ช่วงบ่ายวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ที่บ้านดินคำปู้จู้ live & learn mud house ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา นักเรียนร.ร.เทศบาล 1, รร.เทศบาล 2, คณาจารย์จาก มหาวิทยาลัยพะเยา และเจ้าหน้าที่กองการศึกษา ทม.พะเยา กว่า 50 คน ได้พร้อมใจกัน เหยียบนวดก้อนดินเพื่อใช้แทนก้อนอิฐในการก่อสร้างแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบอุทยานการเรียนรู้เมืองพะเยา หรือ Phayao Learning Park (PLP) บริเวณริมกว๊านพะเยา ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย พร้อมเตรียมผลักดันเมืองพะเยาสู่ สมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก (Global Network on Learning Cities)

 

รองศาสตราจารย์ ดร.ผณินทรา ธีรานนท์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เปิดเผยว่า เนื่องจากมหาวิทยาลัย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาตลอดชีวิต ที่ต้องการสร้างให้มันเกิดกับคนจังหวัดพะเยา จึงได้ร่วมมือกับเทศบาลเมืองพะเยา สร้างแหล่งเรียนรู้ซึ่งไม่จำเป็นต้องเรียนในห้องเรียนก็ได้ เช่น ที่ นร.และชาวบ้านกำลังทำกันอยู่คือการทำก้อนดินเพื่อสร้างเรียนรู้ด้วยดินที่มีหลังคาสามารถปลุกพืชผักหรือเป็นที่ทำกิจกรรมสันทนาการหรือนันทนาการต่างๆได้ ในขณะเดียวกันก็เป็นสร้างหลักสูตร ทุกคนที่มาทำกิจกรรมในครั้งนี้สามารถสะสมเป็นหน่วยกิตใช้เวลาเรียนในมหาวิทยาลัยพะเยาได้      

 

นางชลดา เวยื่อ หรือครูจุ้ย ผู้ก่อตั้งบ้านดินคำปู้จู้ live & learn mud house เปิดเผยว่า บ้านดินฯ ในฐานะเป็นหนึ่งในคณะวิจัยการสร้างพะเยาเมืองแห่งการเรียนรู้ และมีความเห็นร่วมกันว่าอาคารที่จะสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้จะเป็นอาคารดินทั้งหลัง ซึ่งการมาเรียนรู้การทำบ้านดินถือเป็นการเรียนเพื่อการดำรงชีวิต เพราะมีทั้งองค์ความรู้เรื่องดิน ความอดทน ความรับผิดชอบตลอดการกันทำงานร่วมกันแบบเป็นหมู่คณะซึ่งมันก็คือการเรียนรู้ตลอดชีวิตนั่นเอง

 

บ้านดินที่สร้างมีขนาด กว้าง 6 เมตร ยาว 8 เมตร สูง 3 เมตรและผนังหนา 40 ซม.ใช้ดินจำนวน 4000 ก้อน  ด้านบนหลังคาสามารถที่จะปลูกพืชผักที่มีรากสั้นๆได้ จะตั้งอยู่บริเวณริมกว๊านพะเยา แบ่งเป็นอาคารเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและสินค้าพื้นเมือง มีพื้นที่ประมาณ 500ตารางวา มีลานกิจกรรมข้างอาคารประมาณ 1,000 ตารางเมตร สำหรับจัดการเรียนรู้ การฝึกอบรม และการแสดงออกของเด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไป และผู้สูงอายุ และศูนย์การเรียนรู้ยังจะเป็นที่ให้กลุ่มเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านมาร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอีกด้วย

 

คาดว่าโครงการฯ จะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการประชาชนได้ประมาณเดือนเมษายน 2564 และจะร่วมผลักดันเมืองพะเยาให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก โดยการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดพะเยา