วันที่ 30 พ.ย. 2562 เวลา 09.00 น. เนื่องจากเมื่อวันที่ 29 พ.ย.2562  ร.ต.ท.อลงกรณ์ ปาลวัฒน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสระบุรี รับแจ้งจาก นายบุญรวม กองพูล อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 7  ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เป็นพนักงานของ บริษัท สยามสระบุรีค้าเหล็ก จำกัด ตั้งอยู่ริมถนนสุดบรรทัด เขตเทศบาลเมืองสระบุรี ว่า เมื่อกลางดึกคืน ( 28 ติดต่อ วันที่ 29 พ.ย.62 ) ที่ผ่านมาว่า รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ ดราก้อนสีเขียว หมายเลขทะเบียน ฒว-4846 กทม. ที่จอดอยู่บนฟุตบาตติดกับประตูทางเข้าบริษัทหายไป ขอให้ไปตรวจที่เกิดเหตุและช่วยติดตามจับกุมคนร้ายให้ด้วย จึงไปสอบสวนพร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.เมืองสระบุรี

 

จากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสระบุรี จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ พบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมด หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปอยู่บ้านเช่า (ไม่ทราบเลขที่) หมู่ 5 ต.หนองโน อ.เมือง จ.สระบุรี จึงได้เดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว เมื่อไปถึง ได้พบ นาย สายชล หรือต้น แซ่จิว และ น.ส.กัญญารัตน์ หรือโพด โก่งศร อยู่บ้านเช่าดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบ รถยนต์ นิสสัน รุ่น เอ็นวี สีบรอนทอง หมายเลขทะเบียน ผว -1166 นครราชสีมา ซึ่งตรงกับรถในภาพวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมทั้งสอง 

 

 

 

 

ผลการตรวจค้น พบเห็น เหล็กแบนที่ทำขึ้นเอง บล็อกกุญแจ 3 ทาง  โทรศัทพ์มือถือจำนวน 1 เครื่อง อยู่ภายในรถยนต์นิสสันเอ็นวี   ซึ่งนายสายชล ผู้ต้องหา ยอมรับว่า เป็นรถของตนเองที่ครอบครองอยู่  และให้การรับว่า ตนเองและน.ส.กัญญารัตน์ ได้ร่วมกับก่อเหตุลักทรัพย์รถกระบะอีซูซุ สีเขียว หมายเลขทะเบียน ฒว-4846 กรุงเทพมหานคร จากหน้าบริษัท สระบุรีค้าเหล็กไปจริง โดยก่อเหตุเวลา 00.55 น.ของเมื่อคืนนี้ โดยตนเองขับรถนิสสันเอ็นวี พร้อม น.ส.กัญญารัตน์ ออกจากบ้านเช่า (ไม่ทราบเลขที่) หมู่ 5 ต.หนองโน อ.เมือง จ.สระบุรี ออกตะเวนลักทรัพย์รถยนต์ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี โดยใช้เส้นทางบายพาสเลี่ยงเมืองสระบุรี และได้แวะพักที่ปั๊มปตท.บายพาส เพื่อเติมเงินมือถือในร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมันดังกล่าว โดยกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซื้อ สามารถบันทึกภาพของทั้งสองคนไว้ได้ จากนั้น ได้ขับขี่รถยนต์นิสสันเอ็นวี มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองสระบุรี จนกระทั่งมาพบรถกระบะอีซูซู 

จากนั้นให้น.ส.กัญญารัตน์ ได้ลงไป ทำท่าส่องกระจกแต่งหน้าของรถที่ถูกลัก  ตนเองได้ลงจากรถและใช้เหล็กแบนที่เตรียมมาสอดเข้าไปที่กุญแจเปิดประตูรถ จากนั้นได้เข้าไปในตัวรถพบว่า เครื่องล็อกคันเกียร์ นายสายชล จึงได้ใช้เครื่องมือที่เตรียมมา ทำลายเครื่องล็อกคันเกียร์ จากนั้นใช้อุปกรณ์ที่เตรียมมา สตารท์รถเครื่องยนต์และหลบหนีไป ใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 20 นาที โดยมี น.ส.กัญญารัตน์ ขับรถยนต์นิสันเอ็นวีของนายสายชลตามออกไป

 

 

 

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสระบุรี ได้ทำการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองได้นำรถยนต์กระบะที่ลักไป ไปจอดไว้ที่บ้านญาติไม่ทราบเลขที่ ต.คลองม่วง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา  จึงได้นำตัวผู้ต้องหาสองคน นำพาไปตรวจสอบ พบ รถยนต์อีซูซุ สีเขียว ถูกถอดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้าออก จึงได้ทำการตรวจยึดมาไว้ที่ สภ.เมืองสระบุรี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการติดต่อผู้เสียหาย  นายบุญรวม กองพูล (เจ้าของรถ) มาทำการตรวจสอบรถ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองในคดีลักทรัพย์ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติ นายสายชล หรือจิว เคยมีคดีลักทรัพย์ และรับซื้อของโจร ที่จังหวัดปทุมธานี เมื่อปี 2015 จากนั้นได้พ้นโทษออกมาก่อคดีดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวทั้งคู่ นายสายชล และนางกัญญารัตน์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณด้านหน้าบริษัท สระบุรีค้าเหล็ก จำกัด ตั้งอยู่ริมถนนสุดบรรทัด เขตเทศบาลเมืองสระบุรี โดยมีประชาชนมามุงดู พร้อมด้วย นายบุญรวม ซึ่งเป็นเจ้าของรถกระบะ

ด้าน นายบุญรวม กองพูล เจ้าของรถกระบะ ได้กล่าว ตนเองขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี  ผู้สื่อข่าว และเจ้าหน้าที่เทศบาล ที่ให้มาดูกล้องวงจรปิดในการประกอบคดี  ขอบคุณมากๆเลยครับ ตอนที่ทำแผนผู้ต้องหาได้มาขอโทษ เหตุที่ทำไป ส่วนตนเองมีความไม่พอใจ ที่ผู้ต้องหามาขอโทษเพราะรถคันนี้เป็นรถทำมาหากินของตนเอง เกิดอารมโมโหแต่ก็อโหสิกรรมให้ เนื่องจากได้รถคืนแล้ว  จากการตรวจสอบในรถ พบว่า มีอุปกรณ์หายไป เช่น แม่แรงที่ใช้ยกรถ นอกจากนี้ยังมี ที่ล็อกเกียร์โดนงัดเสียหาย จึงขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง ที่ได้นำรถกลับคืนมาให้///

ภาพ/ข่าว เกียรติยง อัศวราศี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สระบุรี