จากกรณี เพจชมรม Strong –จิตพอเพียงต้านทุจริต  จ.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ภาพการเทคอนกรีตลง "คลองคีรีวง" หรือ "คลองท่าดี" ใน อ.ลานสกา พร้อมข้อความระบุว่า ”พบอีก เทคอนกรีตลงคลองคีรีวงพร้อมสร้างประติมากรรมลงในคลองสาธารณะหรือไม่ เพราะลักษณะคล้ายกับที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งได้มีการสั่งการให้ตรวจสอบเรื่องสิ่งล่วงล้ำลำน้ำทั้งจังหวัด” หลังจากที่ได้มีการโพสต์ข้อความดังกล่าวออกไป ได้มีชาวโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่า  สำหรับพื้นที่ ๆ มีการเทคอนกรีตนั้นมีมานานแล้ว พร้อมกับจี้ให้มีการสอบถามผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า เป็นการรุกล้ำที่สาธารณะหรือไม่  พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าทำไมสถานที่ดังกล่าวนี้จึงไม่โดนตรวจสอบ เพราะก่อนหน้านี้มีการแชร์ภาพการรุกล้ำเทคอนกรีตลงไปในคลองท่าดี อ.คีรีวง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตั้งโต๊ะกินอาหารชมวิวกันในคลอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมตามมา จนทางผวจ.นครศรีธรรมราช ได้สั่งรื้อคอนกรีตดังกล่าว และโต๊ะที่ตั้งริมน้ำเป็นการด่วนตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

 

 

     (11 ธ.ค.2562)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเป็นข่าวนายสำคัญ อรทัย นายอำเภอลานสกา จ.นครศรีธรรมราช พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีรายงานว่าจุดดังกล่าวที่ปรากฏภาพในเพจชมรม Strong –จิตพอเพียงต้านทุจริต  จ.นครศรีธรรมราช อยู่ห่างจากจุดเดิมที่เคยเป็นข่าวประมาณ 200-300 เมตร ตั้งอยู่หมู่ 9 ต.กำโลน  อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เป็นจุดของผู้ประกอบการกลุ่มบ้านสมุนไพรคีรีวง โดยการนำของนายสนธยา ชำนะ ซึ่งเป็นกลุ่มแรก ๆ ในการรวมตัวกันพัฒนาหมู่บ้านคีรีวง ตั้งแต่ปี 2537 จนเป็นที่รู้จักกันในนาม “มิสเตอร์มังคุด” และทำให้คีรีวงโด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน

            นายสำคัญ อรทัย นายอำเภอลานสกา กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าจุดดังกล่าวเป็นจุดที่ทางราชการให้งบประมาณสนับสนุนกลุ่มสมุนไพรคีรีวงมาดำเนินการ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน ส่งเสริมกมรท่องเที่ยว ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมกลุ่มกันมาตั้งแต่ปี 2537 โดยในส่วนของสิ่งปลูกสร้างที่เห็นรุกล้ำริมคลองท่าดีนั้นเป็นการดำเนินการตามงบพัฒนาจังหวัด เป็นของโครงการของรัฐที่เข้าไปดำเนินการในพื้นที่ โดยกลุ่มสมุนไพรคีรีวงเป็นผู้อนุญาติจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นการสร้างพื้นที่ให้บริการและเพิ่มสะดวกและบริการนักท่องเที่ยว และก่อสร้างเสร็จในช่วงที่ตนมาเป็นนายอำเภอเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นการดำเนินการตามโครงการและงบประมาณของรัฐ และขออนุญาตถูกต้อง ที่สำคัญไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการไหลของน้ำและทำให้สภาพสิ่งแวดล้อมเสียหาย ไม่มีการหาผลประโยชน์จากการให้บริการใด ๆ  ไม่มีการเก็บค่าบริการในการลงไปใช้พื้นที่เท่านั้น

 

 

      “ยอมรับว่าการโพสต์ภาพร้องเรียนผ่านทางโลกโซเชี่ยลทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ยุ่งยากในการตรวจสอบเป็นอย่างมาก เพราะเขาแค่เห็นและถ่ายภาพโพสต์ในโซเชี่ยลโดยไม่มีข้อมูลประกอบใด ๆ แต่ไม่มีปัญหาใด ๆ ผมพร้อมชี้แจงไปตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่การทุจริตใด ๆ และกรณีนี้คงไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบานสมุนไพรคีรีวง ซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการนักท่องเที่ยวของกล่ม ซึ่งผมจะชี้แจงกับทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป”.

พจชมรม Strong –จิตพอเพียงต้านทุจริต  จ.นครศรีธรรมราช

ข่าว ยุทธนะ  เตมะศิริ นครศรีธรรมราช