วันที่ 13 มกราคม 2564 ที่ ประตูเมืองจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอห้วยทับทัน เขตรอยต่อระหว่างจังหวัดสุรินทร์ ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองศรีสะเกษ จากการที่จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงปลอดจากการมีผู้ติดเชื้อโรคโควิด19 ทุกภาคส่วนจึงได้ช่วยกันเต็มที่ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน เอ็กซเรย์ทุกคน ทุกระบบ แม้จะเป็นการขับรถยนต์ผ่านเข้ามาในตัวจังหวัดศรีสะเกษ ก็จะต้องตรวจสอบว่าจะผ่านไปเฉยๆ หรือจะแวะลงทำธุระในตัวเมือง หรือมาหาใครในเขตอำเภอใด หมู่บ้านใด ตำบลไหนหรือไม่ ที่สำคัญทุกคนที่นั่งรถ หรือขับรถยนต์มา ที่มีป้ายทะเบียนรถระบุว่า เป็นจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อโควิด19 จังหวัดเสี่ยง เช่น สมุทรสาคร, สมุทรปราการ, ระยอง, ชลบุรี, จันทบุรี, ตราด, กรุงเทพมหานครฯ จังหวัดนครปฐม, นนทบุรี และจังหวัดอ่างทอง เป็นต้น

เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เฝ้าด่าน จะลงทะเบียน จดทะเบียนรถยนต์ ขอความร่วมมือให้ลงทะเบียนสแกนแอพพลิเคชั่นไทยชนะ และหมอชนะ ไว้เพื่อการติดตามย้อนหลังถึงไทม์ไลน์การเดินทางได้ด้วย ซึ่งที่ด่านแรกของประตูเมืองศรีสะเกษ จุดอำเภอห้วยทับทัน แห่งนี้ก็ถือว่าสำคัญ โดยนายอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยทับทัน ทีมงานกำนัน - ผู้ใหญ่บ้าน อสม.ได้ตรวจเฝ้าระวังทุกวันอยู่แล้ว

 

 

โดย นายจักรพงศ์ พันธุ์เพ็ง นายอำเภอห้วยทับทัน เปิดเผยว่า สำหรับอำเภอห้วยทับทันนี้ ถือว่าเป็นอำเภอหน้าด่าน ที่มีเส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดสุรินทร์ กับจังหวัดศรีสะเกษ เราก็จะมีมาตรการในการเฝ้าระวังในการลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด19 ด้วยการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด นอกจากนั้นเราก็มีมาตรการการใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะ และหมอชนะ เพื่อเป็นจีพีเอสในการติดตามตัว หากว่าเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดเกิดขึ้น ทุกคนที่เดินทางผ่านจังหวัดศรีสะเกษ หรือมาพักจังหวัดศรีสะเกษ จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจคัดกรองทุกคน รถยนต์ทุกคัน ที่เป็นบุคคลต่างพื้นที่เข้ามา แม้ว่าตอนนี้จังหวัดศรีสะเกษเอง จะยังไม่มีผู้ที่ติดเชื้อก็ตาม แต่ก็เพื่อความไม่ประมาท การ์ดจะต้องไม่ตก

 

 

นอกนั้นอำเภอห้วยทับทัน ก็ได้ถือปฏิบัติเช่นอำเภออื่น ๆ นั้นก็คือ การเฝ้าระวังในการใช้เครือข่าย กำนัน - ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน อสม.ประจำหมู่บ้าน ตรวจสอบทุกคนที่เดินทางมาจากจังหวัดกลุ่มเสี่ยง หากพบก็ขอให้กักตัว 14 วัน รายงานผลการตรวจวัดไข้ เฝ้าดูอาการทุกวัน ซึ่งหากพบผิดปกติ ก็แจ้งเจ้าหน้าที่ รพ.ห้วยทับทัน ออกไปรับมาสอบประวัติ มาทำการรักษาทันที ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่พบว่ามีใครผิดปกติ และจากช่วงปีใหม่ แม้จะมีผู้คนมาจากต่างจังหวัด แต่ขณะนี้ก็พ้นระยะเฝ้าระวัง 14 วันแล้ว

 

 

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ศรีสะเกษ