กรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกดำเนินคดีหลังจากนำเงินงบประมาณของทางราชการ  39.2 ล้านบาท จากการโอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเลคทรอนิคส์ หรือ GFMIS โอนเข้าบัญชีส่วนตัว และพบการกระทำความผิดในการทำข้อมูลหลักฐานเท็จจาการปลอมเช็ครวม  165 ครั้ง  ขณะนี้ถูกควบคุมตัวจากการฝากขังผัดแรกในเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์

 

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 17.50 น. วันที่ 29 มิถุนายน  ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ถนนสวนสน –อ่าวน้อย  นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เป็นประธานแถลงข่าวการทุจริตดังกล่าว โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัด 3 ราย พร้อมด้วย นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล ปลัดจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการาสอบข้อเท็จจริง พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธร ( ผบก.ภ.) จังหวัด และ น.ส.เกศริน ภัทรเปรมเจริญ หัวหน้าสำนักงานคลังจังหวัดเข้าร่วม ใช้เวลาแถลงข้อเท็จจริงกว่า 2 ชั่วโมง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานจังหวัดเข้าร่วมชี้แจงแต่อย่างใด

 

นายพัลลภ  กล่าวว่า  ขณะนี้พบยอดเงินในการทุจริตเพิ่มจาก 33.9 ล้านบาทเป็น 39.2  ล้านบาท  จากการใช้ระบบออนไลน์ทำข้อมูลเท็จโอนเงินเข้าบัญชีมารดาและญาติ  พร้อมปลอมลายมือผู้มีอำนาจจากบัญชีเช็คงบประมาณจังหวัด สั่งเบิกจ่ายเงินสดจากธนาคารกรุงไทย  พบความผิดตั้งเดือนเมษายน  2562 ต่อเนื่องวถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2563 เนื่องจากได้รับแจ้งจากธนาคารกรุงไทยว่าเจอเช็คเด้งจากสำนักงานจังหวัด ไม่สามารถเบิกจ่ายได้   ขณะที่ทางราชการได้อายัดเงินคืนได้เพียงกว่า 7 แสนบาท  พร้อมสั่งให้ลูกจ้างออกจากราชการ และ จะตรวจสอบย้อนหลังกรณีลูกจ้างรายนี้สอบบรรจุเป็นพนักงานราชการเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 ว่ามีความสามารถสอบได้เองหรือมีข้อพิรุธอย่างไร  สำนักงานจังหวัดมีการประกาศเปิดสอบให้บุคคลทั่วไปเข้าสอบแข่งขันหรือไม่

 

ล่าสุดได้สั่งให้นางประชิต  วงค์ประภารัตน์  หัวหน้างานการเงินหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว  แต่รับเงินเดือนตามปกติ  ภายหลังพบความบกพร่องเนื่องจากได้รับการรายงานว่าเช็คงบประมาณจังหวัดหายไป  6 ฉบับ ยังไม่มีการแจ้วความเช็คหาย ถือว่าส่อพิรุธ  จากนั้นสั่งการให้นักวิชาการการเงินจากสำนักงานปกครองจังหวัดทำหน้าที่แทนชั่วคราว แต่ยังไม่มีการใช้คำสั่งทางการปกครองสั่งย้ายข้าราชการรายใดในสำนักงานจังหวัด  สำหรับการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ภายหลังมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการตั้งบุคคลภายในสำนักงานจังหวัดสอบสวนกันเอง  อาจมีการช่วยเหลือในการปกปิดข้อมูลทำให้เจ้าหน้าที่บางรายพ้นผิด   ยืนยันว่าว่าถ้ากรรมการรายใดไม่เหมาะสมสามารถพิจารณาเปลี่ยนแปลงได้ทันที

 

 

สำหรับการมอบอำนาจที่ให้พนักงานราชการทำหน้าที่เบิกจ่ายเงินและมอบรหัสผ่านให้เข้าถึงระบบการเบิกจ่ายระบบการเงินอีเลคทรอนิคส์ จากการผู้มีอำนาจสั่งจ่าย 2 ราย  เบื้องต้นเป็นการมอบงานด้วยความความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ เนื่องจากที่ผ่านมา ยอมรับว่ากระทรวงมหาดไทยขาดแคลนอัตรากำลังในการบรรจุแต่งตั้งนักวิชาการเงินและบัญชี  ซึ่งมีโอกาสการเติบในตำแหน่งหน้าที่น้อยกว่าผู้ที่ใช้วุฒิการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์และคณะรัฐศาสตร์ 

 

ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีการทุจริต จากการทำงานการเงินในเชิงระบบที่กรมบัญชีกลางวางรูปแบบไว้อย่างรัดกุม   แต่ปัญหาเกิดจากผู้มีอำนาจในหน่วยงานปล่อยปละละเลย   ปล่อยให้ลูกจ้างทำงานโดยพลการ เนื่องจากเห็นว่าเชี่ยวชาญใน ระบบ ไอที.  และหากผลการสบอสวนพบปัญหาจากการเบิกจ่ายที่ทำให้มีการทุจริต เกิดจากความบกพร่องของข้าราชการรายใด ก็จะต้องรับผิดชอบทั้งทางวินัยและชดใช้ค่าเสียหายในทางละเมิด ตามอำนาจหน้าที่ได้รับมอบหมาย ขณะที่จังหวัดได้ใช้งบพัฒนาจังหวัด  สำรองงบประมาณไว้ส่วนหนึ่งเพื่อจ่ายเงินให้ผู้วางเงินค้ำประกันงานที่มีการโอนออกนอกระบบ สำหรับสามีของผู้ต้องหาในทางพฤตินัยที่ทำหน้าที่ลูกจ้างประจำ สำนักงานจังหวัดพบว่ายังไมมีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริต     

พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด กล่าวว่า   ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปพอสมควร  โดยประสาน ปปง.ให้ช่วยติดตามเงินที่โอนไปเวปพนันออนไลน์  โดยเฉพาะการนำเงินไปฝากไว้ในเวปเพื่อถอนคืนในภายหลัง  หากพบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีผู้ใดก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย  พร้อมติดตามเส้นทางการเงินที่โอนให้เครือญาติ แต่ขณะนี้ยังไม่ออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม

นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ  กล่าวว่า จะสรุปผลสอบข้อเท็จจริงเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดได้ภายในกลางเดือนกรกฎาคมนี้ โดยสนใจปัญหาการลงลายมือชื่อในเช็คเปล่า เช็คที่สั่งจ่าย  3 แสนบาท ให้หัวหน้างานการเงิน โดยยึดได้จากบ้านพักของผู้ต้องหา ดังนั้นจะต้องสอบถามผู้เกี่ยวข้องว่าเหตุใดไม่ทราบว่าเช็คงบประมาณจังหวัดสูญหายไปจากสำนักงานจังหวัด  ปัจจุบันทราบว่ายังไม่มีการแจ้งความเอกสารสำคัญทางการเงินสูญหาย ทั้งที่เอกสารสำคัญทั้งหมดมีระเบียบการทรวงการคลังกำหนดให้เก็บรักษาอย่างชัดเจน นอกจากนั้นพบว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ( สตง.)จังหวัดตรวจไม่เจอการทุจริตปัญหามาจากการปลอมแปลงเอกสารทั้งระบบ

 

ภาพ/ข่าว พอใจ จันทนา ข่าวภูมิภาค จ.ประจวบคีรีขันธ์