พ.อ.ประสิษฐิพงศ์ มูลดี รอง ผอ.รมน.จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนายอนันต์ ตั่นฉ้วน เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ นายสมชาย จงบัญญัติ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ และนายมณี วงศ์สุนทร ปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์ ลงสำรวจเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ หลังรับแจ้งว่ามีการแพร่ระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุ กัดกินยอดข้าวโพดของเกษตรกร 9 อำเภอของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเมื่อลงพื้นที่แปลงข้าวโพดของเกษตรกรหมู่ 3 ตำบลผักขวง อำเภอทองแสนขัน พบว่าต้นข้าวโพดอายุประมาณ 20 วันส่วนยอดและใบ ถูกหนอนกระทู้ลายจุดกัดกินใบเป็นรูพรุน และพบตัวหนอนซ่อนตัวอยู่ภายในยอดอ่อนของตันข้าวโพดทุกต้น กลายเป็นกองทัพตัวหนอนกระทู้ และต้นข้าวโพดเริ่มเหี่ยวเฉา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พ.อ.ประสิษฐิพงศ์ กล่าวว่า เกษตรกร 9 อำเภอจังหวัดอุตรดิตถ์ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จำนวน 36,566 ไร่ พบการระบาดแล้ว 304 ราย ประมาณ 5,154 ไร่ และจัดเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง 31,318 ไร่ ยิ่งช่วงฝนทิ้งช่วง หนอนกระทู้ระบาดหนัก ส่งผลให้ต้นข้าวโพดไม่โต ตายในที่สุด หรือถ้ารอดก็ไม่เป็นเมล็ดคือฝักไม่สมบูรณ์ และพบว่าตัวหนอนกลายเป็นผีเสื้อสีขาวออกหากินกลางคืน โดยรัศมีการบินได้ไกลถึง 100 กิโลเมตรต่อคืน และวางไข่ 1 ครั้ง 2,000 ฟอง ด้วยวงจรชีวิตดังกล่าว จนท.เกษตรอำเภอทองแสนขัน จึงแนะนำให้เกษตรกรตรวจแปลงข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ การป้องกันการระบาดตัวหนอนกระทู้ลายจุด คือต้องกำจัดผีเสื้อไม่ให้วางไข่เพิ่ม ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นง่ายๆและใช้วัสดุเหลือใช้มีเป็นจำนวนมาก คือ นำขวดน้ำพลาสติกที่ใช้แล้ว เจาะรูเป็นช่องหน้าต่าง นำกากน้ำตาล มาผสมกับน้ำสะอาดสัดส่วน 1 ต่อ 1 เทไว้ที่ก้นขวด จากนั้นนำไม้ปักและแขวนขวดพลาสติกดังกล่าวให้ทั่วบริเวณไร่ข้าวโพด ความหอมของกากน้ำตาลจะล้อผีเสื้อบินลงไปกินกากน้ำตาล จะไม่สามารถขึ้นมาได้ ตายในที่สุด จึงเป็นการตัดวงจรการระบาดของหนอนกระทู้ อย่างได้ผล และต้องคอยเปลี่ยนกากน้ำตาลผสมน้ำทุกๆ 10 วัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และใช้แมลงหางหนีบ ปล่อยไปตามแปลงข้าวโพด ซึ่งแมลงหางหนีบจะกัดกินไข่หนอน ตัวหนอนกระทู้ เป็นอาหาร นับเป็นการควบคุมและกำจัดโดยชีวะวิธีไม่เป็นอันตราย และต้นทุนต่ำ เกษตรกรสามารถทำเองได้ โดยเกษตรกรสามารถสอบถามรายละเอียดต่างๆ จากเกษตรประจำตำบล ทั้งนี้หากต้องใช้สารเคมี เน้นฉีดพ่นยาช่วงเย็นซึ่งหนอนจะออกมากัดกินใบข้าวโพด และต้องใช้สารเคมีตามที่ทางราชการแนะนำอย่างเคร่งครัด หากใช้ผิดประเภทจะทำหนอนระบาดควบคุมได้ยาก และเสียค่าใช้จ่ายสูง