royal coronation
8 ธันวาคม 2562
คนในข่าว

พลเมืองฝรั่งเศส "จรัล ดิษฐาอภิชัย" จากภูพยัคฆ์ถึงปารีส

26 มกราคม 2561 - 17:16 น.
จรัล ดิษฐาอภิชัย,จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ,สภาหน้าโดม,สำนัก 61 ภูพยัคฆ์,พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พคท,ภูพยัคฆ์ จังหวัดน่าน,อภิชัย ภราดร,องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย,คนในข่าว
Shares :
เปิดอ่าน 8,249 ครั้ง

รู้จัก  จรัล ดิษฐาอภิชัย คลังสมองของฝ่าย "ต้านอำมาตย์" และเป็น "นักทฤษฎี" ของฝ่ายคนเสื้อแดง

         

          เมื่อเช้าวันที่ 26 ม.ค.2561 นักข่าวอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว Sa-nguan Khumrungroj แจ้งข่าวของคนไทยที่ชื่อ “จรัล ดิษฐาอภิชัย” โดยมีข้อความว่า "ชาวฝรั่งเศสเชื้อสายไทย คนล่าสุด--ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสาบานตนเรียบร้อยแล้ว" พร้อมกับภาพวันสาบานตนเป็นพลเมืองชาวฝรั่งเศส

 

 

 

         

          ย้อนไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ปีที่แล้ว จรัล ดิษฐาอภิชัย ได้โพสต์เฟซบุ๊คระบุว่า “ข่าวร้าย ผมไม่ได้เป็นผู้ลี้ภัยการเมืองแล้ว ข่าวดี ได้สัญชาติฝรั่งเศส เป็นพลเมืองของสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างสมบูรณ์”

 

          “จรัล” เดินทางออกจากเมืองไทย ก่อนหน้าที่จะเกิดรัฐประหาร 2557 โดยเขาประเมินสถานการณ์จากการชุมนุม กปปส. และเชื่อว่า มันจะตามมาด้วยการยึดอำนาจของฝ่ายทหาร เขาจึงหลบหนีผ่านกัมพูชา และมีปลายอยู่ที่ฝรั่งเศส

 

          สองปีแรก จรัลร่วมกับ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการ องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย และสื่อสารถึงคนเสื้อแดงในเมืองไทย 

 

 

          แต่กระแสต้าน คสช.จุดไม่ติด ทั้งในและนอกประเทศ จรัลจึงถอยห่างจากองค์กรเสรีไทย และเมื่อได้เป็นพลเมืองฝรั่งเศส จรัลก็แทบจะไม่ได้ทำกิจกรรมใดๆ 

 

          จรัล ดิษฐาอภิชัย เป็นคนพัทลุง เรียนคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นใกล้เคียงกับ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ร่วมกันก่อตั้งกลุ่มอิสระที่ชื่อ “สภาหน้าโดม” ซึ่งโด่งดังมากในยุคก่อน 14 ตุลาคม 2516

 

          ระหว่างปี 2517-2519 จรัลได้เข้าเป็นสมาชิก พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) รับผิดชอบการจัดตั้งเยาวชน นิสิตนักศึกษาในเมือง จรัลเป็นคนที่สัตย์ซื่อต่อลัทธิมาร์กซ์เลนิน และความคิดเหมาเจ๋อตง

 

          หลัง 6 ต.ค.2519 จรัลเข้าป่าทางเขตงานฐานที่มั่นเขาค้อ-หินร่องกล้าไปได้สัก 1 ปี ในปี 2521 ก็ถูกพรรคส่งไปนำเพื่อนฝูงโดยมีตำแหน่งเป็นถึงหัวสำนัก 61 แห่งฐานที่มั่น ภูพยัคฆ์ จังหวัดน่าน

 

          สำนัก 61 ภูพยัคฆ์ เป็นศูนย์รวมปัญญาชนปฏิวัติไทย การที่จรัลได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าสำนัก ย่อมบ่งชี้ถึงความไว้เนื้อเชื่อใจของคณะกรรมการกลาง พคท.

 

          ปี 2527 จรัลหอบความผิดหวังต่อการปฏิวัติไทย กลับลงมาจากภูพยัคฆ์ น่านเหนือ และไปเรียนต่อปริญญาโทประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยปารีส และเรียนปรัชญาการเมือง มหาวิทยาลัยปารีส (ซอร์บอน)

 

          จรัลถือว่าเป็นนักทฤษฎีปฏิวัติระดับแถวหน้าคนหนึ่งในยุคก่อน 14 ตุลา เมื่อมีโอกาสใช้ชีวิตในประเทศฝรั่งเศส จึงใช้เวลาส่วนหนึ่งให้หมดไปกับการศึกษาการปฏิวัติฝรั่งเศส

 

          ปี 2532 ในวาระครบรอบ 200 ปี ของการปฏิวัติฝรั่งเศส เป็นช่วงที่จรัลไปเรียนปรัชญาการเมือง และเรียนD.E.A.ทางประวัติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยปารีส โดยมีวัตถุประสงค์เรียนวิชาประวัติศาสตร์การปฏิวัติฝรั่งเศส เขาใช้เวลา 2 ปี ศึกษาค้นคว้าอยู่ในห้องสมุดของสถาบันศึกษาการปฏิวัติฝรั่งเศส

 

          ปี 2533 เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ปี 2541 เป็นประธานสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) และปี 2544 เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

 

          หลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 จรัลในนามปากกา “อภิชัย ภราดร” ลงมือเขียนเรื่องการปฏิวัติฝรั่งเศส ตีพิมพ์เป็นตอนๆ ใน นสพ.ผู้จัดการรายวัน และสำนักพิมพ์ผู้จัดการ ได้จัดพิมพ์ “การปฏิวัติฝรั่งเศส..จากวันยึดคุกบาสตีล ถึงวันสถาปนาสาธารณรัฐ” ออกมา 2 เล่ม

 

          เมื่อเกิดการรัฐประหาร 2549 จรัลเป็นปัญญาชนคนแรกๆที่ออกมาแสดงตัวต่อต้านการยึดอำนาจ และเรียกร้องให้คนเดือนตุลาเลือกข้าง ว่าจะเอา “ประชาธิปไตย” หรือ “เผด็จการ”

 

 

 

 

          ช่วงที่มีการรณรงค์ต้านรัฐประหารช่วงปี 2549 - 2550 เขาเป็นที่ปรึกษาของกลุ่มต้านรัฐประหาร ได้รับเชิญให้ไปปราศรัยในเวทีที่สนามหลวงหลายครั้ง ต่อมา เขาเป็นแกนนำชุดแรกของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขณะที่ยังมีตำแหน่งกรรมการสิทธิฯ จึงถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง

 

          นับแต่นั้นมา จรัลก็เป็น “คลังสมอง” ของฝ่ายต้านอำมาตย์ และเป็นนักทฤษฎีของฝ่ายคนเสื้อแดง

 

          เมื่อสองปีก่อน เขาให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคงแข็งแกร่งและควบคุมประชาชนได้ ส่วนฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยยังคงไม่ได้ยกระดับการเคลื่อนไหวมากนัก

 

          "โอกาสที่พวกผมจะได้กลับเมืองไทยคงยาก เตรียมใจอยู่ที่นี่จนตายแล้ว"

 

 

         

          ปลายปีที่แล้ว นักวิชาการฝ่ายประชาธิปไตยคนหนึ่งที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส ได้สรุปสถานการณ์ในปี 2561 ว่า 

 

          “คสช.เสื่อมอำนาจ แต่คงไม่ถึงกับพัง” พร้อมชี้ว่า คสช.มีทางเลือกอยู่ 3 ทางคือ

 

          1.ปล่อยให้กลไกในรัฐธรรมนูญกำกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 2.มีการเลือกตั้ง มีพรรคสนับสนุนให้ตัวแทน คสช.เป็นนายกรัฐมนตรี 3.เลื่อนโรดแม็พ เลื่อนเลือกตั้ง

 

          มาในชั่วโมงนี้ คสช.เลือกทางที่ 3 คือเลื่อนเลือกตั้ง!!!

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ