
ลุง 67 ปี ยอมรับเจียดเบี้ยคนชรา ซื้อบริการสาว 22 อ้างแม่เหยื่อบังคับมา
ลุง 67 ปี ยอมรับเจียดเบี้ยคนชรา ซื้อบริการสาว 22 อ้างแม่เหยื่อบังคับมา ด้าน ตำรวจแจ้งข้อหา "ชำเราผู้อื่นฯ"
จากกรณี นายวรุต ขำเขนก ผอ.มูลนิธิเพื่อให้โอกาส อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ พา น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นเด็กที่มูลนิธิฯ เคยให้ความช่วยเหลือ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ว่าถูกแม่แท้ๆ บังคับให้ขายบริการให้กับผู้ชาย เพื่อเอาเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ โดย น.ส.กัลยา (สงวนนามสกุล) แม่ของ น.ส.เอ ยอมรับว่ามีพฤติกรรมเสพยาเสพติดจริง แต่ไม่ได้บังคับให้ลูกสาวไปขายบริการ สาเหตุที่ลูกสาวให้การแบบนั้น เพราะป่วยจิตเวช และเห็นลูกสาวไปหาคนดูแลบ้านเช่าหลายครั้ง และคาดว่าน่าจะมีความสัมพันธ์กัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- แม่ลั่นแค่เสพยา ปัดบังคับลูกค้าบริการ ตั้งข้อสังเกตเพราะลูกป่วยจิตเวช?
- สาว 22 ร้องมูลนิธิ ถูกแม่แท้ๆ บังคับเป็น คณิกา หาเงินเสพยา ซ้ำ พ่อแท้ๆ อนาจาร
6 มิ.ย. 2567 ล่าสุดตำรวจไปสอบถามนายวิรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี คนดูแลห้องเช่าและเป็นคนที่ถูกกล่าวหาว่ามีเพศสัมพันธ์กับหญิง อายุ 22 ปี ซึ่งนายวิรัตน์ ยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับเด็กจริง แต่แค่ 2 ครั้ง ไม่ใช่ 10 ครั้ง แต่ละครั้งจะให้เงินไปครั้งละ 100-200 บาท หรือบางครั้งเด็กมาขอค่ารถจะไปอำเภอนางรอง ตนก็ให้ไป 200 บาท
นายวิรัตน์ เล่าด้วยว่า ตนเป็นเพียงคนเฝ้าหอพัก มีลูกมีภรรยา อาศัยเพียงเงินเบี้ยงคนชราเดือนละ 600 บาท ประทังชีวิต ส่วนเงินที่ให้เด็กไปก็คือเงินเบี้ยคนชราที่ได้มาเจียดให้เด็กเอาไปใช้จ่าย สาเหตุที่เด็กมาขอนอนกับตนเพราะแม่เด็กบังคับให้มา
ด้าน น.ส.กัลยา แม่หญิงวัย 22 ปี ยืนยันว่าไม่เคยบังคับลูกสาวให้ขายบริการทางเพศ มีแต่ห้ามปราม ยอมรับว่าเคยทำร้ายลูกเพราะไม่เชื่อฟัง แต่เสพยาบ้าแค่อาทิตย์ละ 1 ครั้งเท่านั้น
ด้าน พ.ต.ท.ไชยา สระโสม รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้แจ้งข้อหานายวิรัตน์ ฐาน "ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ" ส่วน น.ส.กัลยา ดำเนินคดี "เป็นธุระจัดหาเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น"



