royal coronation
18 กุมภาพันธ์ 2563
ภูมิภาค

เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ดูแม่น้ำสะแกกรัง

24 มกราคม 2563 - 15:27 น.
ภัยแล้ง,อุทัยธานี,น้ำ,วิกฤต
Shares :
เปิดอ่าน 139 ครั้ง

เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ดูแม่น้ำสะแกกรังหวังแก้ไขวิกฤติการณ์น้ำให้ยั่งยืน


คลิปที่ 1

 

 

                วันที่ 24 มกราคม 2563 เวลา 13.00 น. ดร.สมเกียรติ  ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง และผลการศึกษาประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ที่เป็นทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม โดยเดินทางไปติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ตามศาสตร์พระราชา และติดตามการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนด้วยระบบประปาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ต.บ้านใหม่คลองเคียน     อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี

    ดร.สมเกียรติ  ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กล่าวว่า ลุ่มน้ำสะแกกรัง มีพื้นที่ 4,911.48 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ อุทัยธานี นครสวรรค์ และกำแพงเพชร เป็นพื้นที่ที่มักประสบปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง และคุณภาพน้ำ ตามลักษณะทางกายภาพของลุ่มน้ำและวิถีชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ พื้นที่ตอนบน มีลักษณะเป็นพื้นที่สูงชัน มีสภาพป่าไม้อุดมสมบูรณ์ พื้นที่ตอนกลาง มีลักษณะเป็นรูปคลื่น เนื้อดินร่วนปนทรายไม่อุ้มน้ำ ทำให้พื้นดินมีความแห้งแล้ง การกัดเซาะพังทลายสูง และเกิดตะกอนทับถมจนตื้นเขินไม่สามารถระบายน้ำได้ ตลอดจนแหล่งเก็บกักน้ำและระบบกระจายน้ำมีไม่เพียงพอ จึงมักประสบปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอยู่เสมอ และพื้นที่ตอนล่าง มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม เป็นจุดรวมของลำน้ำสาขาต่างๆ อีกทั้งมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ เกิดตะกอนในลำน้ำทำให้ตื้นเขิน รวมทั้งได้รับอิทธิพลจากระดับน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมักเกิดปัญหาอุทกภัยเป็นประจำ นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาน้ำเน่าเสียจากการขยายตัวของชุมชนเมือง การใช้สารเคมีในพื้นที่การเกษตร การขาดแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่ด้านบนที่จะช่วยระบายน้ำมาเจือจางและผลักดันน้ำเสียในช่วงฤดูแล้ง

 

    ดังนั้น การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำสะแกกรัง จะต้องพิจารณาองค์รวมเพื่อให้เกิดความสอดคล้องร่วมกันระหว่างพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยในอดีตที่ผ่านมา การวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง จะพิจารณาจากมุมมองของภาครัฐเป็นรายโครงการหรือเฉพาะด้าน และอาจจะขาดการพิจารณาผลกระทบต่อเนื่องที่มีต่อภาคส่วนอื่น ๆ จนส่งผลให้เกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ สทนช. ในฐานะองค์กรหลักด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ได้บูรณาการแนวทางในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ใหม่ โดยจัดให้มีการศึกษาประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์พื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง เพื่อประเมินศักยภาพและข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อม และแนวทางพัฒนาและบริหารจัดการน้ำที่สามารถนำไปสู่ความสมดุลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มีการพิจารณาทางเลือกทั้งจากนโยบายรัฐ และความต้องการของประชาชน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นทางเลือกการพัฒนาที่สะท้อนความต้องการของกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้มากที่สุด

 

ซึ่งในระยะสั้นจะเน้นการจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่ที่ไม่เพียงพอ เช่น หมู่บ้านขาดแคลนน้ำในลุ่มแม่วงก์ สะแกกรังตอนล่างส่วนที่ 1 ซึ่งมีศักยภาพน้ำบาดาลต่ำ รวมทั้งการเก็บน้ำในลำดับ โดยเฉพาะลำน้ำแม่วงก์ และในระยะกลางจะเสนอแผนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแนวทางผันน้ำเพื่อลดปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนลาดยาว และการเก็บน้ำในแม่น้ำสะแกกรังในพื้นที่ตอนล่าง ซึ่งเข้าข่ายต้องจัดทำรายงาน EIA โดยหน่วยงานที่มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง 14 หน่วยงาน จะได้เร่งจัดเข้าแผนงานเพื่อเสนอรับการจัดสรรงบประมาณต่อไป

    “สทนช. จะเสนอผลโครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์พื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง ต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณา ให้ความเห็นชอบ และใช้ประกอบการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรังต่อไป โดยหวังให้เป็นต้นแบบต่อยอดขยายผลไปใช้เป็นทิศทางในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในทุกพื้นที่ลุ่มน้ำ เพื่อแก้ไขวิกฤติการณ์น้ำของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไป

ภาพ-ข่าว นันทศักดิ์ วัฒนพานิช จ.อุทัยธานี


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ