เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 2 ส.ค.63  พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบชน. พร้อมด้วย พล.ต.ต. สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8  พ.ต.ต.ธีรวัฒน์ เกิดจงรักษ์ สว.(สอบสวน) สน.ปากคลองสาน ได้รับแจ้งมีเหตุเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาอับปางบริเวณท่าเทียบเรือหลังบ้านพักแห่งหนึ่งท้ายซอยสมเด็จเจ้าพระยา 1 แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร จึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที  เมื่อเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ไปถึงที่เกิดเหตุ พบเรือบริการนักท่องเที่ยว สูง 3 ชั้น ตกแต่งด้วยระเบียงทำจากวัสดุไม้ฉลุ อับปางจมลงแม่น้าเจ้าพระยาทั้งลำ

จากการสอบถาม นายจักรี ศรีรักษา อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่ อปพร.เขตคลองสาน ซึ่งเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุคนแรกเล่าว่า "เมื่อมาถึงเรือยังไม่จมลงน้ำไปทั้งลำ แต่จากการสอบถามเจ้าหน้าที่บนเรือให้ข้อมูลว่า ช่วงเย็นรับผู้โดยสารชาวไทย และ ชาวต่างประเทศ รวมประมาณ 75 ท่าน มาจากท่าเทียบเรือของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนพระราม 3 ก่อนพาล่องดูทิวทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และทานอาหารบนเรือ ล่องมาจนถึงสะพานพระปกเกล้าแล้วจะวนเรือกลับ ระหว่างนั้นเริ่มสังเกตุเห็นความผิดปกติที่ตัวเรือเอียงขวา ทำให้กัปตันเรือตัดสินใจขอนำเรือเทียบเข้าท่าเรือส่วนตัวของบ้านหลังนี้ เพื่ออพยพผู้โดยสารทั้ง 75 ชีวิตขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าน่าจะมีรอยรั่วที่ท้องเรือซีกขวา ทำให้น้ำเข้าและเรือเกิดเอียงขึ้นดังกล่าว"

พลตำรวจตรี สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 กล่าวว่า "ได้รับรายงานว่ามีเหตุเรือล่ม จึงเดินทางมาที่เกิดเหตุ รับรายงานมาจากกัปตันเรือว่า ขับเรือพานักท่องเที่ยวรับประทานอาหาร ชมวิว ล่องเรือตามแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วเกิดมีความผิดปกติขึ้นที่ใต้ท้องเรือ จึงขอขึ้นเทียบท่าเรือเอกชน เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว" หลังจากที่ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว กล่าวว่า "กรมเจ้าท่ามีความพร้อมกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก และเป็นห่วงนักท่องเที่ยว เพราะว่าช่วงนี้น้ำทะเลที่มันหนุนขึ้นมา เรือที่จมลงไปเนี่ยอยู่ที่จุดที่ควบคุมได้ไม่ให้เคลื่อนย้ายหรือไหลไปตามกระแสน้ำได้

ส่วนเรื่องเรือ เป็นเรือที่ได้รับอนุญาต บรรจุผู้โดยสารได้ 75 ท่าน แต่ในครั้งนี้ มีผู้โดยสารไม่เกินจำนวน มีแค่ 50 ท่าน เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ ทางกัปตันเรือ ถือว่า มีไหวพริบดี มีสติคิดได้ทัน คือว่า เมื่อเรือกำลังแล่นอยู่กลางแม่น้ำ แล้ว เครื่องสูบน้ำ ปั่นน้ำใต้ท้องเรือ มีความผิดปกติขึ้น จึงนำเรือเข้าเทียบท่า และขอให้นำนักท่องเที่ยวขึ้นจากเรือเพื่อความปลอดภัย พอนักท่องเที่ยวขึ้นท่าไปหมดแล้ว ประมาณ 10 นาที เรือก็ค่อยๆจมลง แต่ถือว่า เจ้าของบ้านหลังนี้ใจดีมีน้ำใจมากที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งมาอย่างปลอดภัยทุกท่าน มิอย่างนั้น เรืออาจจมและนักท่องเที่ยวได้ลอยคอ หรือได้รับอันตรายมากไปกว่านี้แน่ ส่วนกัปตันเรือก็มีไหวพริบดีมาก เรื่องการกู้ซากเรือต้องรอทางกรมเจ้าท่าประสานกับบริษัทที่รับผิดชอบเรือลำนี้ และจะต้องดูสาเหตุว่าเรือจมเพราะอะไร"

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าเรือลำดังกล่าวเป็นของบริษัทเอกชนแห่งที่ จ.ตราด ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวกัปตันเรือไปสอบปากคำที่โรงพักเพื่อดำเนินการแจ้งข้อหาตามกฎหมายต่อไป

ชุติเดช ม่วงใจรักษ์ ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก กทม.