เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2564  สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุรายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ระลอกเมษายน)ของวันที่ 3 พ.ค. 2564 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 28 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม จำนวน 437   ราย ยอดตายสะสม 4 ราย  สำหรับผู้เสียชีวิตรายที่ 4 เป็นผู้สูงอายุ บ้านอยู่ อ.ลานสกา เป็นพ่อของตำรวจท่องเที่ยว ที่ใช้ประกอบอาชีพขับรถตู้รับจ้าง ติดโควิดรายที่ 3 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนจะลุกลามไปติดภรรยา และพ่อจนในที่สุดพ่อเสียชีวิต ส่วนตัวตำรวจท่องเที่ยวและภรรยารักษาหายกลับไปบ้านได้แล้ว
              

          

ในขณะที่นายแพทย์จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวถึงกรณีมีการประกาศปิดหมู่บ้านบางบูชา หมู่ 1 ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มาจากการที่ญาติ ๆ นำศพ อสม.ปากพนัง ที่ไปเสียชีวิตที่ อ.ทุ่งสง กลับไปบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจเองที่วัดบางบูชา หมู่ 1 ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง หรือไม่ ซึ่งหลังการฌาปนกิจศพชาวบ้านหวาดผวาว่าเชื้อโควิดจะแพร่ระบาดหนักในพื้นที่ ว่าไม่เกี่ยวข้องกัน การปิดหมู่บ้านเป็นการดำเนินการตามมาตรการการเก็บตัวอย่างกลุ่มเสี่ยงสูงและมีความเชื่อมโยงกับเคสเตอร์เสี่ยงอื่น ๆ  ส่วนการดำเนินการเรื่องศพผู้เสียชีวิตจากโควิดจะมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยเฉพาะและมีการใส่ถุงซิบ 3 ชั้น มีมาตรฐานและปลอดภัยสูงเทียบเท่าในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษยากที่สารคัดหลั่งน้ำเหลืองและเชื้อโรคจะแพร่ออกมาได้

อย่างก็ตามในทางปฏิบัติเพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายผู้ที่เสียชีวิตเกี่ยวกับโรคระบาดรุนแรงแบบโควิดญาติ ๆ ควรให้เจ้าหน้าที่เขาจัดการเกี่ยวกับการเผาศพจะดีกว่ารับไปดำเนินการเอง  จึงค่อยเก็บอัฐิไปประกอบพิธีทำบุญ 100 วันหรือครบรอบ 1 ปี ได้ตามปกติ ส่วนที่หวาดกลัวว่าหลังการเผาศพจะมีเชื้อโรคแพร่กระจายนั้น ๆไม่ต้องกลัวเพราะเชื้อโควิด หรือโรคระบาดอื่น ๆ รวมทั้งโรคโรคซาร์สหากโดนความร้อนแค่ 60 องศาเชื้อก็ตายหมดแล้ว การเผาศพความร้อนสูงมากเชื้อโรคมันอยู่ไม่ได้ มันตายง่าย แต่หากอยู่ในอุณหภูมิเย็น ๆ เช่นเมืองที่มีอาหาศหนาว มีหิมะตกแบบนี้เชื้อโรค มันจะอยู่ได้นานมาก

ส่วนที่ รพ.สิชล นายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล ได้ส่งผู้ป่วยที่รักษาหายดีแล้ว กลับบ้าน หลังจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสิชลครบ 14 วัน กลับบ้านตามภูมิลำเนาภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 5 ราย รวมรักษาหายส่งกลับบ้าน 2 วัน 10 ราย โดยมีทีมรับผู้ป่วยจากพื้นที่มารอรับและมีการเตรียมชุมชน ครอบครัว การติดตามประเมินที่บ้านต่อเนื่องอีก 14 วัน

               นายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ กล่าวว่า ทุกรายได้ผ่านการประเมินสภาวะสุขภาพกายและสุขภาพจิต สมบูรณ์ทุกราย และได้บอกเล่าถึงความประทับใจในช่วงที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลสิชล  โดยหลังจากนี้ไปถ้าอัตราส่วนการรับรายใหม่ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากก็จะมีคนที่รักษาหายดีแล้ว ออกจากโรงพยาบาลได้ทุกวัน การจัดการเตียงก็จะง่ายขึ้น จากจำนวนเตียงที่เตรียมพร้อมไว้ทั้งหมด 200 เตียง  ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่านายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ  ได้โพสต์ภาพและข้อความการส่งผู้ป่วยที่รักษาหายกลับบ้านลงในเพซบุ๊กส่วนตัว “Arak Wongworachat” พร้อม #ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเก็นและให้กำลังแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่รวมมั้งผู้ป่วยจำนวนมาก.

ไพฑูรย์  อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช