เกิดเหตุเด็กชายอายุ 12 ปี ไปเล่นม้ากระดก ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขณะกระดกไปอยู่ด้านบนสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตรเศษ เพื่อนที่เล่นด้วยกันรุ่นน้องได้ลุกออกจากที่นั่งอย่างกะทันหัน ทำให้ม้ากระดกตกกระแทกพื้นอย่างแรง ทำให้ราวเหล็กคล้ายตัวที ที่ทำเป็นราวจับกระแทกเข้าหน้าอกอย่างแรง ไปหาหมอบอกไม่เป็นอะไรมาก กลับมานอนรักษาอาการปวดท้องอยู่บ้าน สุดท้ายเสียชีวิตคาอ้อมกอดแม่ และต้องรีบจัดการเผาศพเพราะเอาไว้นานไม่ได้ เพราะไม่มีเงินค่าใช้จ่าย มิหนำซ้ำประกันชีวิตหมู่ที่ทางโรงเรียนทำให้บอกว่าจะช่วยค่าทำศพเพียง 10,000 บาท เพราะแพทย์ระบุในใบมรณะบัตรว่า เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด หากอยากจะได้เงินประกัน 60,000 บาท ต้องนำศพไปผ่าพิสูจน์และแพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจึงจะจ่ายเต็ม 60,000 บาท แต่แม่ก็ทำใจจะรับเพียง 10,000 บาท เพราะไม่อยากเอาศพน้องไปผ่า เพราะที่ผ่านมาน้องก็เจ็บปวดมากแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 ก.พ. 2563 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 217 หมู่ 2 บ้านท่าลาด ต.แสนสุข อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศลของ ด.ช.ณัฐพงศ์ วาลง หรือน้องซี อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 หลังจากได้รับแจ้งจากนายพงษ์เทพ ศรีจันทร์ ผอ.รร.ท่าลาดวารีวิทยา ว่ามีนักเรียนในปกครองเสียชีวิตจากเครื่องเล่นนอกสถานศึกษา เมื่อไปถึงพบว่ามีเพื่อนบ้าน คณะครูและนักเรียนร่วมโรงเรียนมาร่วมไว้อาลัยและ  ช่วยงาน บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมี น.ส.บังอร เพียรหา อายุ 35 ปี   ผู้เป็นแม่นั่งเฝ้าอยู่หน้าโลงศพอย่างไม่ห่าง ส่วนนายเริงฤทธิ์ วาลง อายุ 40 ปีผู้เป็นพ่อ ได้  ออกไปบอกญาติๆและเพื่อนบ้านให้มาร่วมงานศพ โดยจะมีการฌาปนกิจศพในเย็นวันนี้ (20  ก.พ.63)  เวลา 16.00 น.ที่วัดบ้านท่าลาด

 

 

 

โดย น.ส.บังอร ผู้เป็นแม่ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ปกติลูกชายเป็นคนมีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ก.พ. 2563 ตนและลูกชายได้ไปชมและเชียร์กีฬาของหมู่บ้านในงานแสนสุขเกมส์ ที่สนามกีฬาในที่ทำการของ อบต.แสนสุข โดยลูกชายก็ได้ไปเล่นที่สนามเด็กเล่นห่างออกไปประมาณ 100 เมตร ต่อมาเวลาประมาณ 15.00 น.ลูกชายได้  เดินเอามือกุมท้องเข้าไปหาภายในเต้นท์ข้างสนามกีฬา พอมาถึงก็นอนหงายลงกับพื้นสนามหญ้า จึงได้สอบถามได้ความว่าถูกมือจับม้ากระดกกระแทกเข้าที่ท้อง ตนจึงได้เอายาหม่องทา  ให้ แล้วลูกชายก็เล่าให้ฟังว่า ได้ไปเล่นม้ากระดกกับเพื่อนรุ่นน้อง ชั้น ป.5 โรงเรียนเดียวกัน   ขณะที่ตนอยู่ด้านบนน้องคนดังกล่าวก็ได้ลุกออกจากที่นั่งอย่างกะทันหัน ตนยังไม่ได้ตั้งหลัก จึง  ตกลงกระแทกกับพื้นจนมือจับกระแทกเข้ากับหน้าอกอย่างแรง หลังจากนั้นลูกชายก็ไม่หาย  ปวดท้อง จึงได้พาไปหาหมอ ที่ รพ.พนมไพร หลังจากหมอสอบถามอาการเบื้องต้นแล้วก็ได้ให้  ยาแก้ปวดอักเสบและยาทาให้กลับไปบ้าน จนรุ่งเช้าวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. 2563 ลูกชายก็ยังบ่น  ว่าปวดท้องอยู่และมีอาการอาเจียนร่วมด้วยหลายครั้ง จึงได้ไปลาครูให้แล้วตัดสินใจพาไปหา  หมอที่คลินิกแห่งหนึ่งในตัวอำเภอพนมไพร หมอก็ได้สอบถามอาการและตรวจเบื้องต้นแล้วก็ได้ ฉีดยาให้ 1 เข็มและให้ยามากิน พร้อมกับบอกว่าเป็นอาการของโรคกระเพาะอักเสบ ให้กลับไป รักษาตัวต่อที่บ้าน

 

         
ต่อมากระทั่งเช้าวันอังคารที่ 18 ก.พ. 2563 เวลา 06.00 น. ตนได้ต้มโจ๊กจะเอาไปป้อนลูกซึ่งนอนอยู่ในห้อง แต่พอไปถึงกลับก็พบว่าลูกมีอาการเบิกตาโพรงและหายในรวยริน จึงรีบเข้าไปอุ้มลูกเอาไว้ในอ้อมกอดแล้วลูกก็แน่นิ่งไป จึงตัดสินใจให้ญาตินำส่ง รพ.ยโสธร ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 10 กม. แต่พอไปถึงมือหมอก็บอกว่าลูกได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งวันนั้นครอบครัวตนไม่มีเงินเลย เจ้าหน้าที่ รพ.ยโสธร จึงติดต่อไปยังมูลนิธิฮุก 31 ยโสธร นำโลงบรรจุศพมาให้พร้อมกับนำศพของลูกชายส่งกลับบ้านโดนไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ และต่อมาก็มีเจ้าหน้าที่จาก อบต.แสนสุข รวบรวมเงินมาช่วยทำศพได้ 2,030 บาท และตัวแทนของบริษัทวิริยะประกันภัย ซึ่งทางโรงเรียนทำประกันชีวิตหมู่ไว้ให้ ได้ออกมาชี้แจงให้ฟังว่าการเสียชีวิตของลูกชายในครั้งนี้ทางบริษัทจะจ่ายค่าสินไหมให้ได้เพียง 10,000 บาท เพราะแพทย์ไม่ได้ลงความเห็นว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่ถ้าจะให้จ่าย 60,000 บาทตามทุนประกันที่ทำไว้ จะต้องเอาศพไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย หากเป็นอุบัติเหตุก็ยินดีจ่าย 60,000 บาท ในเบื้องต้นยังไม่ได้จ่ายเงินให้ต้องรอเอกสารหลักฐานต่างๆให้ครบก่อน ซึ่งผู้เป็นแม่ก็ยินดีจะรับเพียง 10,000 บาททั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าลูกเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ส่วนสาเหตุที่ไม่ยอมเอาศพลูกไปผ่าพิสูจน์เพราะที่ผ่านมาลูกก็มีอาการเจ็บปวดจากอุบัติเหตุในครั้งนี้มามากแล้ว ส่วนผู้ปกครองของเพื่อนรุ่นน้องที่เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ ก็มาช่วยงานศพอยู่ทุกวัน ซึ่งก็ไม่ติดใจเอาเรื่องเพราะเป็นการเล่นของเด็กๆและคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ ส่วนศพของลูกชายจะตั้งบำเพ็ญกุศลเพียง 2 วันแล้วทำการฌาปนกิจในวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.พ. นี้ที่วัดประจำหมู่บ้าน เพราะถ้าเก็บไว้หลายวันก็เป็นภาระเรื่องค่าใช้จ่าย

 

 

 

 

 

 

สำหรับครอบครัวของนางบังอรและสามี ถือว่าอยู่ในฐานะยากจน มีลูกด้วยกัน 2 คน ผู้ตายเป็น คนโตและน้องสาวอีก 1 คนอายุ 3 ขวบ ปัจจุบันยังไม่มีบ้านเป็นของตนเอง อาศัยอยู่บ้านของ พ่อแม่ฝ่ายชาย ซึ่งอยู่ในทุ่งนาห่างจากหมู่บ้านประมาณ 700 เมตร โดยเป็นบ้านคอนกรีตชั้น เดียวยังสร้างไม่เสร็จ ประกอบอาชีพหาปลาขายเลี้ยงครอบครัวเพราะอยู่ใกล้แม่น้ำชี  นอกจากนั้นยังเช่าที่นาจำนวน 8 ไร่ในราคาปีละ 5,000 บาททำร่วมกับพ่อแม่ของสามี ส่วนที่ตั้ง บำเพ็ญกุศลศพของลูกชาย ก็เอามาตั้งไว้บ้านญาติ เพราะที่อยู่ปัจจุบันอยู่ห่างจากชุมชนและ ไฟฟ้ายังไม่มี แต่ก็อาศัยต่อพ่วงสายไปจากเพื่อนบ้านไปใช้ หากตั้งศพอยู่ที่บ้านก็เกรงว่าไฟฟ้า จะไม่พอและผู้ไปร่วมงานจะเกิดความยากลำบากในการไปร่วมงาน ซึ่งหากมีใครอยากจะร่วมทำบุญช่วยเหลืองานศพของ ด.ช.ณัฐพงศ์ในครั้งนี้ ก็สามารถติดต่อไปได้ที่เบอร์โทรศัพท์ของนางบังอรผู้เป็นแม่ ที่เบอร์ 065-2481560 หรือไปที่โรงเรียนท่าลาดวารีวิทยาก็ได้

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว  สหรัถ หินกอง จ.ร้อยเอ็ด