ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ต.ชัยรัตน์ พันธุ์วงศ์ พร้อมด้วย ร.ต.ท.มหัฆพงษ์ ไชยณรงค์  ร.ต.อ.มนตรี ศรีวัฒนกุล ด.ต.สมเกรียติ สระขุนทด  เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงด่านขุนทด ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา  ได้รับแจ้งจากสายว่า จะมีการลำเลียง ยาบ้า โดยรถยนกระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน บย.3708 ชัยภูมิ ผ่านมายังเส้นทางถนนสาย2656 จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้วางกำลังตามเสันทางดังกล่าว เมื่อเวลา 04.45 น. 14 ม.ค.2563 เจ้าหน้าที่ได้พบรถคันดังกล่าวตรงตามที่สายรายงานมา บริเวณหลัก กม.ที่ 73-74 จึงส่งสัญญานเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น

 

 

            หลังจากหยุดรถเจ้าหน้าที่พบหน้ารถมีผู้ขับขี่เป็นชาย และมีผู้ชายนั้งมาด้านหน้าด้วย 1 คน  ทั้งสองคนได้เปิดประตู ได้ทิ้งรถและวิ่งหลบหนี เข้าไปยังหมู่บ้านกุดม่วง หมู่ที่  7 ต.ตะเคียน อ.ด่านขุนทด เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้ในเวลาต่อมา และทราบชื่อในเวลาต่อมาว่า นาย พงษ์สิทธิ์  หนาจัตุรัส อายุ 22 ปี (นาม สมมุติว่า)แดง อยู่บ้านเลขที่ 152 /4 ม.15 ต.นาฝาย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ส่วนอีกคนซึ่งเป็นคนขับและเป็นเจ้าของรถชื่อ นาย เกรียงไกร สามารถไทย อายุ 24ปี บ้านเลขที่ 2ถนน อิสระภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ  เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นภายในรถคันดังกล่าว ด้านผู้โดยสารนั้ง เจ้าหน้าที่พบ ยาบ้า บันจุในซองพลาสติกสีฟ้าจำนวน 7,767 เม็ด และยังมายาบ้าที่แตกๆอีกจำนวนหนึ่ง คราดว่าหน้าจะมากกว่า 8 พันเม็ด  เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่ง พ.ต.ท.อรุณศักดิ์ วรรณโกษิตย์ รอง.ผกก.สืบสวนสอบสวน สภ.ด่านขุนทด เพื่อทำการสอบสวน จากการสอบสวนนาย เกรียงไกรฯให้การว่า ตนเป็นผู้รับจ้างขนยาบ้ามาจาก ชายคนหนึ่งรู้จักกันทางเฟรทบุคในราคาเที่ยวละ5 พันบาทและมีค่านำมันให้อีก 2 พันบาท ส่วนตัวนาย พงษ์สิทธ์ฯนั้น ตนชวนนั้งรถมาด้วยไม่ทราบเรื่องแต่อย่างไร เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งตัวให้ พ.ต.ท.วิวัฒน์  สอบกิ่ง รอง.ผกก.หัวหน้างานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ณัฐพงศ์ อรชร นักข่าวภูมภาคนครราชสีมา