วันที่ 17 ก.พ.2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านโคกวัด หมู่ 1 ต.อีสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่ามีโจรออกอาละวาดหนัก ตระเวนตัดกล้วยของชาวบ้านที่ปลูกไว้หน้าบ้านและข้างทาง มีกล้วยชาวบ้านถูกตัดไปเป็นจำนวนมาก

จากการตรวจสอบที่บ้านโคกวัด พบว่าชาวบ้านจะปลูกต้นกล้วยไว้ริมทางซอยภายในหมู่บ้าน เป็นระยะตลอดแนวตามซอยถนนในหมู่บ้าน หรือตามบริเวณที่ดินสาธารณะว่างเปล่าเป็นหย่อมๆ รวมถึงตามที่ดินสวนข้างบ้านของแต่ละครอบครัวที่มีที่ดินว่าง ชาวบ้านมักจะปลูกผักสวนครัวและกล้วยแทรกไว้แทบทุกครัวเรือน

นายเหลือง เกยรัมย์ อายุ 73 ปี อยู่เลขที่ 107 หมู่ 1 กล่าวว่า ปกติจะใช้เวลาว่างมาปลูกกล้วยน้ำหว้ารอบๆที่ดินของตัวเอง เมื่อกล้วยเริ่มแก่ก็จะตัดเอาไปวางขายริมทาง เป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง

วันก่อนตนได้เล็งจะตัดกล้วยเครือที่แก่ ซึ่งมีประมาณ 13 เครือ ปรากฏว่าวันถัดมากล้วยที่กะจะตัดถูกขโมยตัดเอาไปทั้งหมด มีความรู้สึกน้อยใจและหมดกำลังใจ เพราะถ้าตัดไปขายก็จะขายได้เครือละประมาณ 500-600 บาท (หวีละ 35-60 บาท)เท่ากับเงินหายไปกว่า 7,000  บาท

 

 

 

                     ด้านนางวิลัย สุขนาที อายุ 41 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโคกวัด หมู่ 1 กล่าวว่า ตนได้ปลูกกล้วยไว้ข้างบ้านซึ่งติดซอยถนนในหมู่บ้าน ตอนเช้าตื่นขึ้นมา พบว่ากล้วยถูกตัดหายไป 3 เครือ ตอนแรกก็ไม่ติดใจมากนัก คิดว่าให้ทานกับคนที่อยากได้ ต่อมาได้มีชาวบ้านมาแจ้งหลายรายว่ากล้วยได้ถูกขโมยตัดไปเช่นเดียวกัน จึงออกสำรวจ พบว่าชาวบ้านกว่า 10 หลังคาเรือน ถูกขโมยตัดกล้วยไป รวมแล้วกว่า 30 เครือ ที่หายไป ตนจึงถ่ายภาพเอาไปโพสต์ในกลุ่มไลน์ตำรวจบ้าน ต.อีสาณ ซึ่งตนเป็นประธานอยู่

ปรากฏว่า มีคนแจ้งมาว่ากล้วยของชาวบ้านโคกมะกอ และบ้านโคกหัวช้าง ต.อีสาณ ถูกขโมยกล้วยไปเช่นเดียวกัน ตอนนี้ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มตำรวจบ้านเบื้องต้นว่า อาจจะมีการจัดเวรยาม เพื่อคอยเฝ้าตามจับคนร้ายหากเข้ามาอาละวาดอีก

 

 

 

                   ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโคกวัด กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบ ไม่พบร่องรอยอยู่แถวโคนต้นกล้วย คาดว่าคนร้ายน่าจะมากันมากกว่า 1 คน ขับรถกระบะที่มีคอกด้านหลังมาจอดเทียบแล้วดึงกล้วยตัดขึ้นรถ แล้วขับไปตามถนนหากเจอก็จะตัดใส่รถแบบง่ายดาย

ซึ่งจากการสอบถามหมู่บ้านอื่น คาดว่ามีกล้วยชาวบ้านหายไปไม่น้อยกว่า 100 เครือ คิดเป็นเงินไม่น้อยกว่า 50,000-60,000 บาท  ส่วนสาเหตุที่กล้วยชาวบ้านหายในช่วงนี้ ส่วนตัวคาดว่าราคากล้วยน้ำหว้าที่แพงในช่วงนี้อาจจะเป็นแรงจูงใจให้คนร้ายออกมาตระเวนขโมยกล้วยของชาวบ้านแล้วเอาไปขายส่งต่อให้กับพ่อค้า เบื้องต้นยังไม่มีใครแจ้งความกับตำรวจ เพราะไม่อยากเสียเวลา การกระทำดังกล่าวของคนร้าย เท่ากับเป็นการซ้ำเติมชาวบ้านในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำอยู่ในขณะนี้....นางวิลัย   กล่าว

 

ภาพ/ข่าว ปองภพ กิจนิยม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.บุรีรัมย์