สุดทึ่ง! หญิงชราวัย 72 ปี ตาบอดสองข้าง ก่อไฟ ขัดกระทะ ทำกับข้าวเมนูผัดผักกวางตุ้งใส่ไข่เลี้ยงหลาน ขับกล่อมร้องเพลงลูกทุ่ง อาศัยฟังจากวิทยุ จดจำเนื้อร้อง-ทำนอง ร้องเองได้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง หลังเจ้าหน้าที่ พมจ. อบต.และผู้นำท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมมอบสิ่งของช่วยเหลือและให้กำลังใจ สร้างความสนุกสนานครื้นเครงเฮฮาให้เจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 ณ บ้านเลขที่ 9809 หมู่ 2 บ้านวังดิน ต.วังดิน อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านท้องถิ่นไท เทิดไท้องค์ราชัน 80 พรรษา น.ส.สุรีรัตน์  โลหะขจรพันธ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด(พมจ.)อุตรดิตถ์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัว อาสาสมัครพัฒนาชุมชนและความมั่นคงของมนุษย์ และน.ส.พสชนัน  ฉลอม นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ อบต.วังดิน อ.เมืองอุตรดิตถ์  ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ของนางสมหวัง  แสนมั่น หญิงชราวัย 72 ปี สายตาบอด ทั้ง 2 ข้าง ได้รับความลำบาก ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ และมีรายได้จากเบี้ยยังชีพคนพิการ 800 บาท และผู้สูงอายุ 700 บาท รวมเบี้ยที่ได้รับ 1,500 บาท สามีที่เคยใช้ชีวิตคู่กันมาเสียชีวิตไปแล้ว

มีลูกชายเพียงคนเดียว แต่งงานมีครอบครัวแล้วและได้แยกทางกับภรรยา มีบุตรชายด้วยกัน 3 คน ทิ้งให้อาศัยอยู่กับนางสมหวังผู้เป็นย่า หลานชายคนโตอายุ 18 ปี  เป็นพนักงานเสริฟตามร้านอาหาร มีรายได้ส่งให้ย่าไม่เพียงพอต่อการดูแลครอบครัว หลานชายคนที่สองอายุ 15 ปี ต้องออกจากโรงเรียนมายึดอาชีพรับจ้างทั่วไปตามที่รับจ้าง เหตุเพราะไม่มีทุนเรียนต่อ มีรายได้ไม่แน่นอน ส่วนหลานชายคนเล็กอายุ 9 ขวบ กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่2   

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก พมจ.ได้รับแจ้งจาก ผู้นำท้องถิ่น นายสมศักดิ์ แสนมั่น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 และนายยงยุทธ์  แสนเขื่อนแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่9 ต.วัง ว่ามีลูกบ้านประสบปัญหาและความเดือด ร้อนต้องการได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานพมจ. จึงเดินทางมาตรวจสอบเพื่อให้การช่วยเหลือ นำถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคมอบให้กับนางสมหวังเพื่อให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ตรวจสอบสภาพบ้านพบว่า บ้านอยู่อาศัยได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานของกระทรวง

มหาดไทย โครงการบ้านท้องถิ่นไท เทิดไท้องค์ราชัน 80 พรรษา จากความดีที่นางสมหวังและสามีเคยทำคุณประโยชน์ให้กับหมู่บ้าน เตรียมจัดหาทุนการศึกษาช่วยเหลือเด็กชายบรรพต  มัดแซ ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้น ป.2 พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคมาช่วยเป็นครั้งคราวต่อไป

เจ้าหน้าที่ พมจ.พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่อบต.วังดิน เดินตรวจสอบโดยรอบของบ้านพบสภาพบ้านอยู่อาศัยไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยและไม่สะอาดตามสุขลักษณะ สายไฟฟ้ามีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรง่ายและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้บ้านขึ้นมาได้

 

อบต.พร้อมผู้นำท้องถิ่น เตรียมจัดหากำลังคนมาช่วยจัดระเบียบภายในบ้านและสภาพแวด ล้อมของตัวบ้านอยู่อาศัยให้กับนางสมหวัง ผู้สูงอายุวัย 72 ปี ซึ่งตาบอดทั้ง 2 ข้าง ภายในบ้านใหม่หมด ทั้งด้านความสะอาดและการเดินสายไฟฟ้าให้ใหม่ เพื่อลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับบ้านหลังนี้  ให้ความรู้กับหลานชายที่อาศัยอยู่ร่วมกันเพื่อทำให้บ้านน่าอยู่อาศัยและปลอดภัยมากขึ้น

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ พมจ.และอบต.เดินตรวจสภาพบ้านโดยรอบ ทราบว่า นางสมหวังหรือย่าสมหวัง สายตาบอดทั้ง 2 ข้าง แต่สามารถทำกับข้าวให้กับหลานชายได้ทานกินในบ้านได้ พร้อมพิสูจน์ฝีมือทำกับข้าวให้กับทุกคนได้ดู ตั้งแต่ขั้นตอนการก่อไฟทำอาหาร การเด็ดผักกวางตุ้ง การล้างกระทะ และขั้นตอนการเตรียมสิ่งของโดยมีเด็กชายบรรพตหลานชายคอยให้การช่วยเหลือจัดหาสิ่งของให้ เมนูผัดผักกวางตุ้งใส่ไข่ ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีจึงเสร็จ แถมชักชวนให้คนดูร่วมชิมฝีมือรสชาติอาหารมื้อนี้ด้วย สร้างความน่าทึ่งให้กับเจ้าหน้าที่ พมจ. อบต.และผู้นำท้องถิ่นอย่างมาก

หลังเสร็จสิ้นการทำกับข้าวแล้ว นางสมหวังหรือย่าสมหวัง ยังได้ร้องเพลงรำวงกลางทุ่ง ของสุชาติ เทียนทอง และ ผ้าห่มสาว ของไวพจน์ เพชรสุพรรณ โดยอาศัยความจำบทเพลงเนื้อร้องจากการร้องของนักร้องลูกทุ่งทางวิทยุทรานซิสเตอร์ และร้องามมาตั้งแต่เป็นสาววัย 20 ปี ร้องจนจำบทเพลงได้มาถึงทุกวันนี้ ร้องสดเพลงแรก “ผัวเขาผู้บ่าวข้อย”  ตามด้วยเพลงที่สอง “รำวงกลางทุ่ง” มีเสียงปรบมือจากชาวบ้านช่วยเป็นจังหวะ น้ำเสียงที่ออกมานั้น เสียงดังฟังชัดถ้อยชัดคำ และมีเสียงลูกคอที่ออกจากลำคอด้วย สร้างความสนุกสนานให้กับทุกคนอย่างมาก

จากนั้น นางสมหวังหรือย่าสมหวัง หญิงชราตาบอดทั้งสองข้าง วัย 72 ปี ได้ร้องเพลงที่สามชื่อ “ผ้าห่มสาว” ต่อทันที โดยมีชาวบ้านร่วมปรบมือพร้อมเสียงประสานช่วย สร้างความสนุกสนานและทึ่งในความสามารถของหญิงชราตาบอดทั้งสองข้าง สามารถร้องเพลงได้อย่างไพเราะเพราะพริ้งให้กับทุกคนได้ฟังกัน พร้อมกล่าวขอบคุณทุกคนที่มาเป็นกำลังใจและให้การช่วยเหลือ ก่อนเจ้าหน้าที่ พมจ. อบต.ผู้นำท้องถิ่นและ อาสาสมัคร พมจ.จะเดินทางกลับออกไป

นางสมหวัง หญิงชราตาบอลสองข้าง วัย 72 ปี เล่าให้ฟังว่าเล่า เรียนหนังสือถึงชั้น ป.4 ส่วนสายตาที่มองไม่เห็น ช่วงอายุ 12 ปี นำเกวียนไปลากน้ำ ล้อเกวียนเกิดหาวไปด้านหลัง ถังน้ำประมาณ 200 ลิตร ซึ่งอยู่บนเกวียนหล่นทับที่น่องและขา ต่อมาสายเริ่มฟางจึงนำก้อนเกลือแช่น้ำหยดใส่ที่ดวงตาเกิดอาการแจ่มเดี๋ยวเดียวจากนั้นสายตาก็ฟางอีก ลูกนัยน์ตาเกิดปูดบวมช้ำออกมา จากนั้นจึงใช้มือกดจนแตกและมีน้ำเหลืองไหลออกมา ลูกนัยน์ตาเกิดช้ำเหมือนโดนใครทุบมา พ่อแม่เคยพาไปยังษาดวงตาที่โรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดเชียงใหม่แต่รักษาไม่หาย ช่วงที่ดวงตาจะบอด รู้สึกปวดจนใจแทบหลุดออกจากร่างกาย  ถึงขั้นร้องไห้และตระโกนเสียงออกมา น้ำเหลืองไหลย้อยต้องนำผ้ามาซับตลอด ยารักษาที่ไหนว่าดีพ่อพารับยามาทานหมดแต่ก็ไม่หาย กระทั่งตาบอดมองไม่เห็นทั้งสองข้าง

นางสมหวัง กล่าวว่า ไม่ได้มีอาชีพอะไร อยู่บ้านทำกับข้าวรอรับ พ่อแม่และน้องสาวกลับจากทำนา ถึงแม้จะตาบอดแต่ก็ทำกับข้าวได้ อาศัยมือสัมผัส ตอนอายุได้ 36 ปี ได้สามีเป็นหลานชายแม่ พาหนีไปอยู่กินด้วยกัน จ.ลำปาง ทั้งที่ตาบอดสองข้าง

“ กระทั่งกลับมาอยู่บ้านพร้อมลูกชายคนเดียว จนพ่อแม่เสียชีวิต บ้านอาศัยอยู่เกิดทรุดโทรมทางกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ทำเรื่องของบ้านหลังใหม่ให้  เป็นบ้านบ้านท้องถิ่นไท เทิดไท้องค์ราชัน 80 พรรษา อาศัยอยู่ถึงปัจจุบันนี้”

น.ส.สุรีรัตน์  โลหะขจรพันธ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด(พมจ.)อุตรดิตถ์ กล่าวว่า นางสมหวังถึงจะพิการตาบอดสองข้าง ในชีวิตประจำวันช่วยเหลือตนเองได้ สามารถทำกับข้าวได้เหมือนคนปกติ ซึ่งถือเป็นความสามารถพิเศษ และยังมีความสามารถพิเศษอีกอย่างคือการร้องเพลง เป็นผู้พิการที่ไม่ใช้ความพิการมาเป็นปัญหาอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันของตนเอง การร้องเพลงสื่อให้เห็นว่าเป็นคนอารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส ไม่นำความพิการมาคิดว่าทำสิ่งอื่นไม่ได้ และเป็นความสามารถที่คนอื่นไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะการร้องเพลงนำเสียงดีมากสามารถประกวดร้องเพลงได้สบาย สิ่งนี้คือความสุขเล็กน้อยที่นางสมหวังพยายามไม่เป็นทุกข์กับความพิการของตนเองถือเป็นตัวอย่างที่ดีกับคนพิการ

ในเรื่องของการทำอาหาร นางสมหวังใช้ประสาทสัมผัสให้รู้ว่าจะใส่น้ำมันขนาดไหน กระทะร้อนหรือยังด้วยการใช้มือสัมผัสอังบนกระทะ เป็นการทำด้วยความเคยชินเหมือนคนปกติทั่วไป ส่วนเรื่องกระทะที่นำมาขัดถูกล้างด้วยตนเอง เชื่อว่าเกิดจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้รู้ว่า สิ่งของวางอยู่ตรงไหน บ่อน้ำอยู่ตรงไหน หากต้องการขวดน้ำปลาก็จะต้องวางไว้ตามที่นางสมหวังวางไว้แต่แรก ทำให้รับรู้ว่าจะหยิบสิ่งของตามลำดับอย่างไร การจัดสภาพแวดล้อมให้ช่วยเหลือตนเองได้จึงเป็นสิ่งสำคัญและไม่เป็นปัญหาในการดำรงชีวิต น.ส.สุรีรัตน์ กล่าว

สมภพ สินพิพัฒน์ฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดอุตรดิตถ์