เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 มี.ค.2563 ที่ห้องประชุมพญาแล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผวจ.ชัยภูมิ พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ และนายแพทย์ วัชระ บถพิบูลย์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกันเปิดแถลงข่าว พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายแรกของจังหวัดชัยภูมิ เป็นนักศึกษาสาววัย 20 ปี ไปฝึกงานที่กรุงเทพฯ กลับบ้านที่ อ.ภูเขียว ซึ่งเป็นนักศึกษาอาชีวะขอนเก่นจังหวัดขอนแก่นเดินทางไปฝึกงานที่ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กทม. ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.63 จนมาถึงวันที่ 23 มี.ค.63 ที่ผ่านมา ได้พากันเดินทางกลับบ้านที่ จ.ชัยภูมิ ด้วยรถตู้โดยสาร กทม.-ขอนแก่นซึงมีผู้โดยสารและเพื่อนรวมทั้งหมด 11 คน โดยมีพ่อแม่ไปรอรับในวันที่ 24 มี.ค.63 หลังกลับถึงบ้านได้ทำการกักตัวเองอยู่ที่บ้านแต่เริ่มมีอาการมีไข้สูงกว่า 39 องศาฯไอมีเสมหะ ปวดกล้ามเนื้อ จึงเดินทางเข้าตรวจที่รพ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อเวลา 22.00 น.ที่ผ่านมา และล่าสุดผลตรวจยืนยันว่าพบมีเชื้อโควิด -19 เป็นผู้มีเชื้อรายแรกของจ.ชัยภูมิ ซึ่งทางจ.ชัยภูมิ จะได้ประสานกลุ่มเสี่ยงผู้ที่เคยสัมผัสและเกี่ยวข้องกับนักศึกษาสาว วัย 20 ปี ชาวชัยภูมิ ที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียงและอยู่ในพื้นที่ทั้งหมดต่อไป เพื่อนำมาสู่ขบวนการคัดกรองกักตัวให้การรักษาเพื่อไม่ให้เกิดการกระจายหรือแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นให้ได้โดยเร็วต่อไป

 

 

 

 

 

 

จากการรายงานล่าสุด จ.ชัยภูมิ พบมีผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังโรครวม 41 ราย แยกเป็นรายใหม่ 3 ราย ผลตรวจยันยืนไม่พบแล้ว 37 ราย รอผลตรวจยืนยันอีก 4 ราย ติดตามผลกักตัวครบ 14 วันไม่มีเชื้อแล้ว 24 ราย ติดตามเฝ้าระวังยังไม่ครบ 14 วัน อีกรวม 17 รายซึ่งจากนี้ไปทางจ.ชัยภูมิ จะเพิ่มมาตรการเข้มงวดตามประกาศ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินให้มากขึ้นด้วยและวอนให้ประชาชนตื่นตัวช่วยกันปฏิบัติตัวในการป้องกันเชื้อโควิด -19 ไม่ให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นไปกว่านี้ เช่นงดออกจากบ้าน หากไม่มีความจำเป็นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าป้องกันเชื้อ รวมทั้ง จะมีการตั้งจุดคัดกรองสกัดประชาชนที่เข้าออกภายในเขตรอยต่อพื้นที่จังหวัดชัยภูมิและตั้งศูนย์ควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ทั้งหมดจำนวน 8 จุดหลัก กระจายรอบทุกทิศจุดผ่านทั่วทั้งจังหวัดชัยภูมิตลอด 24 ชม.จากนี้ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 

 

 

 

 

 

ซึ่งด้านนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าฯกล่าวว่า สำหรับจังหวัดชัยภูมิวันนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือประชาชนภายนอกพื้นที่และประชาชนชาวชัยภูมิที่ไปทำงานอยู่ในเขตพื้นที่กลุ่มเสี่ยงจะเดินทางผ่านเข้ามาในจ.ชัยภูมิอย่างต่อเนื่องต้องขอวอนให้ทุกคนที่กลับเข้ามาในพื้นที่ต้องไปรายงานตัวกับ จนท.ทันทีและทำการคัดกรองเฝ้าระวังและป้องกันโรคทุกพื้นที่อย่างเข้มข้นโดยจัดตั้งทีมอาสาโควิด-19 ระดับอำเภอและหมู่บ้านเพื่อดำเนินการค้นหาและเฝ้าระวัง จัดทำฐานข้อมูลของผู้เดินทางกลับจาก กทม.และปริมณฑล ที่มาถึงภูมิลำเนาให้ความรู้ สร้างความเข้าใจแก่ผู้เดินทางกลับ เพื่อแยกตัวสังเกตอาการไข้และอาการทางเดินหายใจทุกวัน และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นในที่พำนักหรือที่พักอาศัยจนครบ 14 วัน นับจากวันที่เดินทางมาถึงภูมิลำเนาแจ้งผู้เดินทางกลับ ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด


 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว พรอนันต์ พันเชื้อ ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ