คมชัดลึกออนไลน์ 2 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ภูมิภาค

สื่ออาวุโสเมืองคอนเดินหน้าตรวจสอบทุจริต ทต.โพธิ์เสด็จ

6 กุมภาพันธ์ 2563 - 17:32 น.
ถึงวันดับเครื่องชน,เทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ,หมู่บ้านธารริน,หมู่บ้นที่โลกลืม,เดินหน้าสอบทุจริต,นครศรีธรรมราช
ภูมิภาค

Shares :
เปิดอ่าน 421 ครั้ง

สื่ออาวุโสเมืองคอนเดินหน้าตรวจสอบทุจริต ทต.โพธิ์เสด็จเมืองคอน -ขึ้นป้ายโต้ประจาน "ธารริน หมู่บ้านที่โลกลืม" –กว่า 20 ปีไม่เคยได้รับการดูแลใด ๆ ทุกอย่างชาวบ้านรวมตัวทำกันเองควักเงินดูแลกันเองมาตลอด


 

                     จากกรณีนายไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวอาวุโส อุปนายกและประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 80/2 หมู่บ้านธารริน หมู่ 8 ถนนเทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นตัวแทนชาวบ้านหมู่บ้านธารรินเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช คัดค้านและอุทธรณ์คำสั่งเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ กรณีติดป้ายคัตเฮาส์ขนาดใหญ่หน้าหมู่บ้านให้ชาวบ้านรื้อเสารั้วและสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวอื่น ๆ เช่น โรงจอดรถชั่วคราว ศาลาไม้ไผ่ กระถางต้นไม้ ราวตากผ้า และอื่น ๆ ที่อยู่ริมถนนติดกับรั้วหน้าหมู่บ้าน ออกภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ติดประกาศวันที่ 22 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา นายไพฑูรย์ อินทศิลา และผู้ที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านหลายครัวเรือน โดยได้แนบเอกสารรายงานการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลลงวันที่ 15 ก.ย. 2559 และเอกสารการรายงานหัวหน้าศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชเรื่องการปิดประกาศและบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช  ประกอบในคำอุทธรณ์คัดค้านด้วย ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น

             (6 ม.ค.) นายไพฑูรย์ อินทศิลา เปิดเผยว่า ได้จัดทำและนำป้ายไวนิลมาติดคู่กับป้ายคัตเฮาส์ของเทศบาลตำบลโพธิเสด็จ หน้าหมู่บ้านธารริน หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยข้อความระบุว่า ความถูกต้องเป็นธรรมอยู่ตรงไหน.....“ธารริน”...หมู่บ้านโลกลืม....พวกเราคนไทย เสียภาษีถูกต้องมาตลอด..แต่กว่า 20 ปี อปท.เจ้าของพื้นที่ไม่เคยดูแล ?  ไฟฟ้าสาธารณะ , น้ำประปา ชาวบ้านต้องควักเงินทำกันเอง , ขยะเทศบาล ฯนครช่วยเก็บ ส่วนสิ่งสาธารณูปโภคทุกอย่างไร้การเหลียวแลจากผู้มีอำนาจและหน้าที่อย่างสิ้นเชิง !!ไม่สนใจ ไม่รับผิดชอบดูแล  พวกเราไม่เคยปริปากบ่น....แต่ยังมากลั่นแกล้ง ย่ำยี  รังแก ไร้ความเป็นธรรมและจิตสำนึก.... ใครถมน้ำลายแล้วเลียกินกลับ...?  !!เสารั้วหน้าหมู่บ้าน...คณะกรรมการหมู่บ้าน ,ตำรวจ , กำนัน , ผู้ใหญ่บ้าน , ผอ.โรงเรียน ,โต๊ะอิหม่าม และ นายก อบต. ร่วมประชุมลงมติให้สร้างรั้วและป้อมยาม ฯเพื่อป้องกันโจรผู้ร้าย ,ปัญหายาเสพติดและอื่น ๆ....คนในหมู่บ้านร่วมบริจาคเงินได้เกือบ 2 หมื่นสร้างกันเอง ..แต่ป้อมยามชาวบ้านไม่มีกำลังสร้าง จู่ ๆ มีนายทุนเอกชนเห็นแก่ตัว มาซื้อที่ดินแปลงด้านในแล้วยื่นฟ้องศาลให้รื้อรั้ว.....ต้องต่อสู้คดีกัน 4 ปี จนศาลอุทธรณ์ตัดสินไม่ให้รื้อเสารั้ว ..บังคับคดีชี้แจงชัดเจน “ละเมิดทำเกินอำนาจศาลไม่ได้”แต่นายทุนไม่ยอมรับคำพิพากษาตัดสินของศาล  วันนี้เทศบาล ฯติดประกาศให้รื้อรั้วภายใน 15 วัน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่...เมืองไทยจะมีศาล ฯไว้เพื่ออะไร...? เมื่อกล้วย...? มีค่ามากกว่าคุณธรรมและคำพิพากษาศาล….เมื่อถูกบีบบังคับก็ต้องสู้ ๆ ..แล้วพบที่ศาลปกครอง ,ปปช.,สตง....ฯลฯ “ จนเป็นที่สนใจของผู้คนที่ขับรถผ่านไปมา


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

 

 

 

 

                       นายไพฑูรย์ อินทศิลา กล่าวว่า ตนขอย้ำว่าหมู่บ้านธารรินนับหมู่บ้านที่แปลกที่สุดในประเทศไทยหรือในโลกก็ว่าได้ โดยเป็นหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชประมาณ 1 กม.เศษ และตนและเข้าบ้านเข้ามาซื้อบ้านและอยู่อาศัยต่อเนื่องมา 22 ปี  ตั้งแต่ในละแวกใกล้เคียงยังเป็นป่าอยู่นอกเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชประมาณ 100 เมตร เดิมอยู่ในเขตปกครองของ อบต.โพธ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ในปัจจุบันยกฐานะเป็นเทศลาลตำบลโพธิ์เสด็จ ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องไม่เคยสนใจดูแลเรื่องสิ่งสาธารณูปโภคแม้แต่น้อย ไฟฟ้าส่องสว่าง น้ำประปา คนในหมู่บ้านต้องรวบรวมเงินดำเนินการกันเอง  ค่าไฟฟ้าก็เก็บรวมรวมเงินจ่ายกันเอง และการจัดเก็บขยะได้รับการดูแลโดยเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช  

            ในอดีตหมู่บ้านมีปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของยาเสพติดและความไม่สงบเรียบร้อย ไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีโจรลักเล็กขโมยน้อย สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างแสนสาหัส จนเป็นข่าวทางสื่อมวลชนอย่างครึกโครมต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช คิดแก้ปัญหาจึงเชิญสมาชิกในหมู่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (นายก อบต.โพธิ์เสด็จ) ผอ.โรงเรียน กำนันผู้ใหญ่บ้าน โต๊ะอิหม่าม เป็นต้นมาประชุมร่วมกัน ในที่ประชุมมีมติว่าเพื่อแก้ปัญหาในเบื้องต้นขอให้สมาชิกในหมู่บ้านทำรั้วลวดหนามกั้นบริเวณด้านหน้าหมู่บ้านให้เป็นสัดส่วนที่ชัดเจน โดยให้ทำรั้วในที่ดินส่วนที่เหลือริมถนนหน้าหมู่บ้าน และให้สร้างป้อมยามหน้าหมู่บ้าน และ จัดชุด อส.ตร.เทวบุรี ขึ้นมา โดยตนเป็นหัวหน้าชุดออกลาดตระเวนรักษาความสงบเรียบร้อยกันเอง ชาวบ้านลงขันกันได้เงินเกือบ 20,000 บาทสร้างรั้วหน้าหมู่บ้าน ส่วนการสร้างป้อมยามทางนายก อบต.โพธิ์เสด็จ และผู้ใหญ่บ้าน รับปากว่าจะให้การสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องไม้ หิน หินปูน ทรายหรืออื่น ๆ ซึ่งชาวบ้านรวมรวมเงินสร้างรั้วจนสำเร็จ แต่ไม่มีศักยภาพเพียงพอในการสร้างป้อมยามสายตรวจ

            “อย่างไรก็ตามในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมโจรผู้ร้าย และปัญหายาเสพติด ตนต้องทุ่มเทเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายต่อสู้กับสิ่งเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นอย่างดี สามารถกดดันจับกุมผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติดในหมู่บ้านธารรินและหมู่บ้านข้างเคียงจนเป็นข่าวทางสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมมาจนถึงปัจจุบันนี้”

 

 

 

 ผู้สื่อข่าวอาวุโสคนเดิมกล่าวอีกว่า แต่เมื่อนายทุนเอกชนเข้ามาซื้อที่ดินด้านในติดรั้วของหมู่บ้านธารรินและต้องการให้ชาวบ้านรื้อรั้วริมถนนหน้าหมู่บ้านออก ทั้ง ๆ ที่มีที่ดินของตัวเองเป็นทางเข้าออกอยู่แล้ว จนกลายเป็นกรณีพิพาทและนายทุนฟ้องร้องในศาลสั่งให้รื้อเสารั้ว เต้นท์ และกระถางต้นไม้ ต่อสู้คดีกัน  4 ปี ในที่สุดศาลจนศาลอุทธรณ์ตัดสินให้รื้อเฉพาะเต้นท์ และกระถางต้นไม้ออก ส่วนเสารั้วไม่ได้สั่งให้รื้อ ทางบังคับคดีและชาวบ้านได้ดำเนินการตามคำสั่งศาล  แต่นายทุนเอกชนกลับไม่ยอมรับคำสั่งศาล และได้นำกำลังชายฉกรรจ์พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือเข้ามาพยายามเข้ามารื้อรั้วทางทิศตะวันออก สามารถใช้กำลังรื้อเสารั้วลวดหนามออกนเสารั้วได้รับความเสียหายไปบางส่วน จนมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาระงับเหตุ ตำรวจเรียกทั้งสองฝ่ายไปตกลงกันโดยมอบหมายให้ตนซึ่งเป็น 1 ในผู้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านธารริน มาตั้งแต่ปี 2539 เป็นตัวแทนไปสอบถามความชัดเจนถึงขอบเขตคำพิพากษาไปยังศาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวข้อง พร้อมตกลงกันที่ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และทั้งสองฝ่ายได้ไปพบผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีนครศรีธรรมราช ทางท่าน ผอ.ยืนยันว่าไม่สามารถทำการรื้อรั้วออกได้ ทั้งสงฝ่ายเซ็นรับทราบ โดยตามข้อตกลงทางเอกชนที่ใช้อำนาจรื้อรั้วโดยพละการจะกลับมาปรับปรุงซ่อมรั้วให้กลับมาเหมือนเดิม แต่กลับไปยื่นร้องเรียนเทศบาล ฯโพธิ์เสด็จ จนมีการติดป้ายคัตเฮาส์ให้รื้อเสารั้วภายใน 15 วัน ซึ่งตนมองว่าเป็นคำสั่งมิชอบ

            “ตนขอให้เทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จออกมาชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจนและเร่งยกเลิกคำสั่งพร้อมรื้อป้ายคัดเฮาส์ประกาศของเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ ที่ติดหน้าหมู่บ้านออกทันที ภายในวันจันทร์ 10 ก.พ. 2563 หากไม่ไม่ชี้แจง ไม่รื้อถอนป้ายคัตเฮาส์ออกไป ตนจะก่อนจะเดินหน้ายื่นฟ้องศาลปกครอง และ ปปช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับทันที และกำลังปรึกษาฝ่ายกฎหมายว่าการกระทำเข้าข่ายผิดอาญา ทำให้ตนได้รับความเสียหายหรือไม่ เพื่อแจ้งความหรือฟ้องดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป และจะติดตามการกระทำผิดอื่น ๆ ของผู้บริหารบางคนที่เผยแพร่อย่างกว้างขวางในเฟซบุ๊ค “ชมรม strong ทุจริต”ทราบว่าบางเองอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของ ปปช.นครศรีธรรมราช เมื่อผู้บริหารบางคนเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ มีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลตรวจสอบไม่ให้ประชาชนในพื้นที่ทำผิดกฎระเบียบเกี่ยวกับการปลูกสร้างรุกล้ำที่สาธารณะ ที่มีอยู่จำนวนมากในเขตเทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ ก็ให้ตรวจสอบดำเนินการให้ถูกต้องทั้งหมด ในฐานะสื่อมวลชนและประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช จะติดตามรวบรวมพยานหลักฐานร้องเรียนและนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการส่งเสริมผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีวิสัยทัศน์และนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดเป็นตัวอย่างที่ดีให้ผู้บริหารและข้าราชการคนอื่น ๆได้ยึดถือเป็นเยี่ยงอย่าง

            อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช กล่าวอีกว่า ตนได้รับมอบอำนาจจากชาวบ้านที่เคยตกเป็นจำเลยถูกนายทุนฟ้อง จนศาลพิพากษาให้รื้อเต้นท์ กระถางต้นไม้และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ แต่ไม่ได้มีคำพิพากษาให้รื้อเสารั้ว ให้ตนยื่นฟ้องดำเนินคดีกับนายทุนคนดังกล่าวในข้อหาแจ้งความเท็จ และให้การเท็จในศาล เนื่องจากคดีดังกล่าวในช่วงแรกยื่นฟ้องต่อศาลแขวงนครศรีธรรมราช และนำสืบในศาลระบุว่า ร.ต.ต.ประเสริฐ นินทรกิจ เป็นผู้ก่อสร้างอาคารที่จอดรถรุกล้ำที่สาธารณะและเสารั้วลวด แต่เมื่อศาลแขวงนครศรีธรรมราชตรวจสอบพบว่าคดีนี้ไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจศาลแขวง แต่อยู่ในเขตอำนาจของศาลจงหวัดนครศรีธรรมราช นายทุนจึงมายื่นฟ้องใหม่ต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ในช่วงนั้น ร.ต.ต.ประเสริฐ นินทรกิจ เสียชีวิต นายทุนจึงหันมาฟ้องนายพุฒิพัฒน์ จิตนุพงศ์ บุตรเขย ร.ต.ต.ประเสริฐ นินทรกิจ เป็น จำเลยที่ 1 และนางอังคณา นินทรกิจ นินทรกิจ เป็นจำเลยที่ 2 ให้การใหม่ว่านายพุฒิพัฒน์ จิตนุพงศ์ เป็นคนก่อสร้างเสารั้วลวดหนาม และอาคารโรงจอดรถ จึงขัดแย้งกันเองอย่างชัดเจน และเป็นการให้การเท็จต่อศาลเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษ โดยมีข้อความการนำสืบบันทึกอยู่ในสำนวนคดีศาลแขวงนครศรีธรรมราช อย่างชัดเจน นายไพฑูรย์ กล่าวในที่สุด.

 

 

 

 

 

ภาพ/คลิป /ข่าว  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ขอบคุณข้อมูลข่าว/เพจ ข่าวตีแผ่ ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ