จับหนุ่มอินอินเดีย แก๊งสกิมเมอร์ นำบัตรอิเล็กทรอนิกส์รูดชื้อเครื่องประดับ เพชร ทองคำ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ทำมาแล้วกว่า 100 ครั้ง ได้เงินส่งเพื่อนร่วมแก๊งที่ประเทศอินเดีย ถูกตำรวจ ปอท.ภาค 5 จับให้การรับสารภาพ จบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ แต่ใช้ความรู้ผิดวิธี นำตัวดำเนินคดีในข้อหา "ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับ หรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น"
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 29 มิ.ย.63 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.บัญฑิต ตุงคะเศรษณี รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 ,พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5,พ.ต.อ.ไพโรจน์ ทองขาว ผกก.สส.1 ภ.5 พร้อมชุดปราบปราอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 และชุดสืบสวนภาค 5 ได้ทำการจับกุมตัวนายมูฮาหมัดอาซิค บูดีนซ่าราวเตอร์ อายุ 36 ปีอยู่บ้านเลขที่ 75 ซอยสารภี 2 ถนนอิสรภาพ แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพ จบการศึกษาปริญญาตรีวิศวคอมพิวเตอร์ จากมหาลัยชื่อดังประเทศอินเดีย พร้อมของกลางเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เครื่องคัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิวส์ 1 เครื่อง เครื่องรูดบัตร 1 เครื่อง บัตรอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 7 ใบ และใบเสร็จธุรกรรมการเงินจำนวนมาก นำตัวดำเนินคดีข้อหา"ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับ หรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น"

การจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับแจ้งจากผู้ประกอบการร้านค้าชื่อดังกลางเมืองชียงใหม่ซึ่งเป็นร้านจิวเวอร์รี ว่ามีชายต้องสงสัยทำทีมาขอติดต่อขอใช้งานเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ โดยเสนอให้ค่าตอบแทนในการรูดบัตรเป็นเงินจำนวนมาก เชื่อว่าจะเป็นแก๊งสกิมเมอร์าวต่างชาติ ที่มากระทำผิดในประเทศไทย โดยผู้ต้องสงสัยดังกล่าวได้เข้ามาที่ร้านเพื่อติดต่อชื้อทอง และเครื่องประดับ เพชร พลอยจำนวนมาก ในราคาสูง หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบและก็พบชายดังกล่าวมีพิรุจจึงจับกุมตัวไว้ทำกาาสอบสวนขยายผล ก่อนนำตัวไปตรวจค้นที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งกลางเมืองเชียงใหม่ ก็พบของกลางจำนวนมาก จึงจับกุมตัวไว้ ก่อนทำการสอบสวนปากคำ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนเองจบปริญญาตรีวิศวคอมพิวเตอร์ ที่ประเทศอินเดีย  มีความรู้ด้านโปรแกรมอิเล็กทรอนิกส์ และได้กลับมาประกอบอาชีพค้าขายทางออนไลน์ และมีเพื่อนสนิทที่อินเดีย ซึ่งเป็นเครือข่ายแก๊งสกิมเมอร์ ติดต่อให้ทำธุรกิจที่จะทำให้ร่ำรวย ตนจึงรับปากตกลงร่วมแก๊งนี้ได้เป็นเวลา 6 เดือน โดยทางที่อินเดีย จะนำเครื่องดูดข้อมูลไปติดไว้ตามตู้เอทีเอ็มต่างๆ พอได้ข้อมูลมาก็จะส่งให้ตนเอง ตนเองก็จะแปลง ข้อมูลลงในบัตร แล้วนำไปรูดซื้อจิวเวอร์รี่ เครื่องประดับ ทองคำ เพชร แล้วนำไปขายแปลงเป็นเงินสด หรือไม่ก็ตกลงกับทางร้านขอรูดบัตรเพื่อ กินเปล่า โดยให้เปอร์เซ็นร้าน 55 เปอร์เซ็น ตนจะได้ 5 เปอร์เซ็นอีก 40 เปอร์เซ็นส่งให้ทีมงานที่ประเทศอินเดีย โดยวันที่ 26 มิ.ย.63 ได้รูดจำนวน 35 รายการ เป็นเงิน 128,400 บาท วันที่ 27 มิถุนายน จำนวน 25 รายการ เป็นเงิน 236,500 บาท รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นเป็นชาวอเมริกาและแคนาดา จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว
พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 5 ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนถึงวิธีการป้องกันการถูกสกิมมิ่งข้อมูลจากบัตร คือ สังเกตุความผิดปกติของช่องเสียบบัตรของเครื่อง เอทีเอ็ม ที่ใช้บริการ ก่อนที่จะเสียบบัตรจะต้องมีไฟกระพริบล้อมรอบช่องเสียบบัตรทุกครั้ง ดังนั้นหากไม่มีไฟกระพริบปรากฏขึ้นให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีเครื่องดูดข้อมูลให้รีบแจ้งธนาคารด่วน ,สังเกตุความผิดปกติของแป้นพิมพ์ อาทิเช่น แป้นพิมพ์อาจจะดูหนากว่าปกติ หากพบความผิดปกติห้มเสียบบัตรเด็ดขาด,ระหว่างการใช้เครื่องเอทีเอ็ม ควรยืนประชิดกับเครื่อง และใช้มือบังป้องกันแผงคีย์บอร์ด ในขณะที่ใส่รหัสบัตรเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเห็นและป้องกันการบันทึกภาพ หากพบข้อผิดปกติแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ  หรือ 191 ทันที.

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่