จากกรณีที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ได้รับคลิปร้องเรียนขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือกรณีกลุ่มสาวประเภท 2  รวมกว่า 20 คน  ได้รุมทำร้ายนักเรียนชี้น ม.3  อายุ 16 ปี โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช อย่างทุณและโหดร้ายป่าเถื่อน เหตุเกิดบริเวณสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวดนครศรีธรรมราช (บ้านม่วงงาม ) ต.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของคืนวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คนประกอบดวยน้องเวฟ ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ,น้องวา และน้องจี้ โดยน้องเวฟ ได้รับบาดเจ็บหนักที่สุด และมีการแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ร่อนพิบูลย์.จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งตำรวจนัดสอบสวนปากคำอีกครั้งในวันที่ 16 ธ.ค. 2562 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

 

 

 

 

 

    (14 ธ.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการตรวจสอบในโลกโซเชียลพบว่าเฟซบุ๊กของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้ออกมาตอบโต้กันอย่างดุเดือดและใช้ถ้อยคำหยาบคายรุนแรง โดยทางฝ่ายแก๊งกะเทยที่ก่อเหตุรุมทำร้ายได้นำคลิปเหตุการณ์ก่อนเกิดเรื่องตามที่ปรากฏในคลิปดังกล่าวมาโพสต์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่น้องเวฟ ก่อเหตุด่าทอน้องครีม ด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรงก่อนลงมือตบตี จิกผม และมีการนำคลิปไปโพสต์ในโลกโซเชี่ยลจนทั้งสองฝ่ายเข้ามาคอมเมนต์และท้าทายกันขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มน้องเวฟได้ท้าทายน้องโม ซึ่งเป็นสมาชิกในแก๊งกะเทยและร่วมเป็นสตาร์ปในการจัดงานรถเอ็มซี โดยมีการนัดตบตีกันตัวต่อตัวที่สนามกีฬาองค์การริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช (บ้านม่วงงาม) ต.รอนพิบูย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2562 แต่ทางกลุ่มน้องเวฟ ไม่ไปตามนัด แต่ได้เข้ามาโพสต์ในโลกโซเชี่ยลอ้างว่าไปตามนัดแล้ว แต่ทางฝ่ายน้องโม ไม่แฟร์ นำพรรคพวกมารุมตบตี  ทำให้ฝ่ายน้องโม เข้ามาตอบโต้ว่าไม่เป็นความจริง เพราะฝ่ายน้องเวฟ ไม่กล้าไปพบตามนัด  จึงมีการท้าทายนัดหมายกันอีกครั้งในคืนวันที่ 12 ธ.ค.2562 และเกิดการรุมทำร้ายน้องเวฟ น้องวา และน้องจี้ ตามที่ปรากฏในคลิป

 

 

 

 

      ต่อมาในวันเดียวกันน้องแพรว และเพื่อนอีก 1 คน ซึ่งทั้งสองอยู่ในกลุ่มน้องโม ได้เดินทางเข้าพบผู้สื่อข่าว พร้อมเปิดเผยว่า  ตนอยู่ในเหตุการณ์ในคืนวันที่ 12 ธ.ค. 2562 แต่ไม่ได้ร่วมตบตีด้วย โดยเป็นผู้เข้าไปห้ามปรามตามที่ปรากฏเสียงร้องห้ามในคลิป ทั้งนี้ตนทั้งสองรู้จักกันทั้งสองฝ่าย แต่เห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็นวัยรุ่นยงเนียนหนังสืออยู่  ต้นเหตุจริง ๆ มาจากฝ่ายน้องเวฟ เข้าไปคอมเมนต์ในเฟซบุ๊คระบุว่ากลุ่มน้องโม ซึ่งกลุ่มเป็นสตาร์ปการจัดงานรถเอ็มซี เป็นพวกศัตรู อยากจะตบศัตรู ตบยกพวกไปเลย และมั้งสองฝายต่างเข้ามาคอมเมนต์โต้ตอบกันอย่างหยาบคายรุนแรง จนมีการท้าทายกันขึ้น  ซึ่งในคืนเกิดเหตุทางฝ่ายน้องโมซึงเดินทางไปจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชกว่า 10 คน แต่ไม่ถึง 20 คน ส่วนฝ่ายน้องเวฟ เจ้าถิ่นมากันแ 5 คน  ยอมรับว่าฝ่ายน้องโมเกือบ 10 คนกรูกันเข้าทำร้ายมีน้องเวฟ อย่างรุนแรงจริง ซึ่งตนเห็นว่ากระทำรนแรงเกินไปจึงเข้าไปห้ามปราม จนเรื่องยุติและแยกย้ายกันกลับ

            “หลังเกิดเหตุน้องเวฟ ยังได้แชทมาขอบคุณตนที่ช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้  และทราบว่ายังแชคไปขอโทษน้องโม คู่กรณีด้วยและขอให้เรื่องยุติ แต่มาทราบภายหลังว่าหลังจากฝ่ายน้องน้องเวฟ ออกจาก รพ.ร่อนพิบูลย์ ได้ไปแจ้งความกับตำรวจ โดยทราบว่าทางพ่อแม่จะเรียกค่าเสียหายกับฝ่ายน้องโม ที่รวมก่อเหตุคนละ 20,000 บาท  โดยส่วนตัวอยากให้เรื่องยุติเพราะทั้งสองฝ่ายเป็นนักเรียน นักศึกษา  โดยตนและเพื่อนจะพยายามประสานทั้งสองฝ่ายให้ยุติเรื่องบาดหมางแก่กัน และต่อไปทั้งสองฝ่ายจะไม่ก่อเรื่องในลักษณะนี้ขึ้นมาอีก แต่หากฝ่ายน้องเวฟ ไม่ยอมยุติเรื่องและแจ้งความกับตำรวจ ตนได้สอบถามกลุ่มที่ร่วมก่อเหตุทางฝ่ายน้องโมพร้อมยอมรับผิดและหากทางตำรวจมีหมายเรียกตัวไปพบก็จะเดินทางไปพบตำรวจและพร้อมชดใช้ค่าเสียหายตามสมควร” .น้องแพรว กล่าวย้ำในที่สุด.         

 

 

 

ภาพ/คลิป ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ นครศรีธรรมราช