เมืองพัทยา ปฏิบัติการทวงคืนที่ดินสาธารณะ พบปัญหาสลับซ้ำซ้อนสะสมมานาน  โดยเฉพาะเรื่องการบุกรุกที่ดินสาธารณะทั่วเมือง จึงจำเป็นต้องใช้ขั้นตอนของกฎหมาย  ระเบียบปฏิบัติ  เทศบัญญัติ เข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  โดยไม่เลือก และไม่แยกการปฏิบัติ ผู้ด้อยโอกาส นักธุรกิจ  เศรษฐี ที่สำคัญยังคงดำรงไว้ซึ่งคุณธรรม มนุษยธรรม และความสำคัญตามลำดับความเร่งด่วน
 นายสุธรรม เพ็ชรเกตุ รองปลัดเมืองพัทยา  รักษาราชการแทนปลัดเมืองพัทยา  ได้กล่าวกับข้าราชการในห้องประชุมของเมืองพัทยา ในหัวข้อการติดตามความคืบหน้าทวงคืนที่ดินสาธารณะ ว่าก่อนหน้าที่เรียกประชุมครั้งนี้ ผมได้เข้าไปปรึกษาข้อราชการกับ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา   และรายงานความคืบหน้าผลการปฏิบัติทวงคืนที่ดินสาธารณะคืนจากผู้บุกรุก เพื่อให้ท่านทราบ  อุปสรรค ข้อขัดข้อง ตลอดจนผลกระทบ  อีกทั้งกรณีที่ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร  ซึ่งท่านได้ให้แนวทางปฏิบัติมาว่าเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย  สำเร็จตามเป้าประสงค์ในการแก้ไขปัญหาให้เมืองพัทยา และประชาชนทั่วไป ผมขอเป็นกำลังใจ  ขอให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยตั้งใจ  อดทนต่อการกระทบทั่งที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา พวกเราต้องยอมรับว่าทุกคนตกอยู่ในท่ามกลางของความกังวล ความทุกข์กาย ทุกข์ใจ ในเรื่องที่พักอาศัย ที่ทำกิน  จึงได้ต้องปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม มนุษยธรรม ให้มากที่สุด และที่สำคัญอย่าเลือกการปฏิบัติ


            นายสุธรรม กล่าวอีกว่า ท่านนายกเมืองพัทยาให้นโยบายในการทำงานนี้ว่า “การทวงคืนแผ่นดินสาธารณะ ก็จงอย่าได้ละเว้นเศรษฐี”ซึ่งเป็นแนวทางการทำงานที่ชัดเจนและเป็นแรงขับเคลื่อนที่ผู้ปฏิบัติงานจะนำไปปฏิบัติและมุ่งมั่นทำงานให้สำเร็จลุล่วงเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน จึงขอถ่ายทอดให้ข้าราชกา ผู้ปฏิบัติงานทุกคนทราบ  และยืนยันได้ว่าท่านห่วงผู้ปฏิบัติงาน  ให้แนวทางอย่างชัดเจน แน่วแน่ว่า เมืองพัทยาจะต้องทวงคืนที่ดินสาธารณะจากผู้บุกรุกให้สำเร็จ  เพราะที่ผ่านมาเมืองพัทยา โดนกระแสโจมตีอยู่เสมอว่า เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ  ไม่เอาจริงเอาจังกับปัญหาที่เกิดขึ้น  ทำงานแบบไฟไหม้ฟาง ไหม้เร็วดับเร็ว  หลายยุคหลายสมัยก็ไม่สามารถจัดการกับผู้บุกที่ดินสาธารณะได้ มีการปล่อยปะละเลยมาจนถึงทุกวันนี้  ก่อให้เกิดปัญหาซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน 
             และกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาทุกท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า เมืองพัทยาได้รับเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียน จำนวนมาก โดยเฉพาะปัญหาสาธารณะที่เมืองพัทยาต้องอับอายไปทั่วโลก ก็คือเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวติดอันดับเป็นที่รู้จักกันเกือบทั่วโลก พื้นที่ติดกับชายทะเล  แต่ไม่สามารถบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมได้อย่างเบ็ดเสร็จ  เมื่อฝนตกครั้งใดสิ่งที่ประชาชนวิตก กังวล ก็คือพัทยาน้ำท่วมแน่นอน  ผลกระทบที่ตามมาก็คือนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ  ประชาชนทั่วไปที่จะมาท่องเที่ยวเมืองพัทยา ก็ต้องลดน้อยลง และหมดไป ส่งผลทำให้ภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาเสียหาย เศรษฐกิจถดถอย  และอีกประการหนึ่งได้มีกระแสการถูกตำหนิ การทำงานของเมืองพัทยา ผู้บริหารเมืองพัทยา อย่างต่อเนื่อง   พวกเราอย่าได้โกรธ เกลียด จึงขอให้ทุกคนขอบพระคุณท่านเหล่านี้ที่เป็น”กระจกเงา” สะท้อนให้พวกเราได้เห็นตัวเอง  และให้ทุกคนตระหนักเสมอว่า การทำงานทุกเรื่องต้องทำไปด้วยความจริงใจ เสียสละ ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ช่วยกันแก้ไขปัญหา การถูกตำหนิ  และการถูกวิพากษ์วิจารณ์ ผมยอมรับว่าเป็นเรื่องดีที่มีคนสอดส่องดูแลควบคู่ไปกับการปฏิบัติของเมืองพัทยา ทำให้เรารู้ปัญหาที่ต้องแก้ไขมากขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อเมืองพัทยา 

             ส่วนทางด้าน  นายสนธยา คุณปลื้ม หรือบิ๊กแป๊ะ  นายกเมืองพัทยา  เจ้าของวลีเด็ด “ทวงคืนแผ่นดินสาธารณะ  ก็จงอย่าได้ละเว้นเศรษฐี” กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2561 ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา  คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้กระผมมาดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา  ซึ่งในอดีตกระผมได้เคยดำรงตำแหน่ง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี หลายสมัย  ประสบการณ์ที่เคยปฏิบัติงานในกระทรวงต่าง ๆ  ได้นำมาบูรณาการในการบริหารเมืองพัทยา เพื่อให้เกิดความสงบสุข ความสงบเรียบร้อย บริหารจัดการในทุกมิติให้เกิดความสมดุล
 บิ๊กแป๊ะ ยังกล่าวต่ออีกว่า สวนเรื่องปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะนั้น เป็นปัญหาใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมืองพัทยา  เพราะการบุกรุกส่วนมากมีการปลูกสิ่งปลูกสร้าง ขวางกั้น คู คลอง เส้นทางระบายน้ำหลักของเมืองพัทยา  ปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่เพียงปัญหาของประชาชนเมืองพัทยาเท่านั้น เป็นปัญหาสาธารณะ  เมื่อน้ำท่วมครั้งใดถนนที่ใช้ในการสัญจร ตลอดจนเส้นทางหลักที่ประชาชนทั่วไปใช้การจราจรผ่านเมืองพัทยา ก็มีปัญหา  ถ้าเมืองพัทยาไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาเสียแต่ตอนนี้  ต่อไปปัญหาก็จะเพิ่มขึ้น ผู้ที่บุกรุกจะต้องเข้าใจด้วยว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้ง หรือเลือกปฏิบัติกับผู้ใดผู้หนึ่ง  ไม่ว่าจะเป็นประชาชนธรรมดา หรือเศรษฐี  ก็ต้องถูกบังคับใช้กฎหมายเหมือนกัน แต่มิได้หมายความว่าการบังคับใช้กฎหมาย กับผู้บุกรุก เพื่อต้องการให้รับโทษ เป็นเพียงให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดเท่านั้น   บิ๊กแป๊ะ กล่าวในที่สุด



    พัชรพล  ปานรักษ์  จ.ชลบุรี   รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก(สวนนงนุชพัทยา)