royal coronation
8 ธันวาคม 2562
ภูมิภาค

ไฟแนนท์ขับรถไล่ล่ายึดรถกระบะดุเดือด จบลงด้วยดี

19 พฤศจิกายน 2562 - 10:49 น.
ไฟแนนท์,รถกระบะ,ยึดรถ,ไล่ล่า,สงขลา
Shares :
เปิดอ่าน 858 ครั้ง

เดือดบริษัทไฟแนนท์ขับรถไล่ล่ารถกระบะเพื่อยึดรถที่ค้างค่างวด หญิงสาวพร้อมญาติรวม6 คนขับหนีสุดชีวิตเพราะคิดว่าเป็นรถคนร้ายสุดท้ายจนมุมถูกปาดหน้าและชนท้าย

      

 

               ภาพคลิปเหตุการณ์เมื่อวันที่14 พฤศจิกายนที่ผ่านมาซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา  ขณะที่ นางรัษฎา ลิ้นหลง อายุ 53 ปี ชาว ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ ทะเบียน บน 4772 ตรัง มาเยี่ยมลูกชายที่อ.คลองหอยโข่ง  แต่ระหว่างทางกลับถูกรถเก๋งโตโยต้า สีขาว ทะเบียน กค 312 สตูล และ รถกระบะนิสสัน สีดำ ทะเบียน ขง 8382 สงขลา ขับมาปาดหน้า และมีชายฉกรรจ์ทั้งชายและหญิงประมาณ4 คนลงจากรถมาเรียกให้เธอเปิดประตู 

 ซึ่งขณะนั้น นางรัษฎา ไม่รู้ว่าเป็นใครและคิดว่าเป็นคนร้ายจึงพยายามแหกวงล้อมขับรถหลบหนีสุดชีวิต เพราะในรถมากันทั้งครอบครัวรวม6คน เป็นผู้ชาย 2 คน หญิง 3 คน และหนึ่งในนั้นมีป่วยด้วยโรคหัวใจ รวมทั้งยังมีเด็กหญิงวัยขวบเศษอีก 1 คน   และรถทั้งสองคันได้ขับไล่ติดตามมาติดๆและพยายามเบียดแซงและบีบแตรให้หยุด ซึ่งตลอดเส้นทางที่หลบหนีได้โทรหา191 เพื่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจแต่ก็บอกเส้นทางไม่ถูกเพราะไม่ใช่คนในพื้นที่

                                                                                                                                                  

 

  

 

              และมาจนมุมในพื้นที่บ้านโคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง เพราะถูกรถเก๋งขับปาดหน้า และรถกระบะพุ่งชนท้าย แต่ก็ยังไม่กล้าลงจากรถโดยมีชายและหญิงมาเคาะประตูและพูดให้เปิดประตูรถ และเมื่อลดกระจดลงชายคนหนึ่งก็แสดงบัตรบอกว่ามาจากบริษัทไฟแนนท์    แต่นางรัษฎา ก็ไม่ยอมเปิดประตูเพราะกลัว กระทั่งตำรวจสภ.คลองหอยโข่งเดินทางมาถึงจึงยอมเปิดประตู และกลุ่มชายหญิงก็แสดงบัตรว่าเป็นตัวแทนบริษัทไฟแนนท์ และพากันไปสภ.คลองหอยโข่ง

          ซึ่งนางรัษฎา ยืนยันว่าได้จ่ายค่างวดครบแล้วรวม 72 งวดๆ ละ 9,000 บาท แต่ยังไม่ได้ไปโอน แต่ยอมรับว่าจ่ายล่าช้าบ้าง ทำให้บริษัทไฟแนนซ์อาจจะเอาจำนวนวันที่ตนจ่ายค่างวดล่าช้า มานับคำนวณคิดเป็นค่างวด และค่าติดตามทวงถาม แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้รับใบแจ้งหนี้แต่อย่างใด  และที่ร้ายกว่านั้นคือระหว่างที่รอเจรจากันที่สภ.คลองหอยโข่ง กลุ่มคนดังกล่าวยังบังคับลูกสาวของตนให้ขึ้นรถไปที่ธนาคาร และให้โอนเงินค่างวด และค่าติดตามทวงถาม รวม 3 เดือน เป็นเงิน 48,260 บาท เพื่อให้ทุกอย่างจบ

                                                                                                                                           

 

 

 

                  สุดท้ายเหตุการณ์ในวันนั้นจบลงที่ นางรัษฎา ยอมจ่ายค่างวดและค่าติดตามทวงถามรวม3เดือน จำนวน 48,260 บาทให้กับทางบริษัทไฟแนนท์ไปเพราะทราบรายละเอียดว่ายังค้างอยู่จริง  แต่นางรัษฎา ยังติดใจพฤติกรรมการทวงหนี้ของบริษัทไฟแนนท์ที่ทำกันเกินกว่าเหตุและเตรียมที่จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตัวแทนบริษัทไฟแนนซ์ ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนจิตใจ และกระทำผิด พ.ร.บ.ทวงหนี้

      ล่าสุดในวันนี้(18พ.ย.)ทางพนักงานสอบสวนสภ.คลองหอยโข่ง ได้นัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันอีกรอบที่โรงพัก ตั้งแต่เวลา 18.30 น.โดยแยกสอบทั้งสองฝ่ายใช้เวลาเกือบ4 ชั่วโมงจนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 22 นาฬิกา จึงได้ข้อสรุปโดยทั้งสองฝ่ายยอมยุติเรื่องราวทั้งหมดและจะไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีใดๆต่อกัน

โดยนางรัษฎา บอกว่า เรื่องนี้เป็นการเข้าใจผิดกันและทางบริษัทตัวแทนไฟแนนท์ก็มาขอโทษตนแล้วและตนก็ได้เคลียร์ค่างวดที่ค้างชำระไปหมดแล้วเช่นกัน และตนจะไม่มีการแจ้งความหรือฟ้องร้องใดๆกับบริษัทไฟแนนท์อีกและขอให้เรื่องจบลงในวันนี้ แต่ขอให้ตัวแทนบริษัทไฟแนนท์แห่งนี้อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก  ด้านตัวแทนบริษัทไฟแนนท์ชื่อว่าติ๊ก(ไม่สะดวกให้ชื่อจริง) บอกว่า ขอให้เรื่องนี้จบลงด้วยดีเพราะเป็นการเข้าใจผิดกันตั้งแต่แรกเริ่ม และตอนนี้ได้ไกล่เกลี่ยกันเรียบร้อยแล้วพร้อมกับขอโทษที่ทำรุนแรงที่ไปเคาะกระจก ซึ่งทางตนไม่ได้ติดใจอะไรตั้งแต่แรกเพราะเพียงแค่ทำไปตามงานตามหน้าที่ แต่ในส่วนของลูกค้าตอนนั้นอาจจะเข้าใจผิด แต่เรื่องนี้ก็จบลงด้วยดีทั้งสองฝ่าย

หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจเอาความพร้อมกับได้มีการยกมือไหว้เพื่อขอโทษซึ่งกันและกัน และทางพนักงานสอบสวนสภ.คลองหอยโข่ง ก็ได้ลงบันทึกคำให้การของทั้งสองฝ่ายไว้เป็นหลักฐานว่าจะไม่มีการฟ้องร้องหรือดำเนินการทางคดีใดๆกันอีก

                                                                                                                                            

 

นภาลัย   ชูศรี   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.สงขลา

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ