วันที่ 16 ก.ย. 2563 นายอูมิ้น ไหน่ ผู้ว่าราชการ จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ประจำด่านศุลกากร ด่าน 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและตัวแทนหอการค้าในท่าขี้เหล็ก เพื่อหารือกรณี คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงราย ออกประกาศฉบับที่ 22 ไม่อนุญาตให้ชาวเมียนมา ขับรถตู้ข้ามมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก เข้าขนสินค้าถึงโกดัง โดยกำหนดให้เปลี่ยนคนขับเป็นคนไทยที่ด่านพรมแดนสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 ก่อน รวมทั้งกำหนดให้รถตู้จากประเทศเมียนมาข้ามฝั่งมายัง อ.แม่สายได้แค่ 168 คันนั้น

หลังจากประชุมเสร็จผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. 2563 ทางฝ่ายเมียนมาต้องการให้มีความยุติธรรมกันทั้ง 2 ฝ่าย จึงกำหนดให้รถบรรทุกสินค้าจากไทยที่จะข้ามพรมแดนไปเมียนมาต้องเปลี่ยนคนขับเป็นชาวเมียนมาก่อนเข้าไปส่งสินค้าในท่าขี้เหล็กเช่นกัน นอกจากนี้ยังกำหนดให้รถป้ายทะเบียนไทยทุกประเภทเข้าไปใน จ.ท่าขี้เหล็ก ได้เพียงวันละ 6 คันเท่านั้น และป้ายทะเบียนไทยที่จะมาส่งสินค้าได้นั้น จะต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกของเมียนมา และต้องทำตามกฎข้อบังคับที่กรมการขนส่งทางรัฐบาลรัฐฉาน ได้กำหนดไว้เท่านั้น ฉะนั้นรถที่จะจดทะเบียนต้องรอให้ทางรัฐบาลรัฐฉานอนุมัติจึงจะจดทะเบียนได้ ส่วนรถป้ายทะเบียนเมียนมาก็จะอนุญาตให้ข้ามฝั่งไปฝั่งไทยได้เพียง 6 คันเช่นกัน ทั้งนี้เป็นที่รับรู้กันว่า รถตู้ที่วิ่งรับส่งสินค้าข้ามแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ส่วนใหญ่เป็นรถที่ติดป้ายทะเบียนไทยเกือบทั้งหมด มีรถที่ติดป้ายทะเบียนเมียนมาอยู่เพียงไม่ถึง 10 คันเท่านั้น

ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็กกล่าวทิ้งท้ายว่า ในช่วงที่ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมากนั้น ทางเมียนมาไม่ได้หวั่นกับสิ่งที่เกิดขึ้น เรายังให้รถขนสินค้าตามปกติ แต่ตอนนี้พอประเทศเมียนมามีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเป็นรายวันทางการไทยกลับกำหนดข้อบังคับดังกล่าว ฉะนั้นในเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้เราจึงได้ประชุมหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องและกำหนดกฎข้อบังคับดังกล่าวเพื่อเป็นการ ป้องกัน ยับยั้ง การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

บัณฑิตย์  พันธ์พลากร ผู็สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย