัง “นางนอน (The Cave)” ไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 แล้ว

 

ล่าสุด “นางนอน” จะเดินทางไปฉายเปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์ลอนดอน หรือ BFI London Film Festival 2019 ประเทศอังกฤษ ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ก่อนจะมีกำหนดเปิดตัวฉายอย่างเป็นทางการ 28 พฤศจิกายนนี้ 

 

 

 

 

เรื่องนี้มีนักดำน้ำ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยตัวจริงร่วมแสดงด้วยหลายคน ทั้งชาวไทย, จีน และชาติต่างๆ พร้อมด้วยทีมนักแสดงอย่าง นิรุตติ์ ศิริจรรยา, “ปอย” ตรีชฎา เพชรรัตน์, ธนาวุฒิ เกสโร, ไมเคิล เชาวนาศัย, “แม็กกี้” อาภา ภาวิไล, จำปา แสนพรม และ “เบสต์” เอกวัฒน์ นิรัตน์วรปัญญา ในบทของโค้ช

 

ช่วงเดือนมีนาคมต้นปีที่ผ่านมา นางนอนเผยโฉมโปสเตอร์แรกออกมา เรียกน้ำย่อยกองด่าถล่มไปแล้ว 1 รอบ พอล่าสุดนางนอนเผยตัวอย่างให้ชม คนไทยก็ถล่มซ้ำกระจายเรื่องเงินๆ ทองๆ 

 

แต่บอกไว้อีกทีเผื่อลืม งานนี้เป็นการเน้นนำเสนอภารกิจของทีมกู้ภัยนานาชาติที่ประสานความร่วมมือเพื่อค้นหาและช่วยชีวิต 13 หมูป่า โดยผ่านการปรึกษากับกระทรวงวัฒนธรรมแล้วพบว่าไม่อยู่ในข่ายที่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เรื่องราวชีวิตให้แก่ 13 หมูป่า เนื่องจากไม่ได้นำเสนอจากมุมมองของ 12 นักเตะเยาวชน และผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี่แม่สาย

 

งานนี้จะไม่ให้โค้ชเอกน้อยใจออกมาโพสต์อู้กำเมืองได้จะไดกา แต่ถ้าจะพูดเรื่องมีกินไม่มีกิน อันนี้ขอดูอีกทีแล้วกัน (ฮา)

***************************

 

ภาพจากเฟซบุ๊ก เอกพล จันทะวงษ์

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ