เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 8 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่บริเวณ ห้างสรรพสินค้าพันธ์ทิพย์พลาซ่า สาขางามวงศ์วาน ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี พบ น.ส.วัสนันท์ ศิริปัญญา เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและร้านค้าสัมพันธ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ยืนยันไม่มีผู้เช่าติดเชื้อไวรัสโควิต-19 ภายในศูนย์การค้าและได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยเรื่องสุขอนามัยอย่างเข้มงวด

 

จากเหตุการณ์ที่มีการแพร่กระจายของ ข่าวลือ ที่เกิดขึ้นภายใน ศูนย์การค้าพันทิพย์สาขางามวงศ์วานและสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับผู้ประกอบการร้านค้ารายหนึ่งที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางศูนย์การค้าขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และได้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงกับผู้เริ่มต้นเผยแพร่ข่าวสารจนเกิดความเข้าใจแล้ว และขอให้ลูกค้าและผู้ประกอบการร้านค้ามั่นใจและใคร่ขอความร่วมมือในการไม่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ที่อาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและหวาดกลัวแก่ผู้เช่าและลูกค้ารายอื่น ๆ ที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้า โดยที่ผ่านมาศูนย์การค้าฯมีความห่วงใยและติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดโดยมีการพูดคุยตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมได้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยเรื่องสุขอนามัยอย่างเข้มงวดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและลดความเสี่ยงในการติดต่อและแพร่กระจายของไวรัส โดยจัดให้มีจุดบริการเจลล้างมือในจุดหลักๆทั่วศูนย์การค้า โดยเฉพาะบริเวณทาง เข้า-ออก และจุดที่มีปริมาณคนหนาแน่นอีกทั้งยังทำความสะอาดพื้นที่ทั่วบริเวณศูนย์การค้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุก30 นาที ฉีดพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อในลิฟต์ทุก 30 นาทีให้คำแนะนำแก่พนักงานและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ

ทางด้า นายพยัพ คำพันธุ์  นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย กล่าวว่า จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊คโพสต์ในโลกโซเชียลว่ามีเซียนพระติดเชื้อโควิด-19 ขอยืนยันตรงนี้ว่าไม่เป็นความจริง การที่จะลงโซลเชี่ยลหรือสื่อต่างๆควรใช้ดุลพินิจ เพราะมีผลกระทบเสียหายต่อส่วนรวม ตั้งแต่มีโรคระบาดนี้ขึ้นมาทุกคนก็กลัวกันอยู่แล้ว ยืนยันอีกครั้งว่าไม่เป็นความจริงเพราะตนอยู่ที่ห้างทุกวัน ก่อนที่ห้างจะทำการฉีดยา ทางห้างได้แจ้งเข้ามาทางสมาคมว่าจะมีการฉีดยาทุกชั้น ไม่ใช่พึ่งจะมาทำเดี๋ยวนี้ ตนอยู่มา 20 กว่าปี ถ้ามีการฉีดยาทำความสะอาดห้างจะแจ้งให้ทราบโดยตลอด และจะให้ลูกค้ากลับก่อนเวลา ทางห้างจะกำจัดยุง กำจัดแมลง ทำความสะอาดภายในห้าง เราก็ต้องทำตามกฏของห้าง ทั้งศูนย์พระที่อยู่กับตน 1,000 กว่าคนไม่เห็นมีใครไม่ปกติ ถ้ามีใครเป็นตนจะต้องรู้เพราะทุกคนต้องแจ้งก่อน เพราะมันเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด เมื่อเช้าได้ทราบข่าวจากน้องๆว่าคนที่โพสต์เฟสบุ๊ค เขาเสียใจและยอมรับผิดและรู้เท่าไม่ถึงการ ซึ่งตนให้อภัยคนที่ไม่รู้คือคนไม่ผิดและฝากเตือนว่าอย่าทำอีก ถือว่าเป็นการขอร้อง ไม่ใช่ลงกันเพื่อสนุก ทั้งสูญเสียและเสียหาย สิ่งโซเชียลสำคัญที่สุดเพราะเป็นดาบสองคม ลงไปแล้วคนที่ได้รับความเดือดร้อนคือประชาชน เบื้องต้นไม่ได้ดำเนินคดีกับคนโพสต์ เพราะเขายอมรับผิดและขอโทษผ่านโซเชียลแล้ว และเขาก็เครียดมากแทบจะฆ่าตัวตาย ในเมื่อเขาสำนึกผิดเราก็ต้องให้อภัย และขอฝากไว้ให้เป็นบทเรียนว่าอย่าทำแบบนี้อีก

  

ภาพ/ข่าว  สาโรจน์ สว่างศรี "คมชัดลึก ลึกกว่าข่าว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี "