เมื่อเวลา 04.30 น.วันที่ 26 ก.พ.2563 พ.ต.ท.ก่อเกียรติ   ทองนุ่น รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้านเสริมสวย “น้องนุช” เลขที่ 1717/6 ซอยหลังโรงภาพยนต์วิโรจน์ ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระวุฒิ   เทพเลื่อน รอง ผกก.สส. ร.ต.อ.วรัชญ์   สวัสดี รอง สวป.ทำหน้าที่ หน.สายตรวจร้อยเวร 20 พร้อมด้วยกำลังตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่งและตำรวจ นปพ.นครศรีธรรมราชรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันจับกุมคนร้ายในร้านเสริมสวยที่เกิดเหตุ

  โดยมี ด.ต.คำรพ   อุปการณ์ดี ผบ.หมู่งาน ป.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสามีของนางผานิตย์   อุปการณ์ดี อายุ 45 ปี เจ้าของร้านเสริมสวยดังกล่าว ร่วมเดินทางไปที่เกิดเหตุเพื่อล้อมจับกุมคนร้าย ด้วยเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ จนท.พบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีดำแดง ทะเบียน 1กฉ-4178นศ.ซึ่งเป็นของคนร้ายจอดอยู่หน้าร้านเสริมสวยดังกล่าว ส่วนคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์กำลังรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้านและได้เตรียมห่ออุปกรณ์เสริมสวยเตรียมจะหลบหนี ซึ่งเมื่อคนร้ายเห็น จนท.ตำรวจ จึงชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ออกมายิงใส่ จนท.ตำรวจ 1 นัดเพื่อเปิดทางหลบหนี แต่กระสุนไม่ถูกใคร ก่อนคนร้ายจะวิ่งหลบหนีออกไปบนถนนราชดำเนิน แล้ววิ่งตัดเข้าซอยไปทะลุถนนศรีปราชญ์ โดยมีรถจยย.ไม่ทราบสีและยี่ห้อมารับพาหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้วิทยุกสัดจับคนร้ายที่หลบหนีอย่างไม่ลดละ

จนกระทั่งเวลา 06.00น. พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ได้กระจายกำลังไล่ติดตามคนร้ายไปจนถึงถนนป่าโล่ง ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ400เมตร พบสังเกตเห็นคนร้ายวิ่งเข้าไปตามถนนป่าโล่ง จนท.จึงไล่ติดตาม จนคนร้ายได้หลบหนีบุกเข้าไปในบ้านเลขที่ 211/6 ถนนป่าโล่ง ซึ่งมีนางปิยะมาศหรือตา   บุญทิพย์ อายุ 50ปี เจ้าของบ้านกำลังทำอาหารอยู่ในครัวหลังบ้าน ซึ่งคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนจี้หัวจับตัวนางปิยะมาศหรือตา เป็นตัวประกันบังคับจะเอารถ จยย. เพื่อจะหลบหนี แต่นางปิยะมาศหรือตา บอกว่าไม่มีรถ จยย.คนร้ายจึงปล่อยตัวนางปิยะมาศ  จากนั้นคนร้ายวิ่งเข้าไปในบ้านเลขที่ 2112/10 ที่อยู่ติดกัน ใช้ปืนจี้หัวนายประพาส   ทิพย์ยุทธิ์ อายุ 63 ปี เจ้าของบ้านเพื่อบังคับเอารถ จยย.เพื่อหลบหนี แต่รถ จยย.ไม่สามารถออกได้ คนร้ายจึงใช้ปืนจี้หัวนายประพาส ออกมาหน้าบ้านเพื่อขู่ไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมได้

 

 

 

 

 

                       ในขณะนั้นได้นายกนกพล  เจริญวรรณ อายุ 30ปี หลานชายของนายประพาส ได้เข้ามาช่วยเหลือจับคนร้ายจนกอดรัดฟัดเหวี่ยงแย่งชิงตัวประกันกับคนร้าย ทำให้คนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด9มม.ยิงใส่ร่างนายกนกพล 1นัด แต่กระสุนไม่ลั่น ทำให้นายกนกพลล้มหัวฟาดพื้นแตกเลือดอาบ ส่วนนายประพาสได้สะบัดมือคนร้ายจนหลุดแล้ววิ่งหลบหนีไป จากนั้นคนร้ายได้พยายามวิ่งหลบหนี แล้วใช้อาวุธปืน 2 กระบอกยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปหลายนัดแต่ไม่โดนใคร ซึ่งจนท.ตำรวจได้ยิงสวนถูกร่างคนร้ายไปหลายนัดเช่นกัน กระสุนเจาะถูกลำตัวคนร้ายจนทรัด แต่คนร้ายพยายามแข็งใจวิ่งหลบหนีเข้าไปในซอยมหรรณพ ถนนป่าโล่ง ไปได้ประมาณ 50 เมตร  แต่คนร้ายยังไม่สิ้นฤทธิ์ ยังจับตัว ด.ช.ยามารุดดีน   เจ๊แต่ อายุ 8ปี ซึ่งกำลังเดินอยู่ในซอยดังกล่าวเป็นตัวประกันโดยใช้ปืนจี้หัวและล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดีนไว้แน่น  พร้อมขู่เจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้ามาไม่เช่นนั้นจะยิงเด็กให้ตาย ทำให้ จนท.ไม่กล้าเข้าใกล้แต่ได้ปิดล้อมเกลี่ยกล่อมให้คนร้ายมอบตัวแต่โดยดี

แต่โชคไม่เข้าข้างคนผิดเพราะในขณะที่คนร้ายกำลังล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดี ลากถอยหลังไปครู่หนึ่ง เกิดเดินสะดุดฝ่าท่อระบายน้ำจนล้มลง ประกอบกับก่อนหน้านี้ถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ยิงใส่ลำตัวหลายนัด ทำให้คนร้ายหมดแรงล้มลง ทั้ง ๆ ที่มือยังล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดีไว้แน่น ก่อนที่จนท.ตำรวจจะกรูกันเข้าไปช่วยเหลือ ด.ช.ยามารุดดีนออกได้อย่างปลอดภัย และแจ้งมูลนิธิรีบนำร่างคนร้ายที่บาดเจ็บสาหัส ส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตามกลุ่มชาวบ้านที่โกรธแค้นคนร้ายไดกรูกันเข้ามารุมกระทบซ้ำคน้าย จนเจ้าหน้าทีตำรวจต้องเขาไปกั้นชาวบ้านเอาไว้  จนกระทั่งหน่วยกู้ภัย ฯสามารถนำคนร้ายส่ง รพ.มหาราช กระสุนถูกยิงเข้าลำตัวหลายนัดทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ในที่เกิดเหตุจนท.พบปลอกกระสุน9 มม.ตกอยู่นับสิบปลอก และกระสุนปืน.38 จำนวน 1ปลอก,อาวุธปืน9 มม.1กระบอกและอาวุธปืนพกสั้น.38ไทยประดิษฐ์ 1กระบอกจำนวน 2 กระบอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป

 

 

 

 

 

 

                     หลังเกิดเหตุ  ร.ต.อ.อภินันท์   พลศร รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พล.ต.ต.สนธิชัย   อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.สุขเกษม   นครวิลัย รอง ผบก. พ.ต.อ.รังสรรค์   สุขเกื้อ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.อภิชาติ  คชเวช รองผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.ธีระวุฒิ  เทพเลื่อน รอง ผกก.สส.,พ.ต.ท.ก่อเกียรติ   ทองนุ่น รอง ผกก.ป. แพทย์เวร อัยการจังหวัดและปลัดอำเภอฝ่ายปกครองได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและเดินทางไปร่วมสอบสวนชันสูตรพลิกศพ รพ.มหาราช

สอบสวนทราบคนร้ายที่เสียชีวิตชื่อนายพงษ์ศักดิ์   เจษฎารมย์ หรือ”ฉายา”ไก่ บางงัน หรือ ไก่ เซเว่น”อายุ 40ปีอยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 2 ต.ขนาบนาค อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สอบพบประวัติมีหมายจับคดีชิงทรัพย์และลักทรัพย์จำนวนหลายหมายจับ มีประวัติเคยก่อเหตุลักทรัพย์และชิงทรัพย์ มาหลายคดีรวมทั้งเคยก่อคดีชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อเซเว่นมาหลายครั้งจนถูกจับกุมเมื่อออกมาก็ยังก่อคดีตระเวนลักทรัพย์และชิงทรัพย์มาหลายครั้ง โดยมาเช้าบ้านอาศัยอยู่ในชุมชนบางงัน รอยต่อเขตเ?บาลนครนครศรีธรรมราชกับ ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จนกระทั้งมาก่อเหตุประทุษร้ายอีกครั้งจนถูกเจ้าหน้าที่จับตายดังกล่าว

สำหรับนายกนกพล  เจริญวรรณ อายุ 30 ปี พลเมืองดีที่เข้าช่วยจับกุมคนร้ายและกอดรัดฟันเหวี่ยงกับคนร้ายล้มหัวแตกจนถูกคนร้ายใช้ปืนยิงใส่แต่โชคดีกระสุนปืนด้าน ไม่ลั่น ได้เล่านาทีระทึกให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุตนพบว่าคนร้ายกำลังจับตัวนายประพาสลุงของตนเป็นตัวประกันโดยใช้ปืนจี้หัว โดยไม่คิดอะไรและไม่กลัวอะไรได้เข้าชาร์ทจับคนร้ายแบบไม่คิดชีวิต จนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับคนร้ายจนล้มหัวแตกเลือดออาบ และถูกคนร้ายยิงสวนมา1นัดแต่โชคดีกระสุนด้าน ทำให้ตนรอดชีวิตมาได้หวุดหวิดก่อนคนร้ายวิ่งหลบหนีไปและถูกตำรวจจับตายดังกล่าว

“ที่ตนรอดมาได้หลังถูกคนร้ายยิงแต่กระสุนด้านเชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะบารมีและความศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญในหลวงร.9 และเหรียญพญาครุฑ ที่ตนห้อยติดคอไว้ตลอดเวลาปกปักรักษาชีวิตตนมาได้ในครั้งนี้ นายกนกพล กล่าวพร้อมยกมือไหว้ท่วมหัวในที่สุด”.

 

 

ภาภ/คลิป กู้ภัยประชา่วมใจ/เฟซบุ๊คแว่นขยาย /ศูนย์ข่าวนร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช