วันที่ 25 มีนาคม 2563เวลา 13.30 น.  ที่ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ชั้น 5 ศาลากลางจ.อุดรธานี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี นายธวัชชัย ศรีทอง รอง ผวจ. นพ.ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ สสจ.อุดรธานี ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงความคืบหน้าสถานการณ์ของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ หลังจากที่พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยวันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 อีก 1 ราย รวมมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมดแล้ว 7 ราย

 

 

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี  เปิดเผยว่า ในพื้นที่ จ.อุดรธานี มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ต้องเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม ถึงวันที่ 25 มีนาคม 2563 มีลูกหลานเดินทางจากเกาหลีและประเทศอื่น ๆ จำนวน 2,344 คน พ้นระยะกักตัว 14 วันแล้ว 1,333 คน ยังไม่พ้นระยะ 14 วัน 1,011 คน โดยยังคงมีผู้เดินทางกลับมาเพิ่มทุกวัน ซึ่งทั้ง 2,344 คน ไม่มีผู้เป่วยจากเชื้อโควิด-19 แม้แต่คนเดียว

 

 

การพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ล่าสุดวันนี้มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 แล้ว รวม 7 ราย ซึ่งรายที่ 1-3 ติดเชื้อจากกรุงเทพฯ ส่วนรายที่ 4-6 คิดเชื้อจากสถานบันเทิงจากจังหวัดใกล้เคียง และใช้สิ่งของเครื่องใช้ร่วมกัน ส่วนรายที่ 7 ที่เพิ่งตรวจพบวันนี้ เป็นคนอุดรธานี ที่เดินทางไปทำธุรกิจในต่างประเทศบ่อย เข้ามาขอตรวจเชื้อโควิด-19 เอง โดยที่ตัวเองมีอาการป่วยเล็กน้อย กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนโรค ซึ่งขณะนี้ผู้ติดเชื้อทั้ง 7 ราย มีอาการดีขึ้นอยู่ในระหว่างขั้นตอนการรักษาของแพทย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทั้งนี้จากการสอบสวนโรคและไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อทุกคน เราดำเนินการติดตามผู้ที่ใกล้ชิดและเกี่ยวข้องโดยตรงมาหมดแล้ว โดยมีการตรวจหาเชื้อ พร้อมให้กักตัว 14 วัน นอกจากนี้มีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อตามจุดต่าง ๆ ที่มีการเดินทางไปทันที ตั้งแต่ยังไม่ยืนยันผลตรวจ ส่วนการคัดกรองผู้ที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพมหานคร ที่เรามีการตั้งด่านคัดกรองบน ถ.มิตรภาพ ที่ อ.โนนสะอาด ที่เป็นอำเภอหรือด่านแรกเขตติดต่อ จ.ขอนแก่น ที่เข้ามายัง จ.อุดรธานี ตั้งแต่เช้าวันที่ 23 มีนาคม โดยตรวจรถยนต์สาธารณะทุกคัน รวมทั้งตั้งด่านตรวจคัดกรองบนทางหลวงหมายเลข 210 อุดรธานี-เลย ที่ อ.หนองวัวซอ เขตติดต่อ จ.หนองบัวลำภู รวมเรียกตรวจรถโดยสารแล้ว 1,598 คัน ตรวจคนที่มากับรถรวม 2,014 คน โดยเชิญลงจากรถมาวัดอุณหภูมิ ทำประวัติ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อทุกคน ซึ่งไม่พบว่ามีผู้ใดมีไข้สูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส

 

 

นายนิรัตน์ กล่าวย้ำว่า ประชาชนที่เดินกลับจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อกลับเข้าไปในชุมชน หมู่บ้าน ผญบ. , อสม. และ รพ.สต.จะต้องจัดทำบัญชี ชื่อ-สกุล ที่อยู่ เดินทางมาจากไหน วันที่เท่าไหร่ จะครบกลับหมด 14 วันตอนไหน พร้อมให้คำแนะนำการปฏิบัติตัว และได้สั่งปิดหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่คาดว่าผู้กลับจากกรุงเทพและปริมณฑลจะมาใช้บริการจำนวนมาก จึงสั่งปิดสำนักทะเบียนราษฎร์ทุกอำเภอและทุกท้องถิ่น เหลือเพียงการรับแจ้งเกิด-ตาย ปลัดอำเภอ จนท.ทะเบียน จะลงไปพื้นที่เฝ้าติดตามอีกชั้นหนึ่ง และได้สั่งปิดสำนักงานหนังสือเดินทาง  สำนักงานขนส่งจังหวัดและสาขา สำนักงานที่ดินจังหวัด และสำนักงานประกันสังคม และจะมีคำสั่งปิดเพิ่มอีกในวันนี้ คือ สำนักงาน สปก.จังหวัด  

 

 

 

 

 

 

นายนิรัตน์ฯ  ด้ตอบข้อซักถามกรณีที่นายกรัฐมนตรีจะประกาศให้ พรก.ฉุกเฉิน ในวันที่ 26 มีนาคม ถึงการเตรียมความพร้อมและประสานหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะกับหน่วยทหารในพื้นที่ว่า เรื่องนี้คงต้องขอดูรายละเอียดใน พรก.ฉุกเฉินว่า มีประกาศอะไรบ้าง เพราะในกฎหมายของ พรก.ฉุกเฉินมีเป็นภาพกว้าง ซึ่งการใช้อยู่ที่รัฐบาลจะประกาศว่า จะใช้ฉบับไหนบ้าง และจะเพิ่มอะไรตรงไหนอย่างไร คงต้องดูก่อน แต่ระหว่างที่รอตนขอให้หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน ข้าราชการทุกคน ต้องอยู่ในพื้นที่ เพื่อจะรอแนวทางตาม พรก.ฉุกเฉิน ที่จะประกาศออกมา รวมทั้งหน่วยงานทหารในพื้นที่ ว่าจะสามารถสนับสนุนตรงไหนประเด็นไหนได้บ้าง ต้องขอดูรายละเอียดของ พรก.ฉุกเฉิน ที่จะออกมา

โดยเรายังต้องทำให้คนไม่มารวมกัน จึงมีคำสั่งปิดสถานบันเทิง และอื่นๆ หน่วยงานราชการที่ไม่มีงานเร่งด่วน ก็มีคำสั่งให้ปิดไปเช่นกัน ส่วนความเป็นห่วงของผู้ใช้บัตรประชารัฐ นิยมใช้ในช่วงวันที่ 1-5 ของทุกเดือน บางแห่งมีจำนวนมาก เสี่ยงกับการติดเชื้อได้ง่าย และเสนอให้รับเป็นเงินในช่วงนี้ จะหารือไปยังส่วนกลาง      

นายแพทย์ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ สาธารณสุข จ.อุดรธานี  ตอบข้อซักถามว่า ที่สื่อเรียกว่า รพ.สนาม จุดที่จอดรถข้างโรงพยาบาลอุดรธานี คือส่วนคัดกรองผู้ป่วยนอก ระบบทางเดินหายใจ แยกผู้ป่วยหวัดทุกชนิดออกมา คาดว่าจะเสร็จใช้งานได้เร็วๆนี้ ผู้ป่วยยังไม่มากพื้นที่เดิมยังใช้ได้อยู่ และยืนยันเตรียมเตียงรับคนไข้ไว้ 500 เตียง พร้อมอุปกรณ์การแพทย์ โดยเฉพาะเครื่องช่วยหายใจมี 300 เครื่องยังไม่รวมของ รพ.เอกชน  ดังกล่าว

 

 

 

 

นายกฤษดา  จันทร์ดวง   ผู้สื่อข่าว  ภูมิภาค  จ.อุดรธานี คมชัดลึก