ความคืบหน้าคดีคดียิงกันกลางถนนราษฎร์อุทิศ1 เขตเทศบาลนครสงขลา อย่างอุกอาจเมื่อกลางดึกเมื่อคืนนี้ ทำให้ นายประพัฒน์ หนูน้อย อายุ 25 ปี ถูกยิงเสียชีวิตอยู่กลางถนน โดยคนร้ายใช้อาวุธปืน9 มม.กระหน่ำยิง4-5 นัด เสียชีวิตคาที่ต่อหน้าหลานชายที่ขับรถจักรยานยนต์มาด้วยกัน และในวันนี้คนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายพรมงคล กาญจนบรรณ อายุ36 ปี หรือเบิร์ด ได้ถูกออกหมายจับแล้ว

 

                      ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันนี้(29มี.ค.) ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจ.สงขลาและชุดสืบสวนสภ.เมืองสงขลา สามารถติดตามจับกุมนายพรมงคล ได้แล้วขณะกบดานอยู่บ้านที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่สงขลา และควบคุมตัวมาสอบสวนที่สภ.เมืองสงขลาทันที

                                                                                                                                                     

 

โดยมี พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาซึ่งได้ลงพื้นที่เกาะติดคดีนี้มาตลอดทั้งวันได้เข้าทำการสอบสวนผู้ต้องหาด้วยตัวเอง พร้อมกับออกมาเปิดเผยว่า นายพรมงคล ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นคนยิงจริง

 

                     โดยอ้างว่ามาจากทะเลาะกันเรื่องเงินที่นายพรมงคล ไปยืมผู้ตายมาเล่นเกมส์จำนวน 2 หมื่นบาทโดยนำรถจักรยานยนต์ไปวางค้ำประกันไว้แต่วันที่ไปไถ่คืนผู้ตายได้แยกชิ้นส่วนรถไปขาย ทำให้มีเรื่องกัน และเมื่อคืนนี้ได้ขับรถมาเจอกันโดยบังเอิญและจอดรถเคลียร์กันอีกครั้ง และนายพรมงคล ได้ตบหน้าผู้ตายไป1 ครั้งจังหวะนั้นผู้ตายได้ล้วงไปหยิบสิ่งของบางอย่างในกระเป๋าสะพายทำให้ นายพรมงคล คิดว่าหยิบอาวุธจึงได้กระหน่ำยิงใส่ไป4-5 นัดเสียชีวิตคาที่และขับรถหลบหนีไป

            

                                                                                                                                                     

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา กล่าวว่า ในทางการสอบสวนเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื้อในคำให้การของผู้ต้องหาเพราะจากประวัติพบว่าเคยถูกจับและต้องโทษในคดียาเสพติดและเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจะต้องสอบสวนขยายผลอีกครั้งว่าจริงๆแล้วสาเหตุมาจากเรื่องการยืมเงินหรือมีอะไรที่มากกว่านี้หรือไม่โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด

   เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาเพียงข้อหาเดียว เพราะต้องค้นหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุซึ่งยังไม่พบว่าเป็นปืนที่ถูกกฎหมายหรือไม่ ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าได้นำไปทิ้งไว้ที่หนึ่งซึ่งตำรวจจะไปค้นหาอีกครั้ง

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา ย้ำว่าคดีนี้เป็นการจับกุมของตำรวจผู้ต้องหาไม่ได้เข้ามอบตัวแต่อย่างใด แม้ว่าทีแรกผู้ต้องหาจะขอเข้ามอบตัวและต่อรองเรื่องการขอประกันตัว แต่ตำรวจได้ปฏิเสธไปเพราะไม่มีนโยบายหรือสิทธิพิเศษอะไรที่คนร้ายจะมาต่อรองว่าหากเข้ามอบตัวแล้วจะได้รับการประกันตัวและคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ตำรวจจะดำเนินการอย่างเฉียบขาด และคัดค้านการประกันตัวด้วย

                                                                                                                                                    

นภาลัย   ชูศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   จ.สงขลา