วันที่ 18 ก.พ. 63  หลังจากอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักขึ้นเกาะกลางไปชนกับเสาไฟฟ้าส่องทาง  ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในจำนวนหลายราย  เหตุเกิดบริเวณถนนสายอยุธยา – อ่างทอง  ขาเข้าเมือง  หน้าบริษัท  ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน)   หมู่ที่ 2  ตำบลโพสะ  อำเภอเมือง  จังหวัดอ่างทอง  พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า  รุ่นวีออส  สีบรอนซ์ทอง  หมายเลขทะเบียน กฉ 950 อ่างทอง  สภาพด้านหน้ารถและด้านข้างซ้ายพังยับเยิน  ล้อแม็กซ์ด้านซ้ายแตกพลิกคว่ำอยู่กลางถนน  ข้างรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กชายนอนจมกองเลือดอยู่บนถนนอาการสาหัสเรียกไม่รู้สึกตัว  มีขวดนมและกล่องนมตกอยู่ใกล้กัน  ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพได้เร่งทำการช่วยเหลือ  ก่อนนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง  อย่างเร่งด่วน  ทราบชื่อต่อมา ด.ช.วรายุส์  บุญมาก  อายุ 4 ปี  ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายใน จำนวน 2 ราย  ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ให้การช่วยเหลือนำตัวออกมาจากรถ  โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที  ก่อนนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง  ทราบชื่อต่อมา นาย ปริวัตร์  อนุสุวรรณ์  อายุ 26 ปี  มีบาดแผลแตกที่ศรีษะ  รู้สึกตัวดี  และ น.ส.ฐิตาภรณ์  อนุสิ  อายุ 35 ปี  มีอาการแน่นหน้าอก

จากการสอบถาม นาย ปริวัตร์  ให้การว่า  ก่อนเกิดเหตุตนเองได้มีปากเสียงกับภรรยา  หลังจากเดินทางไปทำบุญและกำลังจะไปส่งที่บ้าน  ระหว่างที่ขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ  ตนเองได้ขับรถโดยใช้มือเพียงข้างเดียว  อยู่ ๆ  ลูกชายของภรรยา  ซึ่งเป็นเด็กอายุยังน้อย  ประกอบกับตนเองไม่ทันระวัง  ได้เอื้อมมือมาดึงพวงมาลัยรถทำให้รถยนต์เกิดเสียหลักจนส่ายไปมา  ก่อนที่จะเสยเข้ากับเกาะกลางถนนไปชนกับเสาไฟฟ้าส่องทางอย่างแรง  จนให้รถยนต์ที่ตนเองขับและลูกชายวัย 4 ปี  กระเด็นตกลงไปที่พื้นถนนจนอาการสาหัส

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ น.ส.ฐิตาภรณ์  หลังจากมีอาการดีขึ้น  แต่ยังมีอาการเหนื่อยจากซี่โครงทิ่มปอด  นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ตึกศัลยกรรมหญิง  โรงพยาบาลอ่างทอง  เปิดเผยถึงเหตุการณ์ให้ฟังว่า  ในช่วงเช้าแฟนหนุ่มได้มารับตนเองกับลูกไปทำบุญที่วัดต้นสน  และได้แวะกินข้าวในตัวเมืองอ่างทอง  จากนั้นแฟนหนุ่มได้พาตนเองและลูกชายไปไหว้ที่ศาลหลักเมือง  แต่แฟนหนุ่มไม่เชื่อในเรื่องลี้ลับ  และสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ตนเองได้บอกให้ไหว้ก็ไม่ยอมไหว้  แต่ขัดตนเองไม่ได้ก่อนที่จะไหว้ได้เอาธูปมาถูที่พื้นของศาลหลักเมือง  จากนั้นได้พูดท้าทายว่าถ้าศักดิ์สิทธิ์จริงและมีตัวตนก็ให้ออกมาปรากฏตัวให้เห็น  หลังไหว้เสร็จได้บอกกับตนเองว่าอยากอยู่ด้วยกันอีกสักพัก  และจะพาตนเองไปเดินเที่ยวตลาดนัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เมื่อถึงตลาดนัดด้วยความอยากกลับบ้านและไม่พอใจ  จึงไม่ยอมลงและไม่ยอมคุยด้วย  แฟนหนุ่มจึงพาเดินทางกลับแต่ได้ขับรถยนต์เลยบ้านพัก  และขับด้วยความประมาทขับส่ายไปส่ายมาให้ตนเองเกิดความกลัว  เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถบรรทุกจอดอยู่ทางซ้ายจึงหักหลบจนเสียหลักไปเสยเกาะกลางและชนเข้ากับเสาไฟฟ้าส่องสว่าง  จนตนเองกระเด็นออกมานอกรถและลูกชายร่างพาดอยู่ที่ประตู  ตนเองยืนยันว่าลูกชายไม่ได้ดึงพวงมาลัย  ซึ่งลูกชายนอนหลับอยู่กับอกตนเอง  แต่ที่ฝ่ายชายพูดอาจจะเกิดความกลัว  โดยปกติที่คบกันมากว่า 6 เดือน  ฝ่ายชายเป็นคนนิสัยดี  แต่เวลาทะเลาะกันก็จะขับรถเร็วและประมาทให้ตนเองกลัวยอมพูดด้วย  ซึ่งตนเองได้เตือนสติอยู่หลายครั้ง  ส่วนลูกชายตนเองเลี้ยงมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เกิด  และชอบพาทั้งแฟนหนุ่มและลูกชายไปทำบุญอยู่บ่อยครั้ง  ซึ่งตนเองรู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เบื้องต้นยังไม่ได้เรียกทั้งแม่เด็กและแฟนหนุ่มมาสอบสวน  ต้องรอให้ทำการรักษาอาการให้หายดี  หลังจากนั้นจะทำการเรียกทั้ง 2 มาทำการสอบสวนอย่างละเอียด  เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อ่างทอง