จากกรณีที่ชาวบ้านใน ต.ท่าไร่  ต.ท่าซัก  และต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ร้องเรียนศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช เนื่องจากได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อนจากฟาร์มหมูบริษัท ช.เกษตรรุ่งเรือง จำกัด ซึ่งเป็นฟาร์มหมูขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้  ตั้งอยู่ในพื้นที่กว่า 50 ไร่ เนื้อที่หมู่ 1 ต.ท่าไร่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ปล่อยน้ำเน่าเสียลงในคลองธรรมชาติ ทำให้น้ำในลำคลองหลายสายเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรงโชยไปไกลหลายหมู่บ้าน ชาวบ้านได้รับผลกระทบและร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับการแก้ไขใด ๆ นอกจากนี้ยังยื่นหนังสือรองเรียนรศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.เขต 1 จ.นครศรีธรรมราช และนายศิริพัฒ  พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ช่วยเหลือหากไม่มีการแก้ไขปัญหาชาวบ้านในพื้นที่จะรวมตัวประท้วงใหญ่ จนทางผู้ว่า ฯได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมพร้อมเชิญผู้ประกอบการเจ้าของฟาร์มหมูมาพบร่วมหามาตรการในการ แก้ไขปัญหา โดยมีมติให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ-ภายใน 15 วัน พร้อมกำหนดลงพื้นที่ตรวยจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. 2563 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

                      21 ม.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานนี้ (21 ม.ค.) นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มอบหมายให้นางพัชร์ธนนันท์ ศรีเมือง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นางอุมาพร ชาญณรงค์ ตัวแทนจากสำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช นายวิชาญ อนุมาศ ปลัด อบต.ท่าไร่ ,นางศิริวรรณ  สงคำ ปลัดอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดนครศรีธรรมราช ตัวแทนจากปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตัวแทนจากสำนักงานสาธารณสุข รวมทั้งนายปรีชา แก้วกระจ่าง หัวหน้าศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ ตัวแทน รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.เขต 1 นครศรีธรรมราช และนายยุทธนา แต่งวงศ์  นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมเดินทางลงพื้นที่ฟาร์มหมูบริษัท  ช.เกษตรรุ่งเรือง จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 150 หมู่ 1 ต.ท่าไร่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

            โดยตลอดระยะทางที่เข้าไปในพื้นที่มีกลิ่นขี้หมูส่งกลิ่นโชยจนรู้สึกได้อย่างชัดเจน และเมื่อเข้าไปใกล้ถึงฟาร์มหมูกลิ่นขี้หมูจะรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะเฉพาะในช่วงที่มีลมพัดและอยู่ใต้กระแสลม ก่อนเข้าไปในบริเวณฟาร์มเมื่อต้องผ่านจุดฆ่าเชื้อโรค โดยฟาร์มหมูตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 50 ไร่ เป็นฟาร์มระบบเปิด ที่มีการนำขี้หมูเข้าสู่กระบวนการผลิตแก๊งสและไฟฟ้าอีกด้วย ซึ่งมีอาคารคอกหมูมาตรฐานมากถึง 17 อาคาร โดยมีเจ้าของผู้ประกอบการบริษัท ฯ พร้อมพนักงานเจ้าหน้าที่บริษัท ฯให้การต้อนรับและนำตรวจพื้นที่บริเวณโดยรอบซึ่งค่อนข้างรกทึบ  โดยเฉพาะระบบการบำบัดน้ำเสีย และข้อปฏิบัติตามกฎหมายไม่มีประสิทธิภาพอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามทางผู้ประกอบการอ้างว่าระบบการบำบัดน้ำเสียและระบบการบำบัดกลิ่นเหม็น มีปัญหาชำรุดเสียหายจากเหตุพายุปาบึกพัดถล่มเมื่อต้นปี 2562 ทางบริษัทกำลังทยอยแก้ไขมาเรื่อย ๆ ตามแบบแปลนและแผนงานของบริษัทแต่ยังไม่แล้วเสร็จ  

            อย่างไรก็ตามนางพัชร์ธนนันท์ ศรีเมือง ได้แย้งว่าตามที่ทางบริษัทอ้างว่าระบบการกำจัดกลิ่นเหม็นและระบบบำบัดน้ำเสียชำรุดจากเหตุการณ์พายุปาบึกทางบริษัทกำลังดำเนินหการปรับปรุงซ่อมแซมอย่างต่อเนื่องนั้น แต่เวลาผ่านมากว่า 1 ปีแล้วจนถึงปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ เหมือนกับว่าทางบริษัทไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาทำให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยกลิ่นเหม็นโชยกระจายไปเป็นบริเวณกว้างจนถึงสนามหน้าเมืองและศาลากลางนครศรีธรรมราช หากทางบริษัทมีความจริงจัง จริงใจที่จะแก้ไขปัญหาไม่น่าจะใช้เวลาเนิ่มนานมากถึงเพียงนี้และปัญหาคงไม่ลุกลามขยายวงกว้างออกไปถึงขนาดนี้   

 

 

 

 

 

 

 

 

                 “โดยการดำเนินการทั้งหมดในการจัดตั้งฟาร์มหมูยักษ์ใหญ่อยู่ในอำนาจของ อบต.ท่าไร่ มาตั้งแต่ต้น โดยแทบทุกส่วนในการแก้ไขปัญหาตามแบบแปลนและแผนตามกฎหมายก็อยู่ในอำนาจของ อบต.ท่าไร่เช่นกัน  จึงขอให้ทาง อบต.บังคับใช้กฎหมายให้การดำเนินการแก้ปัญหาเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนตามกฎหมายตั้งแต่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและแก้ปัญหาถาวรที่ทางบริษัท ฯอ้างว่าจะดำเนินให้เป็นฟาร์มระบบปิดภายใน 2 ปี”     

            หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทั้งหมดพร้อมผู้ประกอบการได้ประชุมร่วมกันก่อนมีมติให้ทางบริษัท ฯแก้ปัญหา 10 ขั้นตอนตั้งแต่การแก้ปัญหาชั่วคราวโดยการใช้ ปูนขาว สารเคมี เพื่อลดปัญหากลิ่นเหม็นพร้อมด้วยการใช้ผ้าหรือวัสดุคลุมปิดระบบบำบัดน้ำเสียทั้งระบบภายใน 7 วัน  ,การปรับปรุงูมิทัศน์ฟาร์ม ,การทำความสะอาดและก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานฟาร์มให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน โดยให้ทางปศุสัตว์จังหวัดกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานฟาร์มก่อนที่จะให้อนุญาติในการขอต่อใบอนุญาติครั้งต่อไป ,ให้มีการตรวจคุณภาพน้ำทิ้งให้มีค่ามาตรฐานตามกำหนดภายใน 30 วัน , รวมทั้งการดำเนินการเรื่องการจัดเก็บและทำลายขยะ ทั้งในส่วนของขยะทั่วไปและขยะติดเชื้อให้ทางบริษัทจัดเก็บและแบ่งแยกพร้อมระบุจำนวนขยะแต่ละประเภทให้ชัดเจน พร้อมรายงานจำนวนขยะติดเชื้อให้ทาง อบต.ท่าไร่ทราบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และในการจัดเก็บและทำลายให้เข้าระบบมาตรฐานทางสาธารณสุข

            ส่วนการแก้ปัญหาถาวรให้ดำเนินการปรับปรุงฟาร์มจากระบบเปิดให้เป็นระบบปิดให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ทั้งนี้ต้องให้มีการจัดทำแผนการปรับปรุงและให้โยธาของ อบต.ท่าไร่ กำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด โดยทางศูนย์ดำรงธรรมจะติดตามการดำเนินการเป็นระยะ หากทางบริษัทฝ่าฝืน ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการตามระยะเวลาและข้อกำหนด และมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม น้ำเสีย มลพิษทางกลิ่นและปัญหาอื่น ๆ ทางศูนย์ดำรงธรรมจะรวบรวมข้อมูลปัญหาเพื่อเสนอให้ผู้ว่าราชการจะงหวัดนครศรีธรรมราชและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข็มงวดกวดขัน ตั้งแต่สถานเบาไปถึงสถานหนักโดยการสั่งปิดฟาร์มหมูของบริษัทต่อไป”.

 

 

 

 

 

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ยุทธนะ เตมะศิริ นครศรีธรรมราช