จากกรณีที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์คอ ในคดีคดีโกงเลือกตั้งนายก อบจ.เมืองคอนเมื่อผปี 2557 คดีหมายเลขดำที่ 327/2564 คดีหมายเลขแดงที่819  /2556 ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกนายมาโนช เสนพงศ์  จำเลยที่ 1 และ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ คนละ 3 ปี แต่ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุกคนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญาและ ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี ไม่รอลงอาญา และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2563 โดยนายมาโนช นายเทพไท สองพี่น้องผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัวและยืนอุทธรณ์สู้คดีในขั้นอุทธรณ์ ศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ (11 พ.ค.) จนต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้นายเทพไท พ้นจากสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2564 โดยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกนายมาโนช นายเทพไท จำเลยที่ 1,2 คนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญาและ ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี ไม่รอลงอาญา และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี  ตามที่เสนอข่าวงมารตามลำดับแล้วนั้น

            

วันนี้ 11 พ.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานนายเทพไท และนายมาโนช ได้ให้ทนายความยื่นขอประกันตัวเพื่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกา โดยจะยื่นฎีกาภายใน 30 วัน แม้ตามระเบียบกฎหมายมาตรา 218 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา บัญญัติว่า “ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี หรือปรับหรือทั้งจำทั้งปรับ แต่โทษจำคุกไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ในกรณีที่จำเลยจะยื่นฎีกาจะต้องได้รับการพิจารณาอนุญาตจากศาลฏีกาเป็นราย ๆ ไป

โดยทนายความของนายเทพไท นายมาโนช ได้อ้างว่าการยื่นขอฏีกาจะต้องดำเนินการภายใน 1 เดือน ในระหว่างนี้นายเทพไท และนายมาโนช มีความจำเป็นที่ต้องออกไปดำเนินการยื่นฎีกาและขอรับฏีกาตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเป็นความจำเป็นที่จำเลยทั้งสองจะต้องออกไปดำเนินการยื่นฎีกาสู้คดี จึงอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยเพิ่มหลักทรัพย์เป็นคนคนละ 1.5 ล้าน ทำให้นายเทพไท และนายมาโนช รอดพ้นการถูกควบคุมตัวเข้าเรือนจำไปอย่างหวุดหวิด

             

ในขณะที่นายพิชัย บุณยเกียรติ โจทก์ในคดีนี้ตามระเบียบกฎหมายมาตรา 218 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา บัญญัติว่า “ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี หรือปรับหรือทั้งจำทั้งปรับ แต่โทษจำคุกไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง หากจำเลยหรือคู่ความจะยื่นฎีกาจะศาลฎีกาจะพิจารณาเป็นกรณีไป และต้องดำเนินการยื่นฎีกาและขอรับฎีกาภายใน 1 เดือน ทนายความของนายเทพไท และนายมาโนช ใช้ข้ออ้างต้องออกไปดำเนินการยื่นฎีกาจึงขอประกันตัวระหว่างรอรับฎีกา ศาลจึงอนุญาติให้ประกันตัวไป

“ในกรณีนี้หากศาลฎีการับฎีกาในคดีนี้ นายเทพไท นายมาโนช จำเลยจะต้องยื่นประกันตัวในชั้นศาลฎีกาอีกครั้ง หลังจากนั้นต้องรอกำหนดวันที่ศาลฎีกาจะอ่านคำพิพากษาฎีกาอีกครั้งหนึ่ง  แต่หากครบกำหนด 1 เดือนศาลจะนัดจำเลยมาฟังคำสั่งฎีกา หากศาลไม่รับฎีกาทั้งนายเทพไท นายมาโนช จำเลยสองพี่น้องก็มีอันต้องถูกควบคุมตัวไปรับโทษทัณฑ์ 2 ปีในเรือนจำนครศรีธรรมราชทันที”นายพิชัย กล่าว.

                                                           พิชัย บุญยเกียรติ โจทก์

 

ไพฑูรย์  อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

            

แฟ้มภาพ.............