ข่าว

ซ้อลักษณ์ ขอโทษ เข้าใจผิด มหาวิทยาลัยพิษณุโลก พร้อมลาออกจากการเป็นนักศึกษา

"ซ้อลักษณ์" กล่าวขอโทษกลางที่ประชุม เข้าใจผิด มหาวิทยาลัยพิษณุโลก ปม ซื้อขายวุฒิการศึกษา พร้อมลาออกจากการเป็นนักศึกษา

ที่ห้องประชุมสภา มหาวิทยาลัยพิษณุโลก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ว่าที่ร้อยตรีรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรมในสังคม นายชาญชัย ฉายบุ ที่ปรึกษามูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วย "ซ้อลักษณ์" นางวิไลลักษณ์ ไชยชาญ ผู้เสียหาย และ น.ส.ปุ๊กกี้ ได้เดินทางนำหนังสือมายื่นต่อคณะผู้บริหารของทางมหาวิทยาลัยพิษณุโลก นำโดย ดร.มานพ เกตุเมฆ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยพิษณุโลก โดยได้ประชุมหารือข้อเท็จจริง และตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงกรณี ซื้อขายวุฒิการศึกษา และทวงถามเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงกรณีมีผู้ร่วมขบวนการซื้อขายวุฒิว่ามีมากกว่า 1 คน หรือไม่

 

 

ทางด้านของ "ซ้อลักษณ์" ได้ยกมือกราบขอโทษทางมหาวิทยาลัยพิษณุโลก ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ทางด้านของทนายทางฝั่งผู้เสียหายได้พูดชี้แจงว่า เพื่อเป็นการเคลียร์ข้อเคลือบแคลงสงสัยทางสังคม เพราะถ้าหากมีขบวนการผู้ร่วมกระทำความผิดซื้อขายวุฒิการศึกษา ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงเป็นอย่างมาก 

 

ว่าที่ร้อยตรีรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า ได้พา นักศึกษา เดินทางมหาวิทยาลัยพิษณุโลก เป็นครั้งแรก หลังจากได้สมัครเป็นนักศึกษา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายวุฒิการศึกษา ว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เป็นเพียงอาจารย์ 1 ท่าน มีท่านอื่นหรือไม่อย่างไร ซึ่งคุณลักษณ์ เดินทางมาที่มหาวิทยาลัยพิษณุโลก โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้มีการขยายผลเพิ่มเติมผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการขายวุฒิการศึกษาหรือไม่ อย่างไรให้ มหาวิทยาลัยชี้แจงถึงการตรวจสอบว่ามี อาจารย์และพวก จำนวนมากน้อยเพียงใด ซึ่งทั้งหมดจะเป็นผลดีกับทางมหาวิทยาลัยพิษณุโลกเอง 

 

หลังจากเกิดเรื่อง ปรากฏว่าทางมหาวิทยาลัย ได้ส่งบัตรนักศึกษา เข้ามาในระบบออนไลน์ เชื่อว่าวันนี้ประชาชน ผู้ปกครอง สงสัยว่ามีผู้ร่วมขบวนการ เพียง 1 ท่านจริงหรือ อาจมีการขยายผลผู้ร่วมกระบวนการทางมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในมหาวิทยาลัยว่ามีผู้กระทำความผิดมากน้อยเพียงใด

 

 

ซ้อลักษณ์

 

 

ด้าน "ซ้อลักษณ์" นักศึกษาผู้สียหายกล่าวว่า ตนหลงเชื่อให้มาเป็นนักศึกษา เพื่อจะได้วุฒิการศึกษาปริญญาตรี ด้วยได้รับการชักชวนว่าจะได้ค่าตำแหน่ง 4-5 แสนบาทต่อเดือน จากคนในมูลนิธิฯ เบื้องต้น ได้จ่ายเงินผ่อนจ่าย 3 งวด งวดละ 50,000 บาท 2 ครั้งและครั้งสุดท้าย 30,000 บาท แล้วจะได้วุฒิเลยในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ได้เคยแย้งว่าผิดกฎหมาย ผู้ชักชวนอ้างว่าสามารถเคลียร์กับมหาวิทยาลัยได้ ไม่มีปัญหา ตนเป็นเหยื่อเรื่องนี้ 

 

ขณะที่ ดร.มานพ เกตุเมฆ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยพิษณุโลก กล่าวชี้แจ้งว่า ได้มีการสมัครเรียนตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง มีการส่งเอกสารหลักฐานเข้ามาที่มหาวิทยาลัยอย่างครบถ้วน พร้อมกับเงินค่าสมัครเรียนแรกเข้า 1,500 บาทและค่าเทอม 130,000 บาท ซึ่งทางมหาวิทยาลัย ได้รับนักศึกษาตามขั้นตอน 2 คำ คือ มา อยู่ ไป โดยนักศึกษาเมื่อมาสมัครเรียน ทางคณะกรรมการจะมีการประกาศรายชื่อเสร็จ นำชื่อเข้าสู่ระบบนายทะเบียน เมื่อมาอยู่กับเรา จากนั้นส่งชื่อไปที่คณบดีแต่ละคณะ เมื่อรับหมดจะแยกไปตามหมวดการเรียนการสอน ทางคณะนั้นๆ นศ.ไปเรียนเป็นเวลา 3 ปี 3 ปีครึ่งหรือ 4 ปี 

 

 

ซ้อลักษณ์

 

 

หลังจากเรียนจบการศึกษาแล้ว ทางคณะกรรมการก็จะมาพิจารณาหลักสูตรว่าถูกต้องไหม ตรวจสอบว่ามีชื่อตั้งแต่แรกเข้าจริง จบจริง แล้วจะส่งชื่อไปผู้บริหารวิชาการว่า รายชื่อเข้ามาตอนแรกรับกับรายชื่อเมื่อจบตรงกันไหม เข้า-ออก จะมีการตรวจรายชื่อว่าเข้ามาจริง ไม่มีการเรียนก็ไม่จบการศึกษา สุดท้ายนักศึกษาที่จบจะเสนอคณะสภามหาวิทยาลัยเพื่อให้จบการศึกษาอีกครั้ง โดย นักศึกษา ที่จบแล้วจะต้องมีอาชีพ มีงานทำ มีความซื่อสัตย์ พอเพียง ไม่สร้างความขัดแย้ง สร้างศัตรูและเป็นคนดีของสังคม 

 

หลังจากได้มีการเจรจาและสอบถามในเรื่อง การซื้อขายวุฒิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว "ซ้อลักษณ์" และทีมทนาย ต่างเข้าใจและเชื่อว่าทางมหาวิทยาลัยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการซื้อขายวุฒิการศึกษา เป็นเพียงแค่ตัวบุคคลเท่านั้น และได้กล่าวขอโทษมหาวิทยาลัย ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง พร้อมกันนี้ แจ้งความจำนงจะไม่ขอเรียนต่อ และขอทำเรื่องคืนเงินจำนวน 130,000 บาท ที่ทำการลงทะเบียนไว้ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็ได้ให้ "ซ้อลักษณ์" กรอกใบยื่นความจำนง ลาออกจากการเป็นนักศึกษา และมหาวิยาลัยพิษณุโลก โอนเงินคืนให้ ซ้อลักษณ์ ไปทั้งหมด ซึ่งภายหลังจากได้รับเงิน ซ้อลักษณ์ บอกว่าจะนำเงินไปเป็นค่าเทอมลูกต่อไป
 

 

ซ้อลักษณ์

ซ้อลักษณ์

 

 

โดย : Mongkolchaowaraj Tungmungmee

 

ข่าวยอดนิยม