จังหวัดสุรินทร์ ถิ่นอีสาน  นอกจากจะเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นถิ่นเมืองช้าง และถิ่นอารยะธรรมโบราณแล้ว  ก็ต้องยอมรับว่า จังหวัดสุรินทร์ยังเป็นถิ่นมีพระเกจิดังๆอยู่มากมายหลายองค์ด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็นในอดีตที่มี "หลวงปู่ดูลย์" "หลวงปู่เจียม" "หลวงปู่หงส์" "หลวงปู่ธรรมรังสี"  และในปัจจุบันที่กำลังโด่งดังและเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนทั่วไปก็คือ “หลวงปู่รอด อาภสฺสโร” หรือ พระครูอาภัสร์ธรรมคุณ เจ้าคณะตำบลโคกลาง และเจ้าอาวาสวัดโคกกรม ต.จีกแตก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์  ซึ่งเป็น พระที่มีแต่ให้ และมีเมตตาต่อทุกคนที่เข้ามาพบ  อีกทั้งท่านยังได้สร้างคุณประโยชน์มากมายให้กับทางพุทธศาสนาและสังคม  การช่วยเหลือคนในด้านการใช้ยาสมุนไพรรักษาโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และยาสมุนไพรกระจายเส้นแก้ปวดเมื่อยอีกด้วย 

 

               สำหรับชีวประวัติของหลวงปู่รอด ปัจจุบันท่านมีอายุย่าง 75 ปี มีพรรษาที่ 52 ชื่อ(เดิม) บุญรอด  นามสกุล ทะลัยรัมย์ เกิดเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 1 เดือนมกราคม พุทธศักราช 2488 ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 2  ปีชวด ที่ บ้านระกาไกรสร ตำบลเพี้ยราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์  บิดาชื่อนายฉิม  มารดาชื่อนางละเมียด  นามสกุล ทะลัยรัมย์  มีพี่น้องด้วยกัน 3 คน  โดยหลวงปู่เป็นคนโต  คนที่ 2 ชื่อ นายรื่น  ทะลัย รัมย์  อาชีพเกษตรกร คนที่ 3 ชื่อ นางวิลัยลักษณ์ ฉายถวิล ข้าราชการครูบำนาญ

 

 

 

 

 

 

 

 

               ตอนวัยเด็กหลวงปู่เกิดมาสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง มารดาจึงได้ตั้งชื่อให้ว่า “บุญรอด” พออายุได้ 5 ขวบมารดาจึงเพิ่งไปแจ้งเกิดให้  ปู่ทวดของหลวงปู่รอดเป็นผู้ที่มี วิชาอาคมคงกระพันชาตรี หนังเหนียว ชื่อว่าตาเบว เป็นบรรพบุรุษรุ่นแรก ตอนที่เสียชีวิตลูกหลานและพี่น้องได้ทำการเผาศพของท่านตามประเพณี ในขณะที่เผาศพของตาเบวไฟไม่ไหม้  หลวงปู่รอดท่านได้บวชเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ 13 ปี และต่อมาก็ได้เข้าบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2510 ที่ วัดศิรินทราราม ตำบลนาดี อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โดยมีพระครูอรุณสาธุกิจ วัดศิรินทราราม ตำบลนาดี เป็นพระอุปัชฌาย์  ได้รับฉายาว่า  “อาภสฺสโร”  จนถึงปัจจุบัน  ตอนเด็กๆหลวงปู่เป็นคนชอบปั้นพระ  ในขณะที่คนอื่นเลี้ยงวัวเลี้ยงควายตามทุ่งนา ซึ่งตาเบวที่เป็นปู่ทวดก็ได้บอกให้ทำพระไป แล้วท่านก็บอกวิชาอาคมทั้งหลายให้  โดยพระที่ทำจะใช้ดินทำ  ทำแล้วก็เอาไปไว้บนบ้าน เวลามีญาติโยมมาก็ขอไป ญาติพี่น้องมาก็ขอไป  เอาไปเพื่อกราบไหว้บูชา ซึ่งตอนนั้นหลวงปู่รอดก็ได้เรียนวิชาอาคมจากตาเบวแล้ว  จึงได้อธิฐานจิตพระทุกองค์ให้  จนกระทั่งถึงอายุครบที่จะบวชแล้วก็เลยได้บวช 

 

 

 

 

 

หลวงปู่รอดเป็นพระที่ชาวบ้านศรัทธาในด้านศูนย์รวมทางจิตใจ มีเมตตาต่อทุกคนที่เข้าพบ ท่านได้รับความรู้ด้านตำรายาและการรักษาแบบโบราณจากหลวงปู่  3 องค์คือ หลวงปู่โด๊ะ ชื่อว่าพระครูอรุณสาธุกิจ  บ้านโคกวัด  ตำบลนาดี  อำเภอเมืองสุรินทร์  หลวงตาโด๊ะ มีครูอีกชั้นหนึ่งคือ หลวงปู่ชิด ชื่อ พระครูวิชิตธรรมคุณ  วัดบ้านลำดวน  ตำบลลำดวน หลวงปู่ริม  รัตนมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดอุทุมพร ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้สร้างวัดเขาแหลม  ที่บ้านแนงมุด  ตำบลแนงมุด  อำเภอกาบเชิง  จังหวัดสุรินทร์  สรีระของท่านยังเก็บไว้ในมณฑป  ท่านเก่งกรรมฐาน กายทิพย์  หลวงปู่ทั้ง ๓ ให้ความเมตตาต่อหลวงปู่รอดเป็นอย่างมาก  และตำหรับยาบางส่วนหลวงปู่ก็ได้ศึกษาจากตำราโบราณที่บรรพบุรุษของท่านได้เขียนไว้  ไม่ว่าจะเป็นยารักษาโรคมะเร็ง ยารักษาโรคเบาหวาน และ ยารักษาอาการปวดเมื่อย  ที่หลายคนนำไปรักษาแล้วหาย  จนหลวงปู่ได้รับรางวัลมามากมายในด้านการใช้สมุนไพรรักษาโรค  ซึ่งสมุนไพรต่างๆนั้นหลวงปู่ได้เข้าไปหามาจากป่าลึกบริเวณแนวตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา   

 

               ในด้านวัตถุมงคลของขลัง  ท่านได้เริ่มทำวัตถุมงคลรุ่นแรกๆเมื่อปี พ.ศ. 2550 ไม่ว่าจะเป็น สีผึ้ง พระสมเด็จ และ ตะกรุด ซึ่งท่านได้ทำไว้เพื่อแจกให้กับญาติโยมที่มาหา และแจกให้กับทหาร  ตำรวจ ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ที่ภาคใต้  จนเป็นที่ยอมรับถึงความเข้มขลังของวัตถุมงคลของท่าน ทำให้มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย  ทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และนักการเมืองดังๆหลายคน  และในด้านการช่วยเหลือสังคมและทางพระพุทธศาสนา  ท่านก็ได้ช่วยสร้างวัดที่กำลังพัฒนาหลายแห่ง เช่น 1.วัดระกาไกรสร 2.วัดฉันเพล 3. วัดหนองหิน 4. วัดบ้านด่าน 5. วัดโนนสมบูรณ์6.วัดกู่สัตธาราม 7.วัดบ้านเพี้ยราม อีกทั้งยังได้จัดสร้างอาคารโรงพยาบาลพนมดงรัก และช่วยเหลือโรงเรียนต่างๆในจังหวัดสุรินทร์   พร้อมทั้งได้จัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์มอบให้กับโรงพยาบาลสุรินทร์อีกด้วย  จนได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณมากมาย

 

 

 

 

 

 

และก่อนที่จะมาเป็นเจ้าอาวาสวัดโคกกรม ต.จีกแตก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดระกาไกรสร ต.เพี้ยราม อ.เมืองสุรินทร์ และยังเคยไปจำพรรษาอยู่ที่ปราสาทตาเมือง และปราสาทตาควาย และไปเดินธุดงค์ในป่าลึก ซึ่งหลวงปู่ชอบอยู่ป่ามากกว่าอยู่วัด จนกระทั่งต่อมาได้มีการลักลอบตัดไม้พะยูงที่วัดโคกกรมเยอะ ชาวบ้านจึงได้นิมนต์ให้หลวงปู่มาอยู่เพื่อรักษาไว้ที่วัดแห่งนี้  ซึ่งหลวงปู่ก็ได้พัฒนาวัดมาจนกระทั่งทุกวันนี้  จนวัดมีความเจริญขึ้นอย่างมากมาย โดยมีลูกศิษย์ที่คอยช่วยเหลือหลวงปู่ในการพัฒนาวัดมากมายหลายคน  หนึ่งในนั้นก็คือ นายณัฐวัฒน์  สมบูรณ์เทอดธนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสังขะ  ซึ่งนับว่าเป็นหัวเรียวหัวแรงคนหนึ่งในการร่วมพัฒนาวัดโคกกรมแห่งนี้   และในขณะนี้ก็กำลังจะมีการก่อสร้างพระพุทธรูปที่มีความสูง 48 เมตร ชื่อ “พระพุทธเมตตาบารมี” ขึ้นภายในวัดโคกกรม  และก่อนหน้านี้ก็ได้ทำตะกรุด รุน “รอดปลอดภัย” แจกให้กับผู้ขับขี่รถยนต์จำนวน 4,000 ชุด ไปเมื่อ วันที่  20 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา บนถนนหมายเลข 24 บริเวณจุดป้อมยามนิคมปราสาท จนโด่งดังไปทั่วประเทศมาแล้ว  เพื่อเป็นการเตือนสติให้กับผู้ขับขี่รถยนต์  จะได้มีความปลอดภัยในการเดินทาง  และยังจะทำตะกรุดรุ่น "เมตตาบารมี" แจกอีกจำนวน 7,500 ชุด  เนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิด 75 ปีของหลวงปู่ ใน วันที่ 1 มกราคม 2563  โดยจะแจกใน วันที่ 29 ธันวาคม 2562 ที่บริเวณถนนหมายเลข 24 เหมือนเดิม  แต่เป็นจุดป้อมยามทางหลวง อ.ปราสาท  ซึ่งจะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง 

 

 

 

 

 

               นายณัฐวัฒน์  สมบูรณ์เทอดธนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสังขะ  ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ ได้เล่าถึงประสบการณ์ของขลังของหลวงปู่ ให้ฟังว่า  เมื่อปี 2554 ตนได้ขับรถจากตัว เมืองจังหวัดสุรินทร์ จะกลับไปที่อำเภอสังขะ เวลาประมาณ 6 โมงเย็น เป็นรถเบนซ์ซึ่งได้ขับมาด้วยความเร็วสูง  ปรากฏว่าได้เกิดอุบัติเหตุชนกับรถพ่วง จนรถได้เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้น   ซึ่งใน  ขณะนั้นมีตนและภรรยานั่งมาในรถ  แต่ก็ได้พากับหนีออกมาได้ทัน  และก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ  เลย  โดยในคอมีเพียง พระสมเด็จของหลวงปู่รอด เท่านั้นที่ห้อยคอไว้  จึงเชื่อว่าเป็นเพราะ  ปาฏิหาริย์ที่หลวงปู่รอดได้ช่วยตนและภรรยาไว้  หลังจากนั้นตนก็ได้ทุ่มเทกายใจรับใช้หลวงปู่  อย่างเต็มที่  เพื่อที่จะช่วยหลวงปู่ในการพัฒนาวัดโคกกรม  และเพื่อเป็นการทดแทนบุญคุณ  ของหลวงปู่ที่ช่วยให้ตนและภรรยารอดชีวิตมาได้ในครั้งนั้น  ซึ่งในขณะนี้ก็กำลังจะมีการระดม  ทุนเพื่อสร้างพระพุทธรูปยืน  ที่มีขนาดความสูง 48 เมตร  เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้ บูชาต่อไป โดยทุกท่านสามารถร่วมทำบุญสมทบทุนสร้างได้  ที่ บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาปราสาท เลขที่บัญชี 329-0-37045-3 ชื่อบัญชี “พระพุทธเมตตา มหาบารมี”

 

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว ชูชัย  ดำรงสันติสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุรินทร์ รายงาน