วันที่ 24 มกราคม 2563 เวลา 14.53 น. 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งจากสายด่วน 199 ว่ามีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณปากซอยประชาอุทิศ 41 ในเขตความรับผิดชอบ สน.ราษฎร์บูรณะ จึงจัดกำลัง พร้อม หน่วยบรรเทาสาธารณภัย และ อาสาสมัครกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง  อาสาสมัครกู้ชีพบูรณะ  รพ.ราษฎร์บูรณะ รีบรุดไปที่เกิดเหตุทันที

 

เมื่อเจ้าหน้าไปถึงที่เกิดเหตุพบเหตุ เป็นร้านอาหารชาบู ลักษณะอาคารพาณิชย์ สูง 3 ชั้น ปลูกติดกันหลายคูหา จากการตรวจสอบเหตุบ้านต้นเพลิง เลขที่ 1019/8 ถนน ประชาอุทิศ แขวง ราษฎร์บูรณะ เขต ราษฎร์บูรณะ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เหตุเกิดชั้นล่างสุดของตัวอาคาร บริเวณด้านหลังของร้านพบ กลุ่มควันและแสงเพลิงที่คอยเย็นแอร์แขวนฝ้าเพดาน เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณะภัย จึงรีบรุดต่อสายฉีดน้ำเพื่อระงับเหตุทันที ใช้เวลาเพียง 20 นาที จึงระงับเหตุไว้ได้ ในที่เกิดเหตุเสียหายเพียงเครื่องแอร์แขวนฝ้า 1 เครื่องเท่านั้น ไม่มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

จากการสอบถาม นาย ภราดร ดวงหิรัญ อายุ 18 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์คนแรกเล่าว่า ระหว่างที่ตนเองขี่ จยย.ผ่านมาบังเอิญมองเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากร้านดังกล่าว จึงสงสัยเลยจอดรถดู สังเกตุว่าหน้าร้านปิดประตูอยู่เลยตะโกนเรียกคนด้านใน แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา แล้วกลุ่มควันก็เริ่มหนาขึ้นและเยอะขึ้นเรื่อยๆตนเองซึ่งเป็นอาสาสมัครประสานเหตุอยู่แล้วจึงประสานเหตุไปทางศูนย์วิทยุ กู้ชีพบูรณะ  รพ.ราษฎร์บูรณะ ทันที

 

ทางด้านนางสาว ศิริลักษณ์ นามเดช อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นพนักงานประจำของร้านดังกล่าว เล่าว่า ตนเองเป็นพนักงานซึ่งทำงานประจำอยู่ร้านนี้ และที่พักจะอยู่ใกล้ๆกับร้านห่างไปไม่กี่ซอย ตอนที่รู้ว่าร้านเกิดเหตุเพลิงไหม้ตนเองอยู่ที่บ้านพักมีชาวบ้านวิ่งไปบอกตนด้วยความตกใจเลยรีบวิ่งมาดูพอมาถึงก็พบกับสภาพแบบนี้แล้วตนเองก็รู้สึกตกใจ แต่ก็ยังดีที่ไฟไหม้แค่แอร์เท่านั้นไม่ได้ลุกลามไปที่อื่นแล้วก็ไม่มีใครบาดเจ็บ แต่ก็ยังแปลกใจว่าเหตุเกิดได้อย่างไรยัง งงๆกับเหตุการณ์อยู่เลย ปกติที่ร้านจะเปิดร้านบ่าย 3 โมง และจะปิดร้านอีกที ตอนตี 3 ส่วนคนที่อยู่ร้านก็จะมีพี่ซึ่งเป็นลูกจ้างของร้านเป็นผู้ชายคอยนอนเฝ้าร้านอยู่ข้างบนชั้นสองคนเดียว แต่เมื่อวานเห็นว่าไม่ค่อยสบายคงจะนอนพักอยู่ด้านบน ส่วนร้านนี้เจ้าของร้านเซ้งต่อมาแค่สองอาทิตย์เอง ระหว่างเกิดเหตุเจ้าของไม่อยู่ที่ร้านไปต่างจังหวัด

ส่วนสาเหตุของเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่สรุปต้องรอทางผู้ชำนาญการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาตรวจสอบอีกครั้งถึงจะสรุปถึงสาเหตุที่เกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้

 

ภาพถ่าย/รายงาน 

ชุติเดช ม่วงใจรักษ์ ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก