วันที่ 8 ก.ย.2562 นายสุรชาติ มาลาศรี  ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12  มีหนังสือแจ้งสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ไปยังผู้ว่าราชการ 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา เป็นฉบับที่ 3  เพื่อให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ริมตลิ่ง ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท ไปจนถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้เตรียมรับสถานการณ์ เขื่อนเจ้าพระยาจะระบายน้ำเพิ่มในอัตรา  900-1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา  จะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมอีก 80 เซนติเมตร

 

 

               ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 10-13 กันยายน 2562 จะมีร่องมรุสมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง ยังพัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น มีแนวโน้มทำให้ปริมาณน้ำไหลหลากจากพื้นที่ตอนบนจะสะสมมากขึ้นอีก 

 

 

               ซึ่งในวันที่ 8 กันยายน 2562 เวลา 06.00 น. ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท อยู่ที่ระดับ 16.73 เมตร(รทก)  ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา  898 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ว่าในระยะต่อจากนี้ไปปริมาณน้ำมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น  เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ กรมชลประทานจะควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 900-1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

               ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ จ.ชัยนาท ไปจนถึง บริเวณ ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา และ ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา  ระดับน้ำจะสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 30-80 เซนติเมตร ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

 

 

               อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา และเพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานได้ควบคุมการปิด-เปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ จ.สมุทรปราการ ตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล ให้ระบายน้ำออกสู่ทะเลให้รวดเร็วยิ่งขึ้น     

 

 

ข่าว/ภาพ  ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยนาท