วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน" มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-5 มีนาคม 2563 ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563  โดยในช่วงวันที่ 3 – 5 มีนาคม 2563 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีผลกระทบในวันที่ 3-4 มี.ค. 63 ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเริ่มได้รับผลกระทบในวันที่ 4-5 มี.ค. 63 จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย


ทั้งนี้เนื่องจาก บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงอาจจะมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ ประกาศ ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

สำหรับสภาพอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) ตั้งแต่ เวลา 12:00 น.วันนี้ถึงเวลา 12:00 น.วันพรุ่งนี้ มีดังนี้ 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) จะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

 

 

 

 

โดยที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ลมผิวพื้น ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

 

 

 

 

 

ส่วนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

 

 

 




 

 


 

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 10.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน อนึ่ง ในช่วงวันที่ 3 - 5 มี.ค. 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นกับมีลมกระโชกแรงในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย และขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้ไว้ด้วย

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา

เรียบเรียง/ ชูชัย ดำรงสันติสุข ศูนย์ข่าวภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ