วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพกำแพงวัดผาซ่อนแก้วที่มีสติ๊กเกอร์วงกลมขนาดเล็กสีชมภู ซึ่งใช้สำหรับติดให้แก่นักท่องเที่ยวที่ผ่านจุดคัดกรองก่อนที่จะเข้าเที่ยวชมภายในวัด ติดไว้ผนังกำแพงกลายเป็นจุดสีชมพู เป็นการทำลายความสวยงามของสถานที่ ซึ่งหลังจากโพสต์ไปแล้วได้มีการแชร์ไปอย่างมากมาก พร้อมกันนี้ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน ส่วนมากได้ตำหนิการกระทำดังกล่าวว่ามักง่ายเป็นนักท่องเที่ยว ไม่รับผิดชอบต่อสังคม จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าจุดที่ติดสติ๊กเกอร์นั้นเป็นกำแพงด้านทิศตะวันออก ตั้งแต่ทางเข้าวัด โดยได้มีการติดสติ๊กเกอร์สีชมพูกับกระเบื้องผนังกำแพง กระจายตามจุดต่างๆ ไปจนเกือบถึงทางเข้าเจดีย์พระเจ้า 5 พระองค์ ความยาวประมาณ 20 เมตร

โดยนักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่มาจากจังหวัดสกลนครได้กล่าวว่าตนมาเที่ยวที่วัดผาซ่อนแก้วครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ซึ่งแต่ละครั้งที่มาก็มีความประทับใจเป็นอย่างมาก แต่ครั้งนี้เมื่อเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวบางรายเอาสติ๊กเกอร์ที่เจ้าหน้าที่ได้ติดให้หลังจากผ่านการคัดกรองก่อนเข้าวัด นำไปติดตามกำแพงทำให้รู้สึกไม่ดีเลย เป็นการไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามเมื่อนำสติ๊กเกอร์ไปติดก็ทำให้เลอะเทอะ ไม่สวยงาม เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงว่าผู้ที่กระทำเป็นคนมักง่าย แค่สติ๊กเกอร์แผ่นเดียวหากติดตัวไว้แบบเดิมก็ไม่น่าจะเสียหายหรือลำบากอะไร อยากให้ทุกคนมีจิตสำนึก ช่วยกันรักษาความสวยงามไว้ รวมทั้งเป็นการปลูกฝังลูกหลานให้รักษามรดกและวัฒนธรรมที่ดีไว้ตลอดไป

ด้านนักท่องเที่ยวที่มาจากจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่ามาเที่ยววัดผาซ่อนแก้วครั้งนี้เป็นครั้งแรกรู้สึกประทับใจในความสวยงามมาก และเมื่อเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวบางรายนำเอาสติ๊กเกอร์โควิดมาติดกำแพงจนเกลื่อนแบบนี้ตนเห็นว่าทุกคนควรมีความรับผิดชอบสติ๊กเกอร์ของตนเอง หากเอาไปติดทั่วไปก็คล้ายกับขยะ ซึ่งจากที่ดูก็น่าจะหลายร้อยชิ้น ทำให้ทัศนียภาพดูไม่สวยงาม

ด้านเจ้าหน้าที่ของวัดได้กล่าวว่านักท่องเที่ยวอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์เมื่อมีคนติดเพียง 2-3 คน คนอื่น ๆ ก็อาจจะติดตามจนทำให้ไม่สวยงาม ดังนั้นตนในฐานะตัวแทนวัดผาซ่อนแก้วจึงขอวิงวอน ขอร้อง และห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวนำสติ๊กเกอร์คัดกรองโควิดไปติดตามกำแพงหรือจุดต่าง ๆ ภายในบริเวณวัด หลังจากแกะออกแล้วขอให้นำไปทิ้งในถึงขยะในจุดที่วัดจัดไว้ให้ เพื่อความสวยงามของสถานที่ตลอดไป

นิติพงษ์ ศรีสุวรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์