จากกรณีที่เกิดความขัดแย้งในเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จนสมาชิกสภาเทศบาล หรือ ส.ท.เสียบข้างมากเทศบาบตำบลโพธิ์เสด็จ จำนวน 6 คน จาก 11 คน ประกาศจะยืนอยู่บนความถูกต้องและผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ให้การสนับสนุนฝ่ายบริหาร จนกระทั้งการจัดทำร่างงบประมาณประจำปี 2563 เมื่อปลายปี 2562 ที่ผ่านมา ส.ท.เสียงข้ามาก 6 คนได้มีการตรวจสอบโครงการของเทศบาลอย่างเข้มข้น และพบว่ามีหลายโครงการที่ไม่น่าจะเกิดประโยชน์กับการพัฒนาตำบลโพธิ์เสด็จ ในการประชุมสภาเพื่อพิจารณางบประมาณกลับไม่มีฝ่ายบริหารเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดและความจำเป็นของแต่ละโครงการ  จึงมีการอภิปรายแปรญัตติตัดงบประมาณใตหลายโครงการ ซึ่งในที่สุดสภาเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จมีมติตัดงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2563 ไปมากถึง 11 ล้านบาท ทำให้ฝ่ายบริการนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการพัฒนาต่าง ๆ ส่งผลกระทบการพัฒนา ดูแลสิ่งสาธารรูปโภคสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างกว้างขวาง แม้เรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียนให้มีการพัฒนาปรุบปรุงถนนสายบ้านนายประเทือง หมู่ 3 ต.โพธิ์เสด็จ และถนนเสียบคลองชลประทาน และหมู่ 4 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช  แต่เรื่องก็เงียบหาย จนเอกลางเดือน ธ.ค. นายโสภณ อามิตร ส.ท.เขต  1 ต.โพธิ์เสด็จ ได้เขียนคำร้องถึงนายกเทศมนตรีเทบาลตำบลโพธิ์เสด็จ เพื่อขอให้ทางเทศบาล ฯเร่งปรับปรุงถนนทั้งสองสายแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด

นายโสภณ อามิตร ส.ส.เขต 1 ต.โพธิ์เสด็จ  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตนเป็น 1 ใน จำนวน ส.ท.เสียงข้างมาก 6 คนในสภาเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ โดยหลังจากตนได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่ได้รับคามเดือดร้อนจากการใช้รถใช้ถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ตนจึงได้เขียนคำร้องถึงนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ เพื่อขอให้ช่วยปรับปรุงถนนทั้งสองสาย โดยใช้รถเกรดและถมหินคลุกให้ราบเรียบให้ประชาชนใช้รถใช้ถนนอย่างสะดวก แต่เรื่องก็เงียบหาย และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตนจึงพร้อมด้วย ส.ท.และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่จึงตัดสินใจเรี่ยไรและควักเงินส่วนตัวสมทบทุนในการปรับปรงซ่อมแซมโดยการถมหินคลุกถนนสายเลียบคลองชลประทาน ท้องที่หมู่4 ต.โพธิ์เสด็จ  ระยะทาง 130 เมตร กว้าง 6 เมตรจนแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตามจนทราบว่าหลังจากตนพร้อมกำนัน และทีมงานร่วมกันปรับปรุงถนนสายนี้จนสามารถใช้งานได้ชั่วคราว ทางเทศบาลได้จัดทำโครงการปรับปรุงและลาดยางถนนสายนี้ ราบว่ามีการทำสัญญากับผู้รับเหมาไปนานแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มลงมาดำเนินการใด ๆ

ส่วนถนนสายบ้านนายประเทือง หมู่ 4 ระยะทาง 200-250 เมตรจนถึงขณะนี้ทางเทศบาล ฯยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ แม้แต่น้อย จริง ๆ แค่การนำรถเกรดไปไถเกรดปรับผิวถนน ที่เป็นหลาเป็นบ่อและต่างระดับกันให้ราบเรียบเสมอกันก่อนถมหินคลุกและบดอัดก็จะทำให้ประชาชนสามารถใช้รถใช้ถนนได้สะดวก แต่เมื่อทางผู้บริหารเขาไม่สนใจ หรือให้ความสำคัญในการพัฒนาแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ตนในฐานะส.ท.ในพื้นที่ไม่รู้จะทำอย่างไร  อยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกับกำรันและทีมงานว่าจะหาทางในการแก้ไขปัญหาถนนสายนี้อย่างไรต่อไป

            จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าถนนสายบ้านนายประเทือง หมู่ 3 ต.โพธิ์เสด็จ แม้จะเป็นถนนดินเล็ก ๆ  แต่มีประชาชนปลูกบ้านอาศัยอยู่สองฝั่งถนนจำนวนมากและใช้เส้นทางสายนี้จำนวนมากเช่นกัน เพราะสามารถเป็นทางลัดเชื่อมต่อไปยังถนนสายอื่น ๆ ในพื้นที่หมู่ 3 และหมู่ 4 ต.โพธิ์เสด็จได้ แต่ถนนสายนี้ไม่ได้รับการปรับปรุงซอมแซมหรือใด ๆ มาตลอดรถยะเวลา 6 ปี แม้ในปัจจุบันจะเป็นหลุมเป็นบ่อ และผิวการจราจรต่างระดับทำให้การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก และหากในช่วง)ดูฝนก็จะมีน้ำท่วมขังในหลุมบ่อบนถนนยิ่งทำให้การสัญจรไปมาเป็นอย่างอย่างยากลำบาก ทุลักทุเลมากยิ่งขึ้น

            ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 3 ต.โพธิ์เสด็จ กล่าวว่า หลังการเลือกตั้งครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2555 หรือเมื่อ  8 ปีก่อนถนนสายนี้ไม่เคยได้รับการพัฒนาแม้แต่น้อย เท่าที่ตนตั้งข้อสังเหตุน่าจะมีเหตุผลจากการความขัดแย้งในทางการเมือง เพราะถนนสายนี้ผ่านบ้านของนายปราโมทย์ สุพรัตน์ อดีตผู้สมัครนายก อบต.โพธิ์เสด็จ  ทำให้ผู้บริหารที่ชนะการเลือกตั้งและบริหารงานเทศบาลอยู่ในปัจจุบันมีความรู้สึกว่าไม่ใช่เป็นพื้นที่ฐานะคะแนนของตนเอง จึงไม่ให้ความสำคัญในการพัฒนาดูแลสิ่งสาธารณูปโภคของในพื้นที่ดังกล่าว เท่ากับนำเอาเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองมาเป็นเงื่อนไขในการพัฒนา จึงไม่เป็นธรรมกับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก.

ภาพ/คลิป  ส่วนข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ขอบคุณข้อมูลข่าว เพจ/ข่าวตีแผ่ไพฑูรย์ อินศิลา