จากที่จังหวัดลำปางได้เร่งรณรงค์แจ้งประกาศเตือน ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดเว้นการเผา และช่วยกันเฝ้าระวังสอดส่องดูแลสนับสนุนการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตท้องที่จังหวัด โดยเน้นแนวทางปฏิบัติให้ทุกพื้นที่มีบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้เหมาะสม ควบคุมเฝ้าระวังการเผาในบริเวณพื้นที่ป่าที่มีความเสี่ยง ซึ่งมีเป้าหมายให้ทุกๆ พื้นที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน และมีจำนวนจุดความร้อนลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และมีเป้าหมายที่จะลดอัตราผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ให้ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 โดยในแผนปฏิบัติทางจังหวัดลำปางได้จัดตั้ง War Room ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปางขึ้น ซึ่งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เป็นส่วนหนึ่งในคณะทำงานด้วย โดยทางหน่วยงานมีพื้นที่ป่าอยู่ในความดูแลรับผิดชอบจำนวนหลายแสนไร่ และล้วนเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ต่อการเกิดปัญหาไฟป่า ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดลำปางตามเขตท้องที่อำเภอต่างๆ ได้ประสบกับปัญหาอัคคีภัยและไฟป่า ส่งผลทำให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของจังหวัดลำปางมีค่าเพิ่มสูงขึ้นจนถึงขั้นมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง ได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะบริเวณเขาดอยพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ที่เป็นส่วนหนึ่งในเขตบริเวณพื้นที่รับผิดชอบ และเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มักเกิดปัญหาไฟป่ารุนแรงเป็นประจำทุกปี โดยทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดลำปาง ทั้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานท้องที่ท้องถิ่น จัดทำโครงการ "จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน" ขึ้น โดยได้ร่วมกันนำตัวแทนชาวบ้านจิตอาสาจากกว่า 30 ชุมชน/หมู่บ้าน รอบเขตพื้นที่เขาดอยพระบาท จำนวนกว่า 100 นาย เข้าทำการฝึกอบรมเพิ่มเติมความรู้ในเรื่อง การทำแนวกันไฟและการใช้อุปกรณ์เพื่อการดับไฟป่า อาทิเช่น ไม้ตบ คราด ครอบลาโค่ และถังน้ำโบโดสำหรับระงับดับไฟป่า เป็นต้น โดยชาวบ้านที่ผ่านการฝึกอบรม ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง จะได้นำเข้าร่วมเป็นจิตอาสา "ป้องกันและควบคุมไฟป่า" เพื่อจะได้เป็นกำลังเสริมคอยช่วยเหลือเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลในแต่ละเขตท้องที่ ปฏิบัติงานเชิงรุกทำหน้าที่เป็นหน่วยลาดตระเวน หรือเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว คอยเฝ้าระวังตรวจตราพื้นที่รอบบริเวณเขาดอยพระบาท โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาไฟป่าที่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละชุมชม รวมถึงพื้นที่รอยต่อระหว่างชุมชนใกล้เคียง ซึ่งหากเมื่อพบเห็นการเกิดไฟป่าหน่วยเคลื่อนที่เร็วจะเป็นหน่วยแรกที่เข้าระงับเหตุแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นทันที และสามารถที่จะแจ้งประสานขอกำลังเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานหลัก ให้เข้าช่วยเหลือในการระงับเหตุดับไฟป่าได้ตลอด 24 ชั่วโมง

       โดยในการฝึกอบรมดังกล่าว นายณรงค์ศักดิ์  โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ลงพื้นที่ร่วมพบปะกับชาวบ้าน "จิตอาสาป้องกันและควบคุมไฟป่า" มอบนโยบายและแนวทางการทำงาน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่จิตอาสาทุกนาย ซึ่งในโอกาสนี้เพื่อเป็นการดำเนินงานป้องกันปัญหาหมอกควันไฟป่า ตามมาตรการเชิงรุกของจังหวัดลำปาง ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันนำจิตอาสา "ป้องกันและควบคุมไฟป่า" ที่ได้เข้าร่วมรับการฝึกอบรมครั้งนี้ เดินทางเข้าพื้นที่ป่าเขาดอยพระบาท ช่วยกันทำแนวกันไฟตามบริเวณพื้นที่จุดเสี่ยง พร้อมเรียนรู้ฝึกปฏิบัติจริงในการดับไฟป่า ซึ่งความรู้ที่ได้รับจิตอาสาที่ผ่านการฝึกอบรม จะได้นำไปขยายผลต่อยอดถ่ายทอดให้แก่คนในชุมชนพื้นที่เพื่อสร้างเครือข่าย "จิตอาสาป้องกันและควบคุมไฟป่า" ให้มีจำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้นต่อไป   ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในภาพรวม พบว่าในวันนี้ (19 มกราคม 2563) ค่าคุณภาพอากาศของจังหวัดลำปาง ยังอยู่ในเกณฑ์สีส้ม กับ สีแดง คือ อยู่ในช่วงเริ่มมีผลกระทบ ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยสามารถวัดค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้สูงสุด ที่ตำบลพระบาท อำเภอเมือง 97 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม. และอีก 3 ตำบล ในอำเภอแม่เมาะ ค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยที่ตำบลสบป้าด วัดค่าได้ 72 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม., ที่ตำบลบ้านดง วัดค่าได้ 78 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม. และที่ตำบลแม่เมาะ วัดค่าได้ 85 ไมโครกรัมต่อ ลบ.

ประทีป นันทะผาบ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ลำปาง