จากกรณีผู้ใช้เฟสบุค “เสาวลักษณ์ แซ่ห่าน” ได้มีการโพสต์ ผิดพลาดจากขนส่งหายไปกับอากาศ ตามของไม่ได้ชี้เเจงไม่ได้ว่าตกหล่นไปที่ไหน ส่งตั้งเเต่ 23กันยายน จนตอนนี้ลูกค้ายังไม่ได้รับและไม่รู้ว่า ปณ.กล่องนี้อยู่ไหนหรือมีคนขโมยไปแล้วตอนนี้นานมากแล้วหลักฐานอะไรก็ไม่มีมายืนยันให้เราสบายใจเลย เราใช้บริการมากกว่า 7 ปีไม่เคยมีของหายครั้งนี้ครั้งแรก

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นายพงศธร  พนมทา  อายุ 33 ปี เจ้าของโพสต์ เปิดเผยว่า ครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องประดับทางออนไลน์  เรื่องดังกล่าวเริ่มต้นจากการประมูลเครื่องประดับในเฟสบุคข้างต้น มีลูกค้าที่ประมูลสินค้าได้เป็นแหวน เพชร 3 วง มูลค่า 61,000 บาท โดยมีการส่งสินค้าเป็นพัสดุไปรษณีย์ EMS ที่เค้าเตอร์ของไปรษณีย์ อุบลราชธานี  เมื่อวันที่ 23 กันยายน 62 เวลาประมาณ 19.00 น. รวมทั้งสิ้น 5 กล่อง กล่องที่มีปัญหาเป็นกล่องของลูกค้าอยู่ที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

3 วันต่อมา ลูกค้าได้ติดต่อทวงถามสินค้า ตนจึงได้ส่งเลขที่พัสดุจากไปรษณีย์ไปให้ลูกค้าดูซึ่งในระบบไปหยุดอยู่ในขั้นตอนการขนส่ง ผ่านมาอีก 2 วัน สถานะของพัสดุก็ยังอยู่ที่เดิมเมื่อเข้าไปสอบถามทางไปรษณีย์ก็ได้รับเรื่องไว้ หลังจากส่งไปแล้ว 10 วันสถานะก็ยังอยู่เหมือนเดิม  ตนจึงเข้าไปพบผู้ช่วยไปรษณีย์จังหวัดเพื่อตรวจสอบความผิดปกติพบว่าพัสดุที่ส่งได้เข้าระบบไปรษณีย์อย่างถูกต้องและถูกส่งออกไปจากไปรษณีย์อุบลราชธานี เรียบร้อยโดยขึ้นตอนถูกบันทึกไว้ด้วยกล้อง CCTV ตลอดจนถึงขั้นตอนการขึ้นรถออกจากไปรษณีย์อุบลราชธานี แต่พัสดุก็ไม่ถึงปลายทางพระประแดงอยู่ดี

เมื่อเห็นถึงความผิดปกติตนจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อให้ทราบว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นผ่านไปประมาณ 2 วัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกเจ้าหน้าที่ของไปรษณีย์มาพูดคุยแจ้งให้ทราบว่าพัสดุชิ้นนั้นมีมูลค่าถึง 61,000 บาท โดยมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าพัสดุอยู่ที่ใดภายใน 7 วัน และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนมูลค่าที่ระบุไว้ เมื่อครบกำหนด 7 วัน ทางไปรษณีย์ได้มีหนังสือสรุปผลการสอบสวนมาให้ทราบว่า พัสดุได้หายระหว่างการขนส่งไปยังปลายทาง ส่วนการเรียกร้องค่าเสียหายนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการ ซึ่งไม่มีระยะเวลาให้ทราบว่าเมื่อใด

นายพงศธร  ยังกล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลา 6-7 ปี ที่ทำธุรกิจมาตนได้ไว้วางใจในระบบของบริษัท ไปรษณีย์ไทยมาโดยตลอดไม่เคยมีปัญหาเรื่องการสูญหายเลย ช้าบ้างสลับที่บ้างก็ไม่เป็นไร  ส่วนสาเหตุที่ตนไม่ส่งสินค้าแบบมีประกันภัยเนื่องจากการส่วนตัวก็ค่อนข้างมั่นใจในระบบงานไปรษณีย์มากกว่า มีกล้องทุกขั้นตอนถ้าเกิดสูญหายคงตามคืนได้ไม่น่ามีปัญหา แต่พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจึงทำให้รู้สึกผิดหวังเเละเหมือนคิดผิดมาตลอด  อีกทั้งการจัดส่งดังกล่าวมีจุดเด่นมากในเรื่องของการห่อ การจ่าหน้าพัสดุที่ระบุเป็นสินค้ามีประกัน  มีมูลค่าที่สูงเป็นที่ล่อตาของผู้ที่คิดไม่ดีจึงขอส่งแบบEMS ธรรมดาเพราะมองภายนอกไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าข้างในเป็นอะไร แต่อย่างไรก็ตามตนอยากจะเรียกร้องให้ทางไปรษณีย์ไทยชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทรัพย์ หรือจะดำเนินการอย่างไรก็ว่ามา

ขณะที่ นายจรัญ  จันทร์พวง  อายุ 43 ปี ผู้ช่วยหัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดอุบลราชธานี  ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวกรณีดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 62 ลูกค้าได้มาส่ง EMS ทั้งหมด 5 ชิ้น พนักงานก็รับฝากเป็นปกติจากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ห้องเมย์นำไปปิดถุงส่งต่อตามปกติ    หลังจากนั้น 7 วัน ได้รับแจ้งจากลูกค้าว่ามีพัสดุ 1 ชิ้นไม่ถึงมือผู้รับซึ่งจากการตรวจสอบหมายเลขEMS แล้วพบว่าปลายทางอยู่ที่อ.พระประแดง จากสถานะในระบบการตรวจสอบสิ่งของทางไปรษณีย์พบว่าสิ้นสุดที่การปิดถุงส่งออกจากไปรษณีย์จังหวัดอุบลราชธานี    ทางไปรษณีย์เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ   เนื่องจากลูกค้าร้อนใจเพราะข้างในบรรจุเป็นสิ่งของมีค่าเป็นจิวเวลรี่  ลูกค้าเองอยากจะได้กล้อง CCTV มาตรวจสอบว่าได้มีการจัดส่งหรือไม่อย่างไร  ตนจึงได้แนะนำให้ลูกค้าไปลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อมาขอกล้อง CCTV ตามระเบียบราชการ   จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตนและผู้ช่วยอีกท่านไปรับฟังข้อเรียกร้องจากทางลูกค้า ซึ่งในข้อเรียกร้องลูกค้าขอทราบผลการสอบสวนภายใน 7 วัน

เบื้องต้นทางไปรษณีย์ได้ให้ความร่วมมือกับลูกค้าในการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆที่สิ่งของผ่านจนถึงการบรรจุถุงขึ้นรถออกไปยังศูนย์ไปรษณีย์ EMS หลักสี่กรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นที่รวมถุงทั้งหมดจากทั่วประเทศ   โดยระบบงานแล้วเมื่อถุงใส่พัสดุเข้าไปศูนย์ไปรษณีย์ EMS แล้วจะต้องยิงสแกนถุงว่าครบหรือไม่  ในส่วนของไปรษณีย์จังหวัดอุบลราชธานี  ไม่ได้มีการแจ้งหรือทักท้วงมาจากศูนย์ไปรษณีย์ EMS หลักสี่กรุงเทพฯ  ว่าได้รับของไม่ครบ ซึ่งตามระเบียบแล้วถือว่ารับครบ เพื่อความมั่นใจได้ตรวจสอบไปยังปลายทางที่พระประแดงว่าไม่ได้รับเช่นกัน

ดังนั้นก็อาจจะกล่าวได้ว่าพัสดุได้หายไปในระบบไปรษณีย์  ส่วนในเรื่องของการเรียกร้องค่าเสียหายทางไปรษณีย์อุบลได้สรุปข้อมูลต่างพยานหลักฐานต่างๆ สรุปให้ศูนย์ไปรษณีย์เขต 10 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของไปรษณีย์จังหวัดอุบลราชธานีได้ทำเรื่องไปที่สำนักงานใหญ่หลักสี่กรุงเทพฯเพื่อที่จะแจ้งผู้ฝากทราบ

ด้าน พ.ต.ท.ปราโมทย์  ชื่นตา รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี  กล่าวว่าหลังจากที่ผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ได้มีการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น ประสานทางผู้แทนไปรษณีย์มาพูดคุยในเรื่องของแนวทางและความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ในความรับผิดชอบของใคร ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้นยังไม่พบเป็นการกระทำความผิดในทางอาญา แต่ส่วนที่ทรัพย์สินสูญหายไปอาจจะเป็นในเรื่องของการไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางไปรษณีย์กำหนดไว้หรือไม่อย่างไร   ก็ต้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบพัสดุที่จะต้องส่งไปปลายทาง  ระหว่างทางจะต้องมีการยิงบาร์โค๊ดหรือไม่  การดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผนหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกทางผู้แทนมาพูดคุยในเรื่องของความรับผิดซึ่งทางไปรษณีย์ได้ยอมรับผิดชอบแต่อยู่ระหว่างการเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาอีกส่วนหนึ่ง

ในวันที่ลูกค้ามาส่งพัสดุปลายทางพระประแดง มีทั้งหมด 2 ชิ้น หาย 1 ชิ้น ส่งถึงปลายทาง 1 ชิ้น โดยมีข้อสังเกตชิ้นที่ส่งถึงไปรษณีย์พระประแดงก็ไม่ผ่านขั้นตอนที่ศูนย์ไปรษณีย์ที่หลักสี่เช่นกัน ทั้งที่ตามระบบต้องผ่านการสแกนถุงทุกใบ

ภาพ/ข่าว ทัศดาว  สว่างอารมย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุบลราชธานี