royal coronation
27 มกราคม 2563
ภูมิภาค

ไฟไหม้บ้านคุณตาวัย 84 ปี วอดทั้งหลัง แทบไม่เหลืออะไรเลย

12 ธันวาคม 2562 - 17:41 น.
เพลิงไหม้,คุณตาวัย 84 ปี,จสุรินทร์
Shares :
เปิดอ่าน 2,085 ครั้ง

ไฟไหม้บ้านคุณตาวัย 84 ปี วอดทั้งหลัง สุดเสียดายเงินที่เก็บออมไว้ทำบุญกว่า 2 หมื่นบาท ถูกไฟไหม้พร้อมกับทรัพย์สินอื่นไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว

 

 

       เมื่อเวลาประมาณ 11.40 น. วันนี้ (12 ธ.ค. 2562) ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่ บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 9 บ้านแคน  ต.ธาตุ อ.รัตนบุรี  จ.สุรินทร์  เป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ ซึ่งเป็นบ้านของนายเหลือ บุญเพิ่ม อายุ 84 ปี โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากภายในบ้านและบ้านข้างเคียงไม่มีคนอยู่  เพราะต่างพากันไปช่วยงานศพคนในหมู่บ้านกันหมด จนกระทั่งมีคนพบเห็นกลุ่มควันไฟลุกไหม้ขึ้นที่ชั้นบนของตัวบ้านที่เกิดเหตุ  จึงได้รีบวิ่งมาบอกคนในงาน  ซึ่งชาวบ้านก็ได้ออกมาช่วยกันดับไฟ และได้รีบแจ้งประสานขอรถดับเพลิงจาก อบต.ธาตุ ซึ่งอยู่ใกล้  แต่เนื่องจากรถยังอยู่ในระหว่างแจ้งซ่อม จึงไม่สามารถออกมาปฏิบัติงานได้ จึงได้แจ้งไปยัง อบต.ข้างเคียง ให้มาช่วยดับเพลิงในครั้งนี้กันอย่างโกลาหล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        ต่อมาร.ต.อ.มานพ สุนทรารักษ์  รอง สว.(สอบสวน) สภ.ดอนแรด ต.ดอนแรด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งเหตุ  จึงได้รีบรุดมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ  ซึ่งในที่เกิดเหตุก็ได้มีรถดับเพลิงจาก อบต.ดอนแรด อบต.เบิด อบต.ยางสว่าง และจาก เทศบาลรัตนบุรี  พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดรัตนบุรี กำลังช่วยกันสกัดเพลิง  โดยมีนายอรรถพล สมสกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และ นายสมหวัง สันวัง นายก อบต.ธาตุ ได้ออกมาร่วมอำนวยการดับเพลิงในครั้งนี้ด้วย โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเพลิงจึงสงบ 

 

 

 

 

 

จากการสอบถาม นายวุฒิชัย บุญเพิ่ม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลธาตุ ซึ่งเป็นบุตรชายเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ  ได้เล่าให้ฟังว่า  ตอนเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้าน  ตนกับบิดาก็ได้ออกไปช่วงงานศพคนในหมู่บ้านอยู่ที่ท้ายบ้านหมู่บ้าน  จนถึงเวลาก่อนเที่ยงก็ได้มีคนวิ่งมาบอกว่าที่บ้านไฟไหม้  ตนจึงรีบวิ่งกลับมาดู  ก็พบว่าไฟกำลังลุกไหม้ที่เสาชั้นบน  ตนจึงรีบเปิดประตูวิ่งขึ้นไปชั้นบนเพื่อที่จะดับไฟ  แต่ก็ไม่สามารถดับได้  เพระไฟได้ลุกลามไหม้อย่างรวดเร็ว  ตนจึงต้องรีบหนีเอาตัวรอดออกมา  แล้วรีบวิ่งไปบอกคนให้มาช่วยกันดับไฟ  พร้อมกับได้แจ้งประสานไปยัง อบต.ที่อยู่ใกล้เคียง ให้รีบนำรถดับเพลิงออกมาช่วยเหลือดับไฟ  แต่ก็ไม่ทันแล้ว  ไฟได้ไหม้บ้านไปหมดทั้งหลังพร้อมกับทรัพย์สินทั้งหมด  ซึ่งมีทั้งเงินสดที่พ่ออุตส่าห์เก็บสะสมเอาไว้เพื่อทำบุญและช่วยงานในหมู่บ้านกว่า 2 หมื่นบาท  ข้าวเปลือกอีก 35 ถุงที่เก็บไว้ชั้นล่าง และทรัพย์สินอื่นๆอีกรวมกันก็นับเป็นเงินหลายแสนบาท  ซึ่งตนรู้สึกเสียดายแทนพ่อมาก  ที่อุตส่าห์เก็บออมเงินไว้  แต่ต้องมาถูกไฟไหม้หมด ซึ่งบ้านหลังนี้บิดาของตนอาศัยอยู่เพียงคนเดียว  แต่ถึงจะอยู่คนเดียว  แต่ตนก็เป็นคนคอยหาข้าวปลาอาหารมาให้ทุกมื้อทุกวันไม่เคยขาด  และยังมีบ้านข้างเคียงคอยช่วยดูแลอีกด้วย  จากนี้ไปญาติพี่น้องก็คงจะต้องรับพ่อไปอยู่ด้วยก่อน  ก่อนที่จะมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ หรือจนกว่าจะสร้างบ้านให้ใหม่เสร็จเสียก่อน

 

 

 

 

 

 

 

        ด้านนายเหลี่ยม แสงราม  บุตรชายคนโตของนายเหลือ บุญเพิ่ม เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ  เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบบ้านบิดาของตนถูกไฟไหม้ไม่เหลืออะไร  ก็ถึงกับร่ำไห้ด้วยความเสียใจ  พร้อมกับเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เห็นเขาบอกว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งบ้านหลังนี้สร้างมาตั้งแต่ตนอายุได้ 20 ปี  ตอนนี้ตนอายุ 65 แล้ว ตนรู้สึกเสียดายมากที่ต้องมาเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ 

นายสมหวัง สันวัง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลธาตุ ซึ่งได้ออกมาอำนวยการดับเพลิงในครั้งนี้ด้วย ก็ได้กล่าวว่า  สำหรับแนวทางการช่วยเหลือ  ก็จะประสานไปทางอำเภอและจังหวัด และกาชาด ในส่วนของ อบต.เองก็ต้องช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งก็คงจะดำเนินการในลำดับต่อไป

 

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว สุรเดช เหลาคำ – ชูชัย  ดำรงสันติสุข จ.สุรินทร์

 




 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ