คมชัดลึกออนไลน์ 29 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ภูมิภาค

ตรวจสอบการตรวจสอบที่ดินบริเวณสะพานห้วยหนองพาน

12 กุมภาพันธ์ 2563 - 12:25 น.
ออกโฉนดลำห้วยสาธารณะ,อดีตครูประชาบาลวัย 85 ปี,ทุกแปลงระบุติดลำห้วยสาธารณะประโยชน์,ทายาทฝ่ายบริหารบางคน,นครศรีธรรมราช
ภูมิภาค

Shares :
เปิดอ่าน 206 ครั้ง

ออกโฉนดลำห้วย!!เปรียบเทียบออกโฉนดลำห้วยคลองพาน ต.โพธิ์เสด็จเมืองคอนแบบเดียวถมคลองบางรักออกโฉนดสร้างโรงแรม ใน ต.กะรน จ.ภูเก็ต


 

            11 ก.พ.2563 ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนให้ช่วยตรวจสอบการออกโฉนดที่ดินบริเวณสะพานห้วยหนองพาน ริมถนนถนนทวดทอง-นากก ท้องที่หมู่ 3 ต.โพธิ์เสด็จ  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีเรื่องที่ทำให้ชาวบ้านสงสัยว่าที่ดินแปลงหนึ่งมีลำหวยสาธารณะอยู่ตรงกลางและหลักหมุดโฉนดแปลงดังกล่าวมาปักอยู่ทางด้านอีกฝั่งของลำห้วยสาธารณะ จึงกลายเป็นว่าลำห้วยสาธารณะดังกล่าวมีโฉนด มีเจ้าของไปโดยปริยาย โดยในทางกฎหมายสามารถออกโฉนดในลักษณะครอบคลุมลำคลองหรือลำห้วยสาธารณะได้หรือไม่  และในปัจจุบันที่ดินแปลงพิศดารดังกล่าวถูกเปลี่ยนมือมาอยู่ในกรรมสิทธิ์ที่ดินของทายาทนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังคนหนึ่งใน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

            (12 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากสื่อมวลชนนำเสนอเรื่องราวของผู้บริหารบางคนในเทศบาลโพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ที่มีพฤติกรรมไม่ถูกต้อง ไม่โปร่งใส และเป็นธรรม ส่อไปในทางทุจริตประพฤติมิชอบทั้งในส่วนเรื่องที่มีการยื่นให้ ปปช.ตรวจสอบและอีกหลายเรื่องที่อยู่ระหว่างการยื่นร้องให้ ปปช.ตรวจสอบเพิ่มเติม แต่ละเรื่องล้วนมีมูลเนื่องจากมีเอกสาร หลักฐานทางราชการ รวมมั้งภาพถ่ายและคลิปปรากฏในการกระทำผิดชัดเจน  และเรื่องล่าสุดกรณีการออกโฉนดที่ดินสุดพิสดาร ทำให้ห้วยคลองพาน ลำห้วยสาธารณะประโยชน์ที่มีมานานนับ 100 ปีแม้ในปัจจุบันจะยังมีสภาพของลำห้วยอยู่อย่างชัดเจน แต่ถูกออกโฉนดจนทำห้วยมีเจ้าของไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  

            จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องการออกโฉนดที่ดินฮุบลำห้วยสาธารณะประโยชน์ในท้องที่หมู่ 3 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พบว่ามีชาวบ้านที่ติดตามข่าวเมื่อขับรถผ่านบริเวณดังกล่าวจะจอดรถลงมาดูหลักหมุดโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวด้วยความสนใจ และแปลกใจว่าออกโฉนดในลักษระนี้ได้อ่างไร  ในขณะที่ชาวบ้านที่มีอายุเกิน 50 ปีซึ่งอาศัยอยู่นะแวกใกล้เคียงต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าลำห้วยสาธารณะประโยชน์ดังกล่าวมีมานานแล้วโดยรับน้ำจากบ้านนาชุม -เหมืองดอนส้มแป้น และจะไหลผ่านพื้นที่ระยะทางหลายกิโลเมตรไปบรรจบกับลำคลองที่ชาวบ้านเรียกว่า “คลองห้วย” รอยต่อหมู่ 7 ต.โพธิ์เสด็จ กับเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช  โดยคลองห้วยรับน้ำมาจากห้วยคลองพานและมีน้ำไหลต่อเนื่องตลอดทั้งปี จนชาวบ้านใน  ต.โพธิ์เสด็จ ได้ร่วมกับเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช จัดงานประเพณีลอยกระทงขึ้นที่บริเวณสะพานคลองห้วย ถนนเทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จต่อเนื่องทุกปี ในแต่ละปีมีประชาชนเดินทางมาร่วมงานนับพันคน

 

 

ทางด้านคุณครูประเสริฐ หัสภาคย์ อายุ 85 ปี อดีคครูประชาบาล กล่าวว่า เท่าที่ตนจำความได้ในช่วงที่ตนอายุประมาณ 10 กว่าขวบเรียนที่โรงเรียนบ้านยวนแหล หมู่ 4 โพธิ์เสด็จ  แต่พ่อมาทำไร่ในพื้นที่นี้ หมู่ 3 ต.โพธิ์เสด็จ ตั้งแต่ผมจำความได้ลำห้วยสาธารณะแห่งนี้มีอยู่ก่อนแล้วเท่าที่ผมจำความได้ตอนนี้มาจนถึงปัจจุบันกว่า 70 ปีมาแล้ว  ในละแวกนี้ยังเป็นป่ารกทึบมีพื้นที่รับน้ำที่ขนาดใหญ่ที่รับน้ำมาจากนาชุม ชาวบ้านเรียกแอ่งน้ำนี้ว่า “เหมืองดอนส้มแป้น”และน้ำจากแอ่งน้ำดอนส้มแป้นจะไหลมายังห้วยหนองพาน จุดที่มีการออกโฉนดฮุบลห้วยสาธารณะประโยชน์ ซึ่งอยู่ห่างจากแอ่งน้ำดอนส้มแป้นประมาณ 2 เส้น เมื่อก่อนในบริเวณดังกล่าวจะมีสะพานไม้ข้ามไปมา แต่ในปัจจุบันสร้างเป็นสะพานคอนกรีตแล้ว เมื่อก่อนในฤดูฝนน้ำจะท่วมบริเวณสะพานคลองพานถึงระดับพุ่งและไหลเชี่ยวกรากมาก  ก่อนจะไหลไปตามลำห้วยยาวหลาย กม.ไปลงที่คลองห้วย  

         ในขณะที่นักธุรกิจเจ้าของโรงแรมชื่อดังคนหนึ่ง กล่าวว่า ในปัจจุบันตนซื้อที่ดินติดกับแปลงทางด้านทิศตะวันออกซึ่งติดกับที่ดินแปลงที่ออกครอบคลุมลำห้วยสาธารณะประโยชน์ โฉนดที่ดินของตนเลขที่ 162158 เลขที่ดิน197  เล่ม 1622  หน้า 58 หน้าสำรวจที่ 20528 เนื้อที่ 2 ไร่ 40 ตารางวาเศษ ออกโฉนดเมื่อ 7 พ.ย. 2557 ในโฉนดยังระบุชัดว่าด้านหน้าฝั่งทิศตะวันออกจดลำห้วยสาธารณะสาธารณะประโยชน์ ซึงเป็นน่าสงสัยว่าโฉนดี่ดินทุกแปลงทั้งด้านบนและด้านล่างระบุว่าจดลำห้วยสาธารณะประโยชน์ แต่แปลงตรงกลางของนายวิฑูรย์ หัสภาคย์ ส.ท.นคร นครศรีธรรมราช  ซึ่งเข้าใจผิดว่าที่ดินแปลงดังกล่าวจดลำห้วยสาธารณะประโยชน์ จึงซื้อไว้เพื่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมและพักผ่อน แต่หลังจากซื้อแล้วปรากฏว่าทางเจ้าของที่ดินแปลงที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้วยคลองพานได้แจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินมาตรวจสอบเขต ปรากฏว่าหลักหมุดโฉนดที่ดินกลับข้ามลำห้วยมาปักอีกฝั่งหนึ่งในแปลงของนายวิฑูรย์ ซึ่งลำห้วยหนองพานถูกออกเป็นโฉนดไปโดยปริยายแล้วเท่ากับว่าไม่มีลำห้วยสาธารณะประโยชน์ หากไม่มีลำห้วยเขาสร้างสะพานคอนกรีตทำไม่

 

 

 

 

                                “นอกจากนี้ในจุดดังกล่าวแล้ว โฉนดที่ดินในแนวเดียวกันแปลงอื่น ๆ ทั้งด้านบนและด้านล่างต่างระบุว่าจดลำห้วยสาธารณะประโยชน์ทั้งนั้น  และพบว่าหลายแปลงปักหมุดโฉนดที่ดินก็รุกล้ำไปในลำห้วยสาธารณะประโยชน์ “ห้วยคลองพาน” อย่างน้อย 5-10 เมตร จากลำห้วยกว้างไม่น้อยกว่า 15 เมตรบางจุดเหลือลำห้วยสาธารณะประโยชน์แค่ 1.5- 2 เมตรเท่านั้น จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และพนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงและที่มาที่ไปพร้อมตรวจสอบการรังวัดปักหมุดโฉนดที่ดินในบริเวณดังกล่าวใหม่ให้ถูกต้องชัดเจนตามเอกสารหลักฐานและภาพถ่ายทางอากาศ  หากการตรวจสอบพบว่าเป็นการออกโฉนดที่ดินรุกล้ำหรือฮุบลำห้วยสาธารณะจริงก็ต้องมีคำสั่งยกเลิกและตรวจสอบรังวัดใหม่ให้ถูกต้องต่อไป เพราะตามกฎหมายลำเหมือง ลำห้วย หรือลำคลองสาธารณะประโยชน์ออกเอกสารสิทธิ์หรือโฉนดไม่ได้ ”

            นักุธุรกิจเจ้าของโรงแรมดังคนเดิมกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ดินแปลงของนายวิฑูรย์ หัสภาคย์ ซึ่งโฉนดอีกแปลงฝั่งตรงข้ามได้ข้ามคลองสาธารณะมาอยู่อีกฝั่งหนึ่งของลำห้วยสาธารณะประโยชน์ เท่ากับว่าลำห้วยสาธารณะหายไปกลายเป็นโฉนดที่ดินไปด้วยนั้นเท่าที่ตนสอบถามทางเจ้าพนักงานที่ดินได้สอบเขตที่ดินตอนออกโฉนดแปลงฝั่งตรงข้ามของนายวิฑูรย์  ผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหาร อปท.ในท้องที่ และเจ้าของที่ดินข้างเคียงให้การตรงกันว่าไม่มีลำเหมืองหรือลำห้วยสาธารณะประโยชน์ ทั้ง ๆ ที่ลำเหมืองหรือลำห้วยสาธารณะมีมานานนับ 100 ปี ในปัจจุบันก็ยังปรากฏชัดเจน  จึงน่าสงสัยว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ โดยผู้ที่ให้การต่อเจ้าพนักงานที่ดินล้วนเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการออกโฉนดที่ดินใช่หรือไม่  จึงอยากเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหนักงานที่ดินจังหวัดตรวจสอบการออกโฉนดที่ดินในบริเวณดังกล่าวว่าออกชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการออกโฉนดที่ดินแปลงที่ออกฮุบลำห้วยสาธารณะ ลักษณะเดียวกับการร้องเรียนในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ที่นายสิระเจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพ พรรคพลังปรารัฐ ลงไปตรวจสอบว่าการสร้างโรงแรมบนเนินด้านบนทำให้น้ำไหลลงมาท่วมพื้นที่ด้านล่างของโรงแรมอีกแห่งหนึ่ง จนถูกฝ่ายบริหารเทศบาลตำบลกะรน ตอบโต้ว่าปัญหาเกิดจากคลองบางรักถูกออกเอกสารสิทธิทับและมีการถมที่ทับลำคลองก่อนสร้างโรงแรมขนาดใหญ่จนทำให้น้ำไม่มีทางไหล  จนทำให้เกิดน้ำท่วมมาโดยตลอด จึงอยากฝากเรื่องนี้ให้ทางท่าน ส.ส.สิระตรวจสอบด้วย แต่แตกต่างกนตรงที่คลองบางรักใน ต.ตำบลกะรน จ.ภูเก็ต ถูกถมไม่เหลือสภาพลำลองเดิม แต่ที่ห้วยคลองพาน หมู่ 3 ต.โพธิ์เสด็จ  ยังมีสภาพเป็นลำห้วยสาธารณะประโยชน์ชัดเจนเท่านั้น.          

 

 

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ขอบคุณข้อมูลข่าว/เพจ /ข่าวตีแผ่ ไพฑรย์ อินทศิลา


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ