จากกรณีเมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ขณะที่ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ เมฆษา สารวัตรสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก นางอนงค์ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ได้พา ด.ญ.ษา (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี บุตรสาว นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนเทศบาลแห่งหนึ่งซึ่งซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ  เข้าแจ้งความร้องทุกข์หลังลูกสาวถูกครูประชั้นวัย  51 ปี ตบหน้าหลายครั้งเหตุเพียงแค่ครูหาว่าจ่ายค่าปัจฉิมไม่ครบ เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

ความคืบหน้าในวันนี้ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สื่อข่าวเข้าพบ พ.ต.อ.เติมรัศมิ์   จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมือง สมุทรปราการ เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดย พ.ต.อ.เติมรัศมิ์   จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมือง สมุทรปราการ ได้กล่าวว่า เบื้องต้นหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้รับเรื่องราวร้องทุกข์เอาไว้พร้อมกำชับให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมทั้งได้ส่งตัวเด็กที่ถูกครูทำร้ายไปตรวจหาร่องรอยการถูกทำร้ายที่โรงพยาบาลสมุทรปราการขณะนี้รอผลตรวจของแพทย์  ว่าแพทย์ระบุว่าอย่างไรหลังจากนั้นก็จะต้องเชิญตัวครูประจำชั้นคนดังกล่าวมาทำการสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง ซึ่งตรงนั้นถึงจะเป็นขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาอีกครั้ง  แต่อย่างไรก็ตามคงต้องรอผลการตรวจของแพทย์ว่าจะระบุว่าอย่างไร

 

 

                         ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินทางที่โรงเรียนเทศบาล 4 สิทธิ์ไชยอุปถัมภ์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับผู้อำนวยการโรงเรียน แต่พบว่าผู้อำนวยไม่อยู่  ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าพบนายอิทธิชัย  ชูเรณู ปลัดเทศบาลนครสมุทรปราการ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียนดังกล่าว ได้กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวในฐานะเป็นผู้ควบคุมดูแลโรงเรียนในสังกัด สำหรับในเรื่องที่เกิดขึ้นเบื้องต้นต้องรอข้อเท็จจริง จากการรายงานจากโรงเรียน ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นและเป็นข้อเท็จจริงจากทั้ง 2 ฝ่ายว่าเป็นอย่างไร จริง ๆ แล้วในข้อเท็จจริงแล้วตามข่าวคุณครูก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปทำกับนักเรียนอย่างนั้น แต่ว่าเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมเราก็อยากได้ข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่าย แต่ต้องเรียนว่าความรุนแรงที่มีต่อลูกหลานของเราที่อยู่ในโรงเรียนแต่ละโรงเรียนต้องดูแลอยู่แล้ว แต่สำหรับคุณครูเป็นคนที่อยู่เบื้องต้นที่ดูแลลูกหลานเราทั้งสุขภาพและร่างกายเราทั้งสติปัญญาก็คงต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย แต่ในเบื้องต้นในข้อเท็จจริงต้องปรากฏก่อนต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาและดำเนินการตามระเบียบวินัยของทางราชการต่อไป

ส่วนประวัติของครูประจำชั้นคนนี้รับราชการมานานกว่า 30 ปีแล้วและก็ไม่เคยมีประวัติที่จะไปทำความรุนแรงกับเด็กนักเรียนแต่อย่างไร ลีความตั้งใจในการสอนเป็นอย่างดี และก็ไม่แน่ใจเช่นว่าตนนี้อายุ 50 กว่าแล้วไม่รู้ว่าจะอยู่ในบางช่วงบางเวลาหรือเปล่า อันนี้เราต้องหาข้อเท็จจริงก่อน ซึ่งในเรื่องนี้ต้องมีการตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ แต่จริง ๆ แล้วอยากจะให้ทุกฝ่ายมาพูดคุยกันมาเยียวยากันมาปองดองกันดีกว่า เพราะว่าสุดท้ายแล้วเรื่องที่มีปัญหาทั้งหมดมันก็จะลงไปที่เด็ก ซึ่งเราก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ด้วยความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาทุกระดับ

 

 

                   ส่วนในเรื่องการกระทำของคุณครูท่านนี้มันขัดไปด้วยระเบียบการปฎิบัติ ของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าการทำร้ายเด็ก หรือว่าอะไรต่าง ๆ เราไม่สามารถดำเนินการได้เลย แต่ว่าก็ต้องดูข้อเท็จจริงประกอบหลาย ๆ ส่วนและมีบทลงโทษ แต่ว่าในเบื้องต้นเราก็ต้องดูประวัติการทำงานของเขาอยู่เหมือนกันว่า เขาตั้งใจทำงานมากน้อยแค่ไหน ถ้าเขามีความตั้งใจและมีความทุมเทกับทางราชการมาตลอด อยู่เราไปลงโทษเลย มันก็ต้องเป็นเหตุร้ายแรงมาก ๆ เลย ถึงจะลงโทษกันแต่ก็ต้องมาดูว่าตลอดชีวิตราชการที่เขารับมาเขาได้ทุ่มเท่มาหรือเปล่าตรงนี้เราก็ต้องดูด้วย คือในเบื้องเราอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงมาประกอบคำพิจารณาในการดำเนินของเราต่อไป ในเรื่องนี้เราไม่ทิ้งเราให้ความสำคัญมาก ผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้ความสำคัญเช่นกัน

 

สุธินันท์ คงสินธ์ / สุรศักดิ์ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ  ภาพ-ข่าว