จากกรณีความขัดแย้งระหว่างหนังน้องเดียว นายหนังตะลุงชื่อดังของภาคใต้กับพระยังไม่จบหลังจากเกิดเหตุที่นายหนังน้องเดียวออกมาโพสต์ด่าพระที่พูดเรื่องค่าจ้างคืนละ8หมื่นบาทแพงระหว่างที่ไปเล่นหนังตะลุงที่วัดเนินพิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลา เมื่อคืนวันที่18ตุลาคมที่ผ่านมาจนพระราชวรเวที เจ้าคณะจังหวัดสงขลามีหนังสือสั่งแบนไม่ให้วัดในจ.สงขลารับหนังน้องเดียวเข้าไปเล่นในวัด ในขณะที่ท่าทีของนายหนังน้องเดียวก็ยังไม่อ่อนลงล่าสุดเมื่อคืนนี้ยังได้ท้าให้พระตั้งกล่องรับทำบุญแข่งกับตนหากพระได้มากกว่าก็จะเลิกเล่นหนังแต่ถ้าตนได้มากกว่าพระต้องสึก

                                                                                                                                                                    

      ในส่วนกรณีที่จะขอเข้าพบพระชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดสงขลาเพื่อขอขมานั้น เมื่อยังไม่สำนึกยังคงใช้วิธีด่าพระอย่างคะนองปากใช้ทำมาหากิน  ก็จะเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนดจนกว่าจะสำนึกผิด

ในขณะเดียวกัน พระสงฆ์ที่เป็นนักกฏหมายของคณะสงฆ์ในจ.สงขลาชี้ความผิดหนังน้องเดียวที่ด่าพระสงฆ์อย่างเสียหายออกมาทางสื่อโซเชียลและหน้าเวทีการแสดงหนังตะลุงเข้าข่ายเหยียดหยามศาสนามีความ ผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206 “ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งความผิดฐานนี้ไม่ได้มีเจตนารมณ์เพื่อปกป้อง วัตถุหรือสถานของแต่ละศาสนา หากแต่มีเจตนารมณ์ของกฎหมาย

                                                                                                                                              

      เพื่อปกป้องความรู้สึกของประชาชนในการนับถือศาสนา การพิจารณาความผิดตามมาตรานี้ จึงต้องนำความรู้สึกของวิญญูชนในแต่ละศาสนาเข้าคำนึงประกอบ หากวิญญูชนเห็นว่า เป็นการเหยียดหยามศาสนา ก็ต้องถือว่าเป็นการเหยียดหยามศาสนา แม้ผู้กระทำจะอ้างว่า ตนไม่ได้มีเจตนาเหยียดหยามศาสนา แต่กระทำไปด้วยเจตนาอื่นก็ตาม มีความ ผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206 ซึ่งประชาชนสามารถนำไปแจ้งความเอาผิดหนังน้องเดียวได้

ในส่วนทางด้านพระวินัยของพระสงฆ์ อนุญาตให้พระสงฆ์สามารถมีมติลงโทษคว่ำบาตรอุบาสกอุบาสิกาได้ เพื่อให้มีสติสำนึกผิด ในความผิดที่กระทำต่อพระพุทธศาสนา การคว่ำบาตรในทางพระวินัย จึงถือเป็นการตักเตือนด้วยความปรารถนาดี

                                                                                                                                                          

   นภาลัย   ชูศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   จ.สงขลา