ข่าว

จะไล่อย่างไร วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ ฝูงค้างคาวบุกวัด จนทำกิจของสงฆ์ไม่ได้

จะไล่อย่างไร วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ ฝูงค้างคาวบุกวัด จนทำกิจของสงฆ์ไม่ได้

11 ก.ค. 2563

จะไล่อย่างไร วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ ฝูงค้างคาวบุกวัด จนทำกิจของสงฆ์ไม่ได้ ฝูงค้างคาวบุกวัดเก่าโบราณ ริมแม่น้ำสงคราม เจ้าอาวาสใช้ภูมิปัญญาแก้ไขได้ระดับหนึ่ง สัตว์มีหูหนูมีปีกยังมึน วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ

วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาส เดินทางไปที่วัดโพธิ์ไชย หมู่ 7 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำสงคราม หลังทราบจากนายศรีสุวรรณ ยศไชยวิบูลย์ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ 7 ต.ไชยบุรี ว่าทางวัดมีการปรับปรุงหลังคาศาลาการเปรียญบางส่วนใหม่ จากเดิมบริเวณใต้หลังคาเคยมีค้างคาวมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้มีมูลค้างคาวอยู่เต็มบริเวณศาลาชั้นสอง และส่งกลิ่นเหม็นรบกวนจนไม่สามารถทำกิจของสงฆ์ได้ จึงต้องย้ายสิ่งของลงมาชั้นล่างของศาลาฯ

จะไล่อย่างไร วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ ฝูงค้างคาวบุกวัด จนทำกิจของสงฆ์ไม่ได้

ต่อมาพระมหาปรัชญา ธีรปัญฺโญ เจ้าคณะตำบลท่าจำปา เขต 2 /เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ไชย และพระอธิการบุญทวี จิตตมโล ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดรวมพรรัศมีธรรม ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จึงมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนหลังคาจากเดิมเป็นแบบทึบทั้งหมด เปลี่ยนเป็นแบบแผ่นใสในบางจุด เนื่องจากค้างคาวเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบแสง และออกหากินตอนกลางคืน ผลที่ได้สามารถลดจำนวนค้างคาวที่มาอาศัยอยู่ภายใต้หลังคาได้ แต่ยังคงมีค้างคาวบางส่วนที่ยังคงเข้ามาอยู่อาศัยและถ่ายมูลทิ้งไว้ ก็ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้นแบบภูมิปัญญาชาวบ้านโดยแท้ จากเดิมทั้งพระ เณร และฆราวาสต้องช่วยกันกวาดมูลค้างคาวทุกวัน มาเป็นกวาดเก็บอาทิตย์ละครั้งเท่านั้น และทางด้านเจ้าอาวาสยังกล่าวว่า หากมีใครที่มีวิธีที่สามารถป้องกันการเข้ามาอาศัยของค้างคาวได้ อยากให้ลองเข้ามาดูและแนะนำการให้กับทางวัด เพราะทางวัดจะได้มีพื้นที่ไว้ทำกิจวัตรเพิ่มขึ้นอีก โดยโทรศัพท์ให้รายละเอียดที่ได้เบอร์ 095-4985990,083-4952819

จะไล่อย่างไร วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ ฝูงค้างคาวบุกวัด จนทำกิจของสงฆ์ไม่ได้

จะไล่อย่างไร วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ ฝูงค้างคาวบุกวัด จนทำกิจของสงฆ์ไม่ได้

ประวัติการสร้างวัดโพธิ์ไชย สร้างเมื่อ พ.ศ.2416  ซึ่งเป็นเอกสารที่พระครูไชยบุรีคุณาธร หรือหลวงปู่คำตัน วราโก อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 3 ได้ส่งต่อกรมการศาสนา แต่ตามจดหมายเหตุของขุนหลวงชำอุเทนดิษฐ์ (บันทึกตำนานเมืองไชยบุรี) บันทึกไว้ว่า “เมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พ.ศ.2371 เจ้าอนุวงค์เมืองเวียงจันทน์ ได้กลับจาเมืองญวน มาทำการกบฏต่อกรุงทพมหานครอีกเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งนี้คิดการใหญ่มาก แต่ก็พ่ายแพ้กลับไปเมืองญวนอีก ฝ่ายกองทัพไทยก็ติดตามจับตัวมาได้ ส่งตัวลงไปกรุงเทพมหานคร แล้วเจ้าพญาบดินทร์ได้จัดให้พระวิชิตสงคราม เป็นแม่ทัพกองหนึ่งคุมไพร่พลเมืองอุบล เมืองยโสธร 180 คน ไปตั้งรักษาปากน้ำสงครามที่เมืองไชยสุทธิ์อุตตมะบุรี (ก่อนหน้านี้เคยเป็นเมืองร้างมา 1 ปี)  เมื่อการศึกสงครามกับเมืองลาวสงบราบคาบแล้ว ทางราชการได้แต่งตั้งให้ราชวงศ์เสนเมืองอุบล มาเป็นเจ้าเมืองไชยสุทธิ์อุตตมะบุรี มีคณะกรรมการเมืองซึ่งมาจากเขมราฐ เมืองอุบล เมืองยโสธร อีกจำนวนมาก ร่วมกันปฏิสังขรณ์วัดวาอารามและบ้านเมืองที่ทรุดโทรมให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเป็นลำดับ ต่อมาก็ได้สร้างวัดขึ้นอีก 3 วัด คือ วัดศรีบุญเรือง วัดยอดแก้ว และ วัดโพธิ์ชัย (ปัจจุบันทั้งวัดศรีบุญเรืองและวัดยอดแก้วกลายเป็นวัดร้าง) คงเหลือแต่วัดโพธิ์ชัยที่มีพระภิกษุจำพรรษาตลอด

จะไล่อย่างไร วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ ฝูงค้างคาวบุกวัด จนทำกิจของสงฆ์ไม่ได้

จะไล่อย่างไร วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ ฝูงค้างคาวบุกวัด จนทำกิจของสงฆ์ไม่ได้

จะไล่อย่างไร วอนผู้รู้ช่วยแนะนำ ฝูงค้างคาวบุกวัด จนทำกิจของสงฆ์ไม่ได้

ข่าว/ภาพ ทวี อภิสกุลชาติ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม