วันที่  9 มีนาคม 2563  นายสิริรัฐ  ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร สั่งการมอบหมายให้ นายพยนต์ อัศวพิชยนต์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และ นายวิชัย  แตโช  ป่าไม้จังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยอุตสาหกรรมจังหวัดพิจิตร – ที่ดินจังหวัดพิจิตร – สปก.จังหวัดพิจิตร – นายอำเภอทับคล้อ –นายก อบต.เขาเจ็ดลูก  ที่จังหวัดพิจิตร ตั้งขึ้นเป็นคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเหมืองแร่ทองคำอัคราฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ซึ่งถูก พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในยุครัฐบาล คสช. ใช้อำนาจตาม ม.44  สั่งปิดเหมืองทองอัครา

 

                จากนั้นฝ่ายเหมืองทองอัคราฯ หรือ บริษัทคิงส์เกต ได้ร้องไปยังอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อขอความเป็นธรรม โดยร้องว่าเหมืองทองอัคราถูกปิดกิจการโดยไม่ชอบธรรม ไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับ รัฐบาลใช้อำนาจโดยพลการ ซึ่งการร้องในครั้งนั้น ได้เรียกร้องค่าเสียหายตามหลักคิดคำนวณ ซึ่งเป็นตัวเงินจำนวนมหาศาล แต่อยู่ในชั้นความลับที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่เปิดเผย

 

                 โดยเมื่อวันที่ 1-10 กุมภาพันธ์ 2563 ตัวแทนฝ่ายบริษัทคิงส์เกต และตัวแทนฝ่ายรัฐบาลไทย ได้เดินทางไปที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อให้ปากคำและแสดงหลักฐาน โดยทั้งสองฝ่ายได้ใช้เวลาฝ่ายละเท่าๆกันในการยื่นเอกสารและให้ข้อมูลกับอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งหลังจากนี้นับถอยหลังภายใน 6 เดือน ก็จะมีผลคำวินิจฉัยออกมาว่า เป็นเช่นไร

 

 

 

 

แต่ล่าสุดวันนี้ฝ่ายราชการของจังหวัดพิจิตรที่ตั้งขึ้นในรูปแบบคณะกรรมการ ก็ได้เข้าตรวจสอบเหมืองทองอัคราฯ อีกครั้ง เพื่อค้นหาข้อมูล ว่า เหมืองทองอัคราฯ ดำเนินกิจการผิดกฎหมายในเรื่องการบุกรุกป่าไม้ถาวร และทำลายทางสาธารณะ ซึ่งฝ่ายเหมืองทองอัคราฯ ได้เตรียมเอกสารโฉนดที่ดิน  แผนที่  รวมถึงเอกสารต่างๆที่เคยใช้ยื่นขอประทานบัตร จากกระทรวงอุตสาหกรรม – กรมป่าไม้ – กรมที่ดิน – ราชการส่วนท้องถิ่นต่างๆ ออกมาแสดงอย่างมั่นใจว่าทำถูกต้องทุกอย่าง เพราะตั้งแต่เหมืองทองอัคราฯ ถูก ม.44 สั่งปิด มาตั้งแต่ วันที่ 31 ธ.ค. 2559  จากวันนั้นถึงวันนี้มีส่วนราชการหลายสิบหน่วยงานลงมาตรวจซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า แต่ก็ไม่มีผลการตรวจ หรือ ชี้ชัดว่าเหมืองทองอัคราฯ กระทำความผิดในเรื่องใด ?

 

 

 

 

ในส่วนของ  นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และ นายวิชัย  แตโช   ป่าไม้จังหวัดพิจิตร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า จากการที่ต้องลงพื้นที่มาตรวจเหมืองทองอัคราฯ ในครั้งนี้ เนื่องจากได้รับคำสั่งจาก ผู้ว่าฯพิจิตร ออกคำสั่งในรูปของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งจาก  กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ที่แจ้งมาว่า ในพื้นที่ทำเหมืองทองอัคราฯ บุกรุกป่า และมีการไม่ได้ขอให้เส้นทางสาธารณะ จึงต้องมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการจึงยังไม่สามารถระบุว่า ถูกหรือผิด อย่างไร หรือไม่ ?

 

 

 

 

สิทธิพจน์ ผู้สื่อข่าว จ.พิจิตร