จากกรณีที่มีพระสงฆ์รูปหนึ่ง ได้โพสต์รูปภาพหญิงสูงวัย ในชุดนุ่งผ้าถุงกระโจมอก ลงในเฟสบุ๊ก โดยเขียนข้อความว่า วัดศรีวิชัยวัฒนาราม มีสีกานอนในวัด ทำตัวเหนือพระ(ใส่ผ้าถุงเดินในวัด) พระที่ไม่เคารพสีกา ต้องอยู่อย่างอัปยศ ใครจะช่วยได้บ้าง?ช่วยแชร์ด้วย       ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ถึงความไม่เหมาะสม   รวมถึงเป็นข่าวในทำนองชู้สาว

 

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่วัดศรีวิชัยวัฒนาราม อ.เมือง จ.ชัยนาท  เพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าว โดยพบกับ พระใบฎีกา ชัยพร ชยวโร อายุ 46 ปี  ซึ่งเป็นผู้โพสต์เฟสบุ๊ก โดยพระชัยพร ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์รูปภาพดังกล่าวจริง ซึ่งเป็นภาพที่ถ่ายไว้เมื่อ 3 ปีก่อน เนื่องจากทนเห็นพฤติกรรมของสีกาคนดังกล่าวไม่ได้ ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในวัดนานหลายปี แต่มีพฤติกรรมทำตัวไม่เหมาะสม โดยจะชอบนุ่งกระโจมอก ออกมาเดินในบริเวณวัด และมักจะชอบมองหน้าพระสงฆ์ และเรียกชื่อพระสงฆ์ในวัด โดยไม่มีคำนำหน้าว่า หลวงพี่ หรือ หลวงพ่อ  เหมือนเป็นดูหมิ่นพระสงฆ์ในวัด   พระชัยพร บอกว่าตนเองมีความอัดอั้นตันใจ ที่เห็นพฤติกรรมของสีกาดังกล่าว  สะสมมานานหลายปี โดยไม่มีใครเข้ามาจัดการ จึงได้โพสต์ลงโซเชียล   แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ข่าว กล่าวหาว่าเป็นเรื่องชู้สาว  เพราะทราบว่า เจ้าอาวาสท่านชราภาพมากแล้ว ไม่ได้คิดเรื่องแบบนั้น

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท  ได้เข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยได้รับการเปิดเผยจากพระครูสุทธิชยากร เจ้าอาวาสวัดศรีวิชัยวัฒนาราม อายุ 87 ปี  ที่ขณะนี้กำลังป่วยด้วยโรคหัวใจและโรคถุงลมโป่งพอง   ว่าอนุญาตให้หญิงคนกล่าวมาอาศัยอยู่ที่วัดเป็นเวลากว่า 10 ปี แล้ว โดยมาช่วยในเรื่องจัดหาอาหารและดูแลตนในยามป่วย ไม่ได้มีเรื่องชู้สาว และไม่ได้อยู่บนกุฎิเพียงลำพัง 2 คน จะมีหลานของตนที่เป็นผู้ชาย อยู่บนกุฎิด้วยเสมอ  เรื่องที่นำไปโพสต์และเป็นข่าวจึงไม่เป็นความจริง   

ด้าน หญิงสูงวัย บอกว่า ตนเองอายุ 65 ปี มาอาศัยอยู่ในวัดนานกว่า 10 ปีแล้ว เพราะมีความศรัทธาและเลื่อมใสในตัวท่านเจ้าอาวาส โดยทำหน้าที่หุงหาอาหารและดูแลในช่วงที่ท่านเจ็บป่วย ซึ่งตนจะอาศัยอยู่ที่ห้องด้านข้างกุฎิเจ้าอาวาส  ส่วนเรื่องที่มีการโพสต์ภาพตนเองขณะนุ่งกระโจมอกลงในโซเชียล  ยอมรับว่าเป็นตนจริง  แต่เป็นภาพเมื่อ 3 ปีก่อน  เป็นช่วงที่ตนนุ่งผ้า เพื่อจะออกไปอาบน้ำในห้องน้ำที่อยู่ข้างห้องพัก ส่วนเรื่องที่ว่าล็อคห้องอยู่บนกุฎิกับเจ้าอาวาสเพียงลำพังนั้นไม่เป็นความจริง เพราะเวลาที่เอาอาหารไปให้หลวงพ่อ จะมีหลานชายหลวงพ่ออยู่ด้วยเสมอ     

ขณะที่  พระสุธีวราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท ได้เดินทางไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พบว่าข้อมูลไม่เป็นความจริง  โดยเฉพาะเรื่องชู้สาว  เพราะเจ้าอาวาสชราภาพและกำลังป่วย  เห็นว่าการที่พระสงฆ์ในวัด ไปโพสต์เรื่องดังกล่าว ที่ไม่จริง  ทำให้เจ้าอาวาสและวัดเสื่อมเสียชื่อเสียง  จึงให้ทางวัดศรีวิชัยฯ ไปแจ้งความดำเนินคดี เอาผิดกับพระสงฆ์ที่โพสต์ข้อความ  รวมทั้งจะพิจารณาความผิดของพระสงฆ์คนดังกล่าว โดยจะให้ออกจากไปจากพื้นที่จังหวัดชัยนาท

 

อย่างไรก็ตาม  พระครูสุทธิชยากร เจ้าอาวาสวัดศรีวิชัยวัฒนาราม   ได้ให้หญิงสูงวัยคนดังกล่าว ออกไปจากวัดแล้ว เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้ง และความไม่เหมาะสม  ในวันนี้จึงมีลูกหลานของหญิงสูงวัย เดินทางมารับกลับไปอยู่บ้านที่กรุงเทพมหานคร        ทั้งนี้  ผู้สื่อข่าว ได้สอบถามเรื่องดังกล่าวกับพระสงฆ์รูปอื่นๆภายในวัด พบว่าเรื่องนี้มีเสียงแตก  โดยมีพระสงฆ์ให้ข้อมูลเป็น 2 ทาง  ทางหนึ่ง บอกว่า ที่พระชัยพรพูดเป็นความจริง เรื่องที่หญิงสูงวัย มักจะชอบนุ่งกระโจมอก ออกมานอกห้อง  และเรียกชื่อพระสงฆ์ โดยไม่มีคำนำหน้าว่าหลวงพี่     ขณะที่ข้อมูลอีกทาง   บอกว่า เรื่องที่พระชัยพรพูด ไม่เป็นความจริง  เป็นการใส่ร้ายท่านเจ้าอาวาส และพระชัยพรมักจะชอบทำตัวกร่าง และโวยว่ายเรื่องต่างๆภายในวัดเสมอๆ

 

ข่าว/ภาพ  ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยนาท