"โยเกิร์ต"   ผลิตภัณฑ์จากนม ที่หลายคนได้ยินแค่ชื่อก็บอกไม่ไหว รสชาติแปลก ๆ เหมือนนมบูด แต่สาว ๆ รู้หรือไม่ว่า  "โยเกิร์ต" เกิดจากการหมักระหว่างนม และโปรไบโอติกส์ หรือ แบคทีเรียดี ๆ ที่ยังมีชีวิต  ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้ จะไปสร้างความสมดุลให้จุลินทรีย์  ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูก  และยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ซึ่งคุณสมบัติ ข้อนี้  เหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก

 

  'โยเกิร์ต' กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์

 

 

 

เราลองมาดูประโยชน์ของโยเกิร์ต กันบ้างว่า มีอะไรบ้าง 

1. ช่วยลดกลิ่นปาก ฟันผุ โรคเหงือก

2. ย่อยง่ายกว่านม  

3. ป้องกันมะเร็งได้  แลคโตบาซิลัสจะสามารถจับกับสารก่อมะเร็งได้ และช่วยยับยั้งแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างสารที่ก่อเป็นสารก่อมะเร็ง

4. ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ  แลคโตบาซิลัสในนมเปรี้ยวจะช่วยควบคุมปริมาณคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือด 

5. ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ง่ายขึ้น

6. แก้ท้องเสีย เชื้อจุลินทรีย์ในโยเกิร์ต ฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดทั้งหลาย จึงทำให้อาการท้องเสียของคุณทุเลา

7. มีวิตามิน

8. ป้องกันแผลในกระเพาะ  แล็กโตบาซิลลัสจะช่วยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ที่เป็นสาเหตุของแผลในกระเพาะ
 

  'โยเกิร์ต' กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์

 

 


 

 

เรารู้ถึงประโยชน์จากการกิน โยเกริต์ แล้วที่นี้เรามา  เราลองมาดูกันว่า กินโยเกิร์ต อย่างไรให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ด้วยเทคนิคง่าย ๆ แค่ 3 ข้อ  

- เลือกกินโยเกิร์ตรสธรรมชาติดีที่สุด  ถ้าอยากให้รสชาติ สามารถเติมผลไม้สดที่มีน้ำตาลน้อย แต่ไฟเบอร์สูง 

 

  'โยเกิร์ต' กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์

 

 

- อย่านำโยเกิร์ตไปแช่แข็ง เพราะ เนื่องจากจุลินทรีย์ที่อยู่ในโยเกิร์ตไม่ถูกกับความเย็นในช่องแช่แข็ง  คุณอาจไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ จากจุลินทรีย์เลย

- กินแต่พอดีเพราะในโยเกิร์ตมีทั้งน้ำตาล และไขมัน ยิ่งกินมากก็ยิ่งได้รับน้ำตาลและไขมันในปริมาณมากขึ้น  

 

  'โยเกิร์ต' กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์

 

รู้แบบนี้แล้ว คนที่กำลังคิดว่าจะกินโยเกิร์ตเพื่อควบคุมน้ำหนัก ก็ลองกินตามคำแนะนำกันนะ

 

 

ขอบคุณภาพ https://www.pexels.com/